ขันธปริตร

ขันธปริตร หนึ่งในเจ็ดตำนาน บทแผ่เมตตาแก่สัตว์มีพิษเพื่อความปลอดภัย พร้อมคำสวด คำแปล และความหมาย นิยมสวดก่อนเข้าป่าหรือพักแรมนอกบ้าน

พระปริตร 6 นาที อัปเดต 27 กรกฎาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดขันธปริตร

(หันทะ มะยัง ขันธะปะริตตัง ภะณามะ เส)

วิรูปักเขหิ เม เมตตังเมตตัง เอราปะเถหิ เมฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตังเมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ ฯ

อะปาทะเกหิ เม เมตตังเมตตัง ทิปาทะเกหิ เมจะตุปปะเทหิ เม เมตตังเมตตัง พะหุปปะเทหิ เม ฯ

มา มัง อะปาทะโก หิงสิมา มัง หิงสิ ทิปาทะโกมา มัง จะตุปปะโท หิงสิมา มัง หิงสิ พะหุปปะโท ฯ

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณาสัพเพ ภูตา จะ เกวะลาสัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุมา กิญจิ ปาปะมาคะมา ฯ

อัปปะมาโณ พุทโธอัปปะมาโณ ธัมโมอัปปะมาโณ สังโฆปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิอะหิ วิจฉิกา สะตะปะทีอุณณานาภี สะระพู มูสิกา ฯ

กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตาปะฏิกกะมันตุ ภูตานิโสหัง นะโม ภะคะวะโตนะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานัง ฯ

คำแปล

ข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลวิรูปักขะข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลเอราปถะข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลฉัพยาปุตตะและข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลกัณหาโคตมกะ

ข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์ไม่มีเท้าข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์สองเท้าข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์สี่เท้าข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์หลายเท้า

ขอสัตว์ไม่มีเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้าขอสัตว์สองเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้าขอสัตว์สี่เท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้าขอสัตว์หลายเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า

ขอสัตว์ทั้งปวง ผู้มีลมหายใจทั้งปวงและภูตทั้งหลายทั้งสิ้นจงพบแต่ความเจริญอย่าได้ประสบสิ่งชั่วร้ายใด ๆ เลย

พระพุทธเจ้ามีคุณอันประมาณมิได้พระธรรมมีคุณอันประมาณมิได้พระสงฆ์มีคุณอันประมาณมิได้ส่วนสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายนั้นมีประมาณได้แก่ งู แมงป่อง ตะขาบ แมงมุม ตุ๊กแก และหนู

ข้าพเจ้าได้ทำการรักษาไว้แล้ว ได้ทำปริตรไว้แล้วขอสัตว์ทั้งหลายจงหลีกไปเถิดข้าพเจ้านั้นขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าขอนอบน้อมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์

ความหมายของขันธปริตร

ขันธปริตรมีที่มาจากเหตุการณ์ที่ภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดถึงแก่มรณภาพ พระพุทธเจ้าจึงทรงแนะให้ภิกษุทั้งหลาย แผ่เมตตาแก่ตระกูลพญางูทั้งสี่ เพื่อความปลอดภัย

จุดสำคัญที่ทำให้บทนี้น่าสนใจคือ วิธีป้องกันภัยที่ทรงสอน ไม่ใช่การขับไล่หรือทำร้าย แต่คือการแผ่เมตตา ซึ่งสอดคล้องกับหลักที่ว่า เวรย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร

สังเกตการจัดกลุ่มสัตว์ตามจำนวนเท้า คือ ไม่มีเท้า สองเท้า สี่เท้า และหลายเท้า วิธีนี้ครอบคลุมสัตว์ทุกชนิดโดยไม่ต้องไล่ชื่อทีละตัว แสดงถึงความเป็นระบบของคำสอน

ท่อนที่ว่า อัปปะมาโณ พุทโธ (พระพุทธเจ้ามีคุณอันประมาณมิได้) เทียบกับ *ปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิ* (สัตว์เลื้อยคลานมีประมาณ) เป็นการเปรียบให้เห็นว่า คุณของพระรัตนตรัยนั้นยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่เรากลัวอย่างเทียบกันไม่ได้ ซึ่งช่วยให้ใจของผู้สวดคลายความหวาดกลัวลง

ขอเรียนตามตรงว่า หากถูกงูพิษกัดจริง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที บทสวดนี้มีไว้เพื่อตั้งสติและเจริญเมตตา ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษา และไม่ควรใช้เป็นเหตุให้ประมาทในการระวังตัว

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดก่อนเข้าป่า ก่อนพักแรมนอกบ้าน หรือเมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีสัตว์มีพิษชุกชุม รวมทั้งใช้ในการสวดเจ็ดตำนานตามลำดับปกติ

สวดที่บ้านก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่สัตว์เลื้อยคลานมักเข้าบ้าน ควรสวดควบคู่กับการดูแลบ้านให้สะอาดและไม่มีที่หลบซ่อนของสัตว์

ความถี่ที่แนะนำ

สวดก่อนเดินทางเข้าป่า หรือสวดประจำในวันพระ

แหล่งอ้างอิง

ขันธปริตร อ้างอิงเนื้อความจากอหิสูตร ในอังคุตตรนิกาย และขันธปริตรในชาดก พระไตรปิฎก เป็นหนึ่งในบทสวดเจ็ดตำนาน คำสวดที่แสดงไว้อ้างอิงตามฉบับหนังสือสวดมนต์แปล ของสวนโมกขพลาราม

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด