ชัยปริตร (มหาการุณิโก)
บทชัยปริตร หรือมหาการุณิโก บทอ้างสัจจะแห่งพระมหากรุณาเพื่อขจัดอุปัทวะ พร้อมคำสวด คำแปล และความหมาย นิยมสวดต่อท้ายบทพาหุงมหากา
บทสวดมหาการุณิโก
(นิยมสวดต่อจากบทพาหุง)
มะหาการุณิโก นาโถอัตถายะ สัพพะปาณินังปูเรตวา ปาระมี สัพพาปัตโต สัมโพธิมุตตะมังเอเตนะ สัจจะวัชเชนะมา โหนตุ สัพพุปัททะวา ฯ
มะหาการุณิโก นาโถหิตายะ สัพพะปาณินังปูเรตวา ปาระมี สัพพาปัตโต สัมโพธิมุตตะมังเอเตนะ สัจจะวัชเชนะมา โหนตุ สัพพุปัททะวา ฯ
มะหาการุณิโก นาโถสุขายะ สัพพะปาณินังปูเรตวา ปาระมี สัพพาปัตโต สัมโพธิมุตตะมังเอเตนะ สัจจะวัชเชนะมา โหนตุ สัพพุปัททะวา ฯ
คำอ่าน
อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้
มะ-หา-กา-รุ-นิ-โก นา-โถอัด-ถา-ยะ สับ-พะ-ปา-นิ-นังปู-เรด-วา ปา-ระ-มี สับ-พาปัด-โต สำ-โพ-ทิ-มุด-ตะ-มังเอ-เต-นะ สัด-จะ-วัด-เช-นะมา โหน-ตุ สับ-พุ-ปัด-ทะ-วา
(บทที่สองเปลี่ยน อัด-ถา-ยะ เป็น หิ-ตา-ยะ)(บทที่สามเปลี่ยนเป็น สุ-ขา-ยะ)
คำแปล
บทที่ ๑ — เพื่อประโยชน์
พระผู้เป็นที่พึ่ง ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณาทรงบำเพ็ญบารมีทั้งปวงให้บริบูรณ์ เพื่อประโยชน์แก่สรรพสัตว์จนได้บรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขออุปัทวะทั้งปวงจงอย่าได้มี
บทที่ ๒ — เพื่อความเกื้อกูล
พระผู้เป็นที่พึ่ง ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณาทรงบำเพ็ญบารมีทั้งปวงให้บริบูรณ์ เพื่อความเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์จนได้บรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขออุปัทวะทั้งปวงจงอย่าได้มี
บทที่ ๓ — เพื่อความสุข
พระผู้เป็นที่พึ่ง ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณาทรงบำเพ็ญบารมีทั้งปวงให้บริบูรณ์ เพื่อความสุขแก่สรรพสัตว์จนได้บรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขออุปัทวะทั้งปวงจงอย่าได้มี
ความหมายของมหาการุณิโก
บทนี้ใช้หลักที่เรียกว่า สัจจกิริยา คือการอ้างความจริงเพื่อความสวัสดี สังเกตคำว่า *เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ* ซึ่งแปลว่า "ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้"
ความจริงที่ยกมาอ้างคือข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ว่า พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีมายาวนานด้วยพระมหากรุณาเพื่อผู้อื่น ไม่ใช่เพื่อพระองค์เอง แล้วจึงตรัสรู้
ทั้งสามบทมีโครงสร้างเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงคำเดียว คือจุดมุ่งหมายของการบำเพ็ญบารมี ได้แก่ อัตถายะ (เพื่อประโยชน์) หิตายะ (เพื่อความเกื้อกูล) และ สุขายะ (เพื่อความสุข) การย้ำสามครั้งนี้เน้นว่าพระมหากรุณานั้นครอบคลุมรอบด้าน
ในทางปฏิบัติ บทนี้ทำหน้าที่เป็นบทปิดที่ให้กำลังใจ ต่อจากบทพาหุง ที่เล่าถึงชัยชนะแปดครั้ง คนไทยจึงเรียกรวมกันจนติดปากว่า "พาหุงมหากาฯ"
ควรสวดตอนไหน
สวดต่อท้ายบทพาหุงเสมอ นิยมสวดในตอนเช้าหลังทำวัตร และในงานมงคลต่าง ๆ เช่น ทำบุญบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ และวันเกิด
หากมีเวลาจำกัด สามารถสวดเฉพาะบทมหาการุณิโกสามบทนี้ได้ เพราะสั้นและใจความครบในตัวเอง
ความถี่ที่แนะนำ
สวดวันละ 1 ครั้ง ต่อท้ายบทพาหุง
แหล่งอ้างอิง
ชัยปริตร (มหาการุณิโกนาโถติอาทิกาคาถา) เป็นบทสวดมาตรฐานในหนังสือสวดมนต์ไทย นิยมสวดต่อท้ายพุทธชัยมงคลคาถา จนเรียกรวมกันว่า "พาหุงมหากาฯ" คำสวดที่แสดงไว้อ้างอิงตามฉบับหนังสือสวดมนต์แปลของสวนโมกขพลาราม
พร้อมสวดแล้วหรือยัง?
เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา