โมรปริตร

โมรปริตร บทสวดของนกยูงทองที่นอบน้อมพระอาทิตย์และพระพุทธเจ้าทั้งเช้าและเย็น พร้อมคำสวด คำแปล และความหมาย นิยมสวดเพื่อความปลอดภัยตลอดวันและคืน

พระปริตร 7 นาที อัปเดต 27 กรกฎาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดโมรปริตร

(หันทะ มะยัง โมระปะริตตัง ภะณามะ เส)

บทเช้า

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชาหะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสังตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง ฯ

เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเมเต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุนะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยานะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยาอิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

บทเย็น

อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชาหะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสังตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง ฯ

เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเมเต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุนะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยานะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยาอิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ

คำแปล

บทเช้า

พระอาทิตย์ผู้เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชามีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วปฐพี กำลังอุทัยขึ้นข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ผู้มีสีดังทองส่องสว่างทั่วปฐพีขอข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านคุ้มครองแล้ว พึงอยู่เป็นสุขตลอดวันนี้

ท่านผู้ลอยบาปเหล่าใด เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวงขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่ท่านเหล่านั้น และขอท่านโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมแด่พระโพธิญาณขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมนกยูงนั้นทำปริตรนี้แล้ว จึงออกไปแสวงหาอาหาร

บทเย็น

พระอาทิตย์ผู้เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชามีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วปฐพี กำลังจะลาลับไปข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ผู้มีสีดังทองส่องสว่างทั่วปฐพีขอข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านคุ้มครองแล้ว พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืนนี้

ท่านผู้ลอยบาปเหล่าใด เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวงขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่ท่านเหล่านั้น และขอท่านโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมแด่พระโพธิญาณขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมนกยูงนั้นทำปริตรนี้แล้ว จึงพักผ่อนหลับนอน

ความหมายของโมรปริตร

โมรปริตรมาจาก โมรชาดก เรื่องราวของพระโพธิสัตว์ที่เกิดเป็นนกยูงทอง ซึ่งถูกนายพรานพยายามจับอยู่หลายปีแต่จับไม่ได้ เพราะนกยูงนั้นสวดปริตรนี้ทุกเช้าก่อนออกหาอาหาร และทุกเย็นก่อนเข้านอน

โครงสร้างของบทนี้จึงมีสองท่อนที่คู่กันอย่างงดงาม ท่อนเช้าใช้คำว่า อุเทตะ (กำลังขึ้น) และขอความสุขตลอด ทิวะสัง (กลางวัน) ท่อนเย็นใช้คำว่า อะเปตะ (กำลังลับไป) และขอความสุขตลอด รัตติง (กลางคืน)

มีข้อที่ควรเข้าใจให้ชัด — การนอบน้อมพระอาทิตย์ในบทนี้ ไม่ใช่การบูชาพระอาทิตย์เป็นเทพเจ้า แต่เป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ให้แสงสว่าง ตามคติของอินเดียโบราณ และสังเกตว่าทันทีหลังจากนั้น บทสวดก็หันมานอบน้อม พระพุทธเจ้า พระโพธิญาณ และวิมุตติธรรม ซึ่งเป็นสาระที่แท้จริง

บทเรียนที่ใช้ได้จริงจากชาดกนี้คือ ความสม่ำเสมอและความไม่ประมาท นกยูงรอดพ้นภัยได้เพราะทำสิ่งเดียวกันนี้ทุกวันโดยไม่ขาด ไม่ใช่เพราะสวดครั้งเดียวแล้วได้ผลทันที

ควรสวดตอนไหน

สวดบทเช้าในตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน และบทเย็นในตอนค่ำก่อนเข้านอน ตามแบบที่นกยูงในชาดกปฏิบัติ

หากมีเวลาจำกัด จะสวดเฉพาะท่อนที่ตรงกับช่วงเวลาก็ได้ หรือจะสวดทั้งสองท่อนรวดเดียวในการทำวัตรก็ไม่ผิด

ความถี่ที่แนะนำ

สวดเช้า-เย็นเป็นประจำทุกวัน หรือสวดในการเจริญพระพุทธมนต์

แหล่งอ้างอิง

โมรปริตร อ้างอิงเนื้อความจากโมรชาดก ในขุททกนิกาย ชาดก พระไตรปิฎก เป็นหนึ่งในบทสวดเจ็ดตำนาน คำสวดที่แสดงไว้อ้างอิงตามฉบับหนังสือสวดมนต์แปล ของสวนโมกขพลาราม

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด