พุทธศาสนสุภาษิต แยกหมวด

109 ข้อ 19 หมวด ทุกข้อบอกชื่อคัมภีร์และเลขอ้างอิงในพระไตรปิฎก

พุทธศาสนสุภาษิตคือข้อความสั้นจากพระไตรปิฎก ที่ตำรา "พุทธศาสนสุภาษิต" ซึ่งใช้เรียนนักธรรมคัดมาจัดเป็นหมวด ข้อความในหน้านี้ใช้คำแปลภาษาไทยตามตำรา และเก็บเลขอ้างอิงเล่มกับหน้าตามที่ตำราพิมพ์ไว้ ให้ผู้อ่านตามไปตรวจในพระไตรปิฎกได้เอง

หน้านี้ไม่ลงภาษาบาลี เพราะฉบับที่เผยแพร่ออนไลน์มีจุดพิมพ์ผิดหลายแห่ง ข้อที่เลขอ้างอิงในแหล่งขัดกันเองถูกตัดออก ส่วน คำคมประจำวันบนหน้าแรก หมุนเวียนมาจากชุดนี้ทุกวัน

อ่านเลขอ้างอิงอย่างไร

ตัวอย่าง ขุ. ธ. ๒๕/๑๘ หมายถึง คัมภีร์ธรรมบท ในขุททกนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕ หน้า ๑๘ อักษรย่อนำหน้าบอกชื่อคัมภีร์ดังนี้

  • ขุ. ธ. — ธรรมบท
  • ขุ. ชา. — ชาดก
  • ขุ. สุ. — สุตตนิบาต
  • ขุ. อุ. — อุทาน
  • ขุ. อิติ. — อิติวุตตกะ
  • ขุ. เถร. — เถรคาถา
  • ขุ. วิมาน. — วิมานวัตถุ
  • สํ. — สังยุตตนิกาย
  • องฺ. — อังคุตตรนิกาย
  • ม. — มัชฌิมนิกาย
  • ที. — ทีฆนิกาย
  • วิ. — พระวินัยปิฎก

หมวดตน (อัตตวรรค)

  1. “ตนแล เป็นที่พึ่งของตน”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๖
  2. “ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๒๙
  3. “ตนที่ฝึกดีแล้ว เป็นแสงสว่างของบุรุษ”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๒๔๘
  4. “บัณฑิต ย่อมฝึกตน”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๒๕
  5. “ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๖
  6. “ผู้ใดรักษาตนได้ ภายนอกของผู้นั้นก็เป็นอันรักษาด้วย”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. ฉกฺก. ๒๒/๔๑๗
  7. “ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนนั้นให้ดี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๖
  8. “ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตนฉันนั้น”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๖
  9. “จงเตือนตนด้วยตนเอง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๖๖
  10. “จงพิจารณาตนด้วยตนเอง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๖๖
  11. “จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๘
  12. “ตนไม่ทำบาปเอง ย่อมหมดจดเอง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๗
  13. “บุคคลไม่ควรลืมตน”
    ชาดก ขุ. ชา. ตึส. ๒๗/๕๐๓

หมวดความไม่ประมาท (อัปปมาทวรรค)

  1. “ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๘
  2. “ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์ประเสริฐสุด”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๘
  3. “ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๘
  4. “ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม”
    ทีฆนิกาย ที. มหา. ๑๐/๑๘๐

หมวดกรรม (กัมมวรรค)

  1. “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๓๓
  2. “ความดี อันคนดีทำง่าย”
    พระวินัยปิฎก วิ. จุล. ๗/๑๙๕
  3. “ความชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๖
  4. “ความดี ทำนั่นแล ดีกว่า”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๖
  5. “ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นแลเป็นดี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๒๓
  6. “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
    มัชฌิมนิกาย ม. ม. ๑๓/๖๔๘
  7. “รู้ว่าการใดเป็นประโยชน์แก่ตน พึงรีบทำการนั้นเทียว”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๘๑

หมวดจิต (จิตตวรรค)

  1. “จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๙
  2. “จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๙
  3. “การฝึกจิตเป็นความดี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๙
  4. “เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้”
    มัชฌิมนิกาย ม. มู. ๑๒/๖๔
  5. “โลกอันจิตย่อมนำไป”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๔
  6. “พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน”
    ชาดก ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๓๑
  7. “จงตามรักษาจิตของตน”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๘
  8. “คนฉลาดได้ทำจิตของตนให้ซื่อตรง”
    ทีฆนิกาย ที. มหา. ๑๐/๒๘๘
  9. “ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๒๕

หมวดความโกรธ (โกธวรรค)

  1. “ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๗
  2. “ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมมีเมื่อนั้น”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. สตฺตก. ๒๓/๙๙
  3. “อย่าลุอำนาจความโกรธ”
    ชาดก ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๖๙
  4. “ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. สตฺตก. ๒๓/๙๙
  5. “ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๖๐

หมวดความอดทน (ขันติวรรค)

  1. “ขันติ คือความอดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๐

หมวดการให้ (ทานวรรค)

  1. “ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๔๔
  2. “ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๑๖
  3. “ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๔๕
  4. “ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๕๕
  5. “เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น”
    ทีฆนิกาย ที. มหา. ๑๐/๑๕๙
  6. “เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี”
    วิมานวัตถุ ขุ. วิมาน. ๒๖/๘๒

หมวดชนะ (ชยวรรค)

  1. “พึงชนะคนโกรธ ด้วยการไม่โกรธ”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๕
  2. “พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๕
  3. “พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๕
  4. “พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๕
  5. “การให้ธรรม ย่อมชนะการให้ทั้งปวง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๖๓
  6. “รสแห่งธรรม ย่อมชนะรสทั้งปวง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๖๓
  7. “ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๖๓
  8. “ความชนะใดที่ชนะแล้วไม่กลับแพ้ ความชนะนั้นดี”
    ชาดก ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๒

หมวดธรรม (ธัมมวรรค)

  1. “ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๕
  2. “ธรรมแล ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม”
    ชาดก ขุ. ชา. ทสก. ๒๗/๒๙๐
  3. “ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๗
  4. “ผู้มีปีติในธรรม อยู่เป็นสุข”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๒๕
  5. “ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๘

หมวดปัญญา (ปัญญาวรรค)

  1. “แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๙
  2. “ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลก”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๖๑
  3. “ปัญญาย่อมเกิดเพราะความประกอบ”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๒
  4. “ความได้ปัญญา ให้เกิดสุข”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๙
  5. “ปัญญาเป็นรัตนะของนรชน”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๐
  6. “ผู้ไม่ประมาท พินิจพิจารณา ตั้งใจฟัง ย่อมได้ปัญญา”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๑๖
  7. “คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา”
    สุตตนิบาต ขุ. สุ. ๒๕/๓๖๑
  8. “ไม่ควรประมาทปัญญา”
    มัชฌิมนิกาย ม. อุป. ๑๔/๔๓๖

หมวดบุญ (ปุญญวรรค)

  1. “บุญอันโจรนำไปไม่ได้”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๐
  2. “ความสั่งสมขึ้นซึ่งบุญ นำสุขมาให้”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๐
  3. “บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ในโลกหน้า”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๒๖
  4. “ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกนี้ ละไปแล้ว ย่อมบันเทิง ชื่อว่าย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๗
  5. “ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่า มีประมาณน้อย จักไม่มาถึง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๓๑
  6. “ควรทำบุญอันนำสุขมาให้”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓

หมวดวาจา (วาจาวรรค)

