โมรปริตร
โมรปริตร บทสวดของนกยูงทองที่นอบน้อมพระอาทิตย์และพระพุทธเจ้าทั้งเช้าและเย็น พร้อมคำสวด คำแปล และความหมาย นิยมสวดเพื่อความปลอดภัยตลอดวันและคืน
บทสวดโมรปริตร
(หันทะ มะยัง โมระปะริตตัง ภะณามะ เส)
บทเช้า
อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชาหะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสังตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง ฯ
เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเมเต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุนะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยานะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยาอิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ
บทเย็น
อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชาหะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสังตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง ฯ
เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเมเต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุนะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยานะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยาอิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ
คำแปล
บทเช้า
พระอาทิตย์ผู้เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชามีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วปฐพี กำลังอุทัยขึ้นข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ผู้มีสีดังทองส่องสว่างทั่วปฐพีขอข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านคุ้มครองแล้ว พึงอยู่เป็นสุขตลอดวันนี้
ท่านผู้ลอยบาปเหล่าใด เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวงขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่ท่านเหล่านั้น และขอท่านโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมแด่พระโพธิญาณขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมนกยูงนั้นทำปริตรนี้แล้ว จึงออกไปแสวงหาอาหาร
บทเย็น
พระอาทิตย์ผู้เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชามีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วปฐพี กำลังจะลาลับไปข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ผู้มีสีดังทองส่องสว่างทั่วปฐพีขอข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านคุ้มครองแล้ว พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืนนี้
ท่านผู้ลอยบาปเหล่าใด เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวงขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่ท่านเหล่านั้น และขอท่านโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมแด่พระโพธิญาณขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมนกยูงนั้นทำปริตรนี้แล้ว จึงพักผ่อนหลับนอน
ความหมายของโมรปริตร
โมรปริตรมาจาก โมรชาดก เรื่องราวของพระโพธิสัตว์ที่เกิดเป็นนกยูงทอง ซึ่งถูกนายพรานพยายามจับอยู่หลายปีแต่จับไม่ได้ เพราะนกยูงนั้นสวดปริตรนี้ทุกเช้าก่อนออกหาอาหาร และทุกเย็นก่อนเข้านอน
โครงสร้างของบทนี้จึงมีสองท่อนที่คู่กันอย่างงดงาม ท่อนเช้าใช้คำว่า อุเทตะ (กำลังขึ้น) และขอความสุขตลอด ทิวะสัง (กลางวัน) ท่อนเย็นใช้คำว่า อะเปตะ (กำลังลับไป) และขอความสุขตลอด รัตติง (กลางคืน)
มีข้อที่ควรเข้าใจให้ชัด — การนอบน้อมพระอาทิตย์ในบทนี้ ไม่ใช่การบูชาพระอาทิตย์เป็นเทพเจ้า แต่เป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ให้แสงสว่าง ตามคติของอินเดียโบราณ และสังเกตว่าทันทีหลังจากนั้น บทสวดก็หันมานอบน้อม พระพุทธเจ้า พระโพธิญาณ และวิมุตติธรรม ซึ่งเป็นสาระที่แท้จริง
บทเรียนที่ใช้ได้จริงจากชาดกนี้คือ ความสม่ำเสมอและความไม่ประมาท นกยูงรอดพ้นภัยได้เพราะทำสิ่งเดียวกันนี้ทุกวันโดยไม่ขาด ไม่ใช่เพราะสวดครั้งเดียวแล้วได้ผลทันที
ควรสวดตอนไหน
สวดบทเช้าในตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน และบทเย็นในตอนค่ำก่อนเข้านอน ตามแบบที่นกยูงในชาดกปฏิบัติ
หากมีเวลาจำกัด จะสวดเฉพาะท่อนที่ตรงกับช่วงเวลาก็ได้ หรือจะสวดทั้งสองท่อนรวดเดียวในการทำวัตรก็ไม่ผิด
ความถี่ที่แนะนำ
สวดเช้า-เย็นเป็นประจำทุกวัน หรือสวดในการเจริญพระพุทธมนต์
แหล่งอ้างอิง
โมรปริตร อ้างอิงเนื้อความจากโมรชาดก ในขุททกนิกาย ชาดก พระไตรปิฎก เป็นหนึ่งในบทสวดเจ็ดตำนาน คำสวดที่แสดงไว้อ้างอิงตามฉบับหนังสือสวดมนต์แปล ของสวนโมกขพลาราม
พร้อมสวดแล้วหรือยัง?
เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา
กำลังสวดตามชุด
เจ็ดตำนาน
บทที่ 6 จาก 8