บทพาหุงมหากา (ชัยมงคลคาถา)
บทพาหุงมหากา หรือชัยมงคลคาถา ว่าด้วยชัยชนะแปดครั้งของพระพุทธเจ้า พร้อมคำอ่าน คำแปล ความหมาย และคำแนะนำว่าควรสวดตอนไหน
บทสวดพาหุงมหากาฯ
(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตังครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารังทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติงโฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขังขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตังทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตังเมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตังธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตังอิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียาจิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌสันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุงวาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตังปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิงปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโตอิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถังพรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานังญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโทตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ ฯ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันทีหิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิโมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ ฯ
คำอ่าน
อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้
พา-หุง สะ-หัด-สะ-มะ-พิ-นิม-มิ-ตะ-สา-วุ-ทัน-ตังค-รี-เม-ขะ-ลัง อุ-ทิ-ตะ-โค-ระ-สะ-เส-นะ-มา-รังทา-นา-ทิ-ทำ-มะ-วิ-ทิ-นา ชิ-ตะ-วา มุ-นิน-โทตัน-เต-ชะ-สา พะ-วะ-ตุ เต ชะ-ยะ-มัง-คะ-ลา-นิ
มา-รา-ติ-เร-กะ-มะ-พิ-ยุด-ชิ-ตะ-สับ-พะ-รัด-ติงโค-รำ-ปะ-นา-ละ-วะ-กะ-มัก-ขะ-มะ-ถัด-ทะ-ยัก-ขังขัน-ตี-สุ-ทัน-ตะ-วิ-ทิ-นา ชิ-ตะ-วา มุ-นิน-โทตัน-เต-ชะ-สา พะ-วะ-ตุ เต ชะ-ยะ-มัง-คะ-ลา-นิ
นา-ลา-คิ-ริง คะ-ชะ-วะ-รัง อะ-ติ-มัด-ตะ-พู-ตังทา-วัก-คิ-จัก-กะ-มะ-สะ-นี-วะ สุ-ทา-รุ-นัน-ตังเมด-ตำ-พุ-เส-กะ-วิ-ทิ-นา ชิ-ตะ-วา มุ-นิน-โทตัน-เต-ชะ-สา พะ-วะ-ตุ เต ชะ-ยะ-มัง-คะ-ลา-นิ
คำแปล
บทที่ ๑ — ชนะพญามาร
พระจอมมุนีทรงชนะพญามารผู้เนรมิตแขนพันแขนถืออาวุธครบมือขี่ช้างครีเมขละ พร้อมเสนามารที่โห่ร้องกึกก้องด้วยธรรมวิธีมีทานบารมีเป็นต้นด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๒ — ชนะอาฬวกยักษ์
พระจอมมุนีทรงชนะอาฬวกยักษ์ผู้ดุร้าย กระด้าง ไร้ความอดทนซึ่งต่อสู้ตลอดคืนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าพญามารด้วยวิธีทรมานอันดีคือขันติด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๓ — ชนะช้างนาฬาคิรี
พระจอมมุนีทรงชนะช้างนาฬาคิรีที่ตกมัน ดุร้ายราวไฟป่าและสายฟ้าด้วยวิธีรดด้วยน้ำคือเมตตาด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๔ — ชนะโจรองคุลิมาล
พระจอมมุนีทรงชนะโจรองคุลิมาลผู้ดุร้าย ถือดาบไล่ตามพระองค์ไปไกลถึงสามโยชน์ด้วยการบันดาลฤทธิ์ทางใจด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๕ — ชนะคำใส่ร้ายของนางจิญจมาณวิกา