  1. “ความเปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ”
    ชาดก ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘
  2. “ควรเปล่งวาจางาม”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๖๐
  3. “ควรกล่าวแต่วาจาที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อน”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๒๗๘
  4. “ควรเปล่งวาจาไพเราะที่มีประโยชน์”
    ชาดก ขุ. ชา. เตรส. ๒๗/๓๕๐
  5. “ควรกล่าวแต่วาจาที่น่าพอใจ”
    ชาดก ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑๐

หมวดความเพียร (วิริยวรรค)

  1. “คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร”
    สุตตนิบาต ขุ. สุ. ๒๕/๓๖๑
  2. “คนไม่เกียจคร้าน พึงได้ความสงบใจ”
    ชาดก ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑
  3. “ประโยชน์ย่อมสำเร็จโดยชอบแก่ผู้ทำโดยไม่เบื่อหน่าย”
    ชาดก ขุ. ชา. จตฺตาฬีส. ๒๗/๕๓๓
  4. “ควรรีบทำความเพียรในวันนี้”
    มัชฌิมนิกาย ม. อุป. ๑๔/๓๔๘
  5. “บุรุษพึงพยายามไปกว่าจะสำเร็จประโยชน์”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๓๐
  6. “คนมีธุระหมั่นทำการงานให้เหมาะเจาะ ย่อมหาทรัพย์ได้”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๑๖
  7. “คนขยัน ย่อมไม่พร่าประโยชน์ซึ่งถึงตามกาล”
    ชาดก ขุ. ชา. ฉกฺก. ๒๗/๑๙๕

หมวดความสุข (สุขวรรค)

  1. “ความสุข (อื่น) ยิ่งกว่าความสงบ ไม่มี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๒
  2. “ความไม่เบียดเบียน เป็นสุขในโลก”
    อุทาน ขุ. อุ. ๒๕/๘๖
  3. “นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๒
  4. “การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๑
  5. “ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๙

หมวดมิตรและการคบหา (มิตตวรรค และเสวนาวรรค)

  1. “เมื่อความต้องการเกิดขึ้น สหายเป็นผู้นำสุขมาให้”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๙
  2. “มารดาเป็นมิตรในเรือนของตน”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๐
  3. “อยู่ร่วมกับปราชญ์ นำสุขมาให้เหมือนสมาคมกับญาติ”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๔๒
  4. “สมาคมกับสัตบุรุษ นำสุขมาให้”
    ชาดก ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๕๕
  5. “การสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ”
    เถรคาถา ขุ. เถร. ๒๖/๔๐๕
  6. “ผู้คบคนเลว ย่อมเลวลง”
    อังคุตตรนิกาย องฺ. ติก. ๒๐/๑๕๘

หมวดสติ (สติวรรค)

  1. “สติเป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๖๑
  2. “คนผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๐๖
  3. “คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๐๖

หมวดศีล (สีลวรรค)

  1. “ศีลนำสุขมาให้ตราบเท่าชรา”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๕๙
  2. “ศีลเป็นเยี่ยมในโลก”
    ชาดก ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘
  3. “ความสำรวมในที่ทั้งปวง เป็นดี”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๖๔
  4. “เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น”
    ทีฆนิกาย ที. มหา. ๑๐/๑๕๙
  5. “ปราชญ์พึงรักษาศีล”
    อิติวุตตกะ ขุ. อิติ. ๒๕/๒๘๒

หมวดความสัตย์ (สัจจวรรค)

  1. “ความสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๕๘
  2. “คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๒๗๘
  3. “คนได้เกียรติ (ชื่อเสียง) เพราะความสัตย์”
    สังยุตตนิกาย สํ. ส. ๑๕/๓๑๖
  4. “พึงตามรักษาความสัตย์”
    มัชฌิมนิกาย ม. อุป. ๑๔/๔๓๖

หมวดเวร (เวรวรรค)

  1. “เวรย่อมระงับด้วยไม่มีเวร”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๕
  2. “ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ย่อมระงับด้วยเวรไม่ได้เลย”
    ธรรมบท ขุ. ธ. ๒๕/๑๕