พระจอมมุนีทรงชนะคำกล่าวร้ายของนางจิญจมาณวิกาที่เอาไม้กลมผูกท้องแกล้งทำเป็นมีครรภ์แล้วใส่ร้ายกลางที่ประชุมด้วยวิธีอันงดงามคือความสงบนิ่งแห่งพระทัยด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๖ — ชนะสัจจกนิครนถ์
พระจอมมุนีผู้รุ่งเรืองด้วยประทีปคือปัญญา ทรงชนะสัจจกนิครนถ์ผู้ละทิ้งความสัตย์ มุ่งยกวาทะของตนขึ้นดังยกธง และมืดบอดยิ่งนักด้วยวิธีแสดงธรรมให้เห็นความจริงด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๗ — ชนะพญานาคนันโทปนันทะ
พระจอมมุนีทรงโปรดให้พระโมคคัลลานะเถระเนรมิตกายเป็นนาคราชไปทรมานพญานาคนันโทปนันทะผู้มีฤทธิ์มากแต่มีความเห็นผิดด้วยวิธีมอบฤทธิ์ที่เหนือกว่าแก่พระเถระด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทที่ ๘ — ชนะพกาพรหม
พระจอมมุนีทรงชนะพกาพรหมผู้สำคัญตนว่าบริสุทธิ์และรุ่งเรืองมีความเห็นผิดรัดรึงไว้ประดุจถูกงูรัดมือด้วยวิธีวางยาอันวิเศษคือญาณด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
บทสรุป
ผู้มีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดหรือระลึกถึงพระพุทธชัยมงคลทั้งแปดบทนี้เป็นประจำทุกวันย่อมละเสียได้ซึ่งอุปัทวันตรายต่าง ๆ และถึงซึ่งความหลุดพ้นอันเป็นสุขอย่างยิ่ง
ความหมายของพาหุงมหากาฯ
บทพาหุงเล่าถึงชัยชนะแปดครั้งของพระพุทธเจ้า แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ชนะ" หากอยู่ที่ วิธี ที่ทรงใช้ชนะในแต่ละครั้ง ซึ่งไม่มีครั้งใดใช้กำลังเลย
- ชนะพญามาร ด้วย ทานบารมี
- ชนะยักษ์อาฬวกะ ด้วย ขันติ คือความอดทน
- ชนะช้างนาฬาคิรี ด้วย เมตตา
- ชนะโจรองคุลิมาล ด้วย ฤทธิ์ทางใจ
- ชนะคำใส่ร้ายของนางจิญจมาณวิกา ด้วย ความสงบนิ่ง
เมื่ออ่านครบทั้งแปดบท จะเห็นแบบแผนชัดว่า แต่ละสถานการณ์แก้ด้วยคุณธรรมคนละข้อ บทนี้จึงเป็นเหมือนคู่มือรับมือปัญหาที่ต่างกัน มากกว่าจะเป็นคาถาเสริมดวง
คำลงท้ายทุกบทว่า *ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ* แปลว่า "ด้วยเดชะแห่งชัยชนะนั้น ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน" สังเกตว่าใช้คำว่า เต แปลว่า "แก่ท่าน" ไม่ใช่ "แก่ข้าพเจ้า" บทนี้จึงเป็นการอวยพรให้ผู้อื่นโดยตรง
ส่วน "มหากาฯ" คือบทมหาการุณิโกที่นิยมสวดต่อท้าย เป็นบทขอให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์และให้ผู้สวดสมความปรารถนา
ควรสวดตอนไหน
นิยมสวดตอนเช้าหลังทำวัตร โดยเฉพาะก่อนวันที่มีเรื่องสำคัญ เช่น วันสอบ วันเริ่มงานใหม่ หรือวันที่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่
หลายท่านสวดพาหุงมหากาฯ ต่อจากบทอิติปิโสเป็นประจำทุกเช้า ถ้ามีเวลาน้อย จะสวดเพียงสามบทแรกก่อนก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อจำได้มากขึ้น
ความถี่ที่แนะนำ
แนะนำสวดวันละ 1 ครั้งในตอนเช้า
แหล่งอ้างอิง
พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง) และบทมหาการุณิโก เป็นบทสวดมาตรฐานในหนังสือสวดมนต์ไทย นิยมสวดต่อกันเป็นชุดจนเรียกรวมว่า "พาหุงมหากาฯ"
พร้อมสวดแล้วหรือยัง?
เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา
กำลังสวดตามชุด
ทำวัตรเช้า 15 นาที
บทที่ 4 จาก 5
กำลังสวดตามชุด
ชุดขอพรเรื่องงาน
บทที่ 1 จาก 3