คำอาราธนาธรรม

คำอาราธนาธรรม พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ ภาษาบาลี พร้อมคำอ่านแบ่งพยางค์และคำแปล ที่มาจากเรื่องท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม และต้องกล่าวตอนไหนก่อนพระเทศน์

คำกล่าวในพิธี 1 นาที อัปเดต 12 ตุลาคม 2569
โหมดอ่านนำตัวใหญ่

คำอาราธนาธรรม ภาษาบาลี

คำอาราธนาธรรม (ว่าจบเดียว)

พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติกัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะสันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกาเทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

คำอาราธนาธรรม (ว่าจบเดียว)

พรัม-มา จะ โล-กา-ทิ-ปะ-ตี สะ-หำ-ปะ-ติกัด-อัน-ชะ-ลี อัน-ทิ-วะ-รัง อะ-ยา-จะ-ถะสัน-ตี-ทะ สัด-ตาบ-ปะ-ระ-ชัก-ขะ-ชา-ติ-กาเท-เส-ตุ ทำ-มัง อะ-นุ-กำ-ปิ-มัง ปะ-ชัง

คำแปล

ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่ในโลกประคองอัญชลี ทูลขอพระผู้ประเสริฐว่าสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ขอพระองค์โปรดแสดงธรรม อนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้เถิด

คำอาราธนาธรรมฉบับอื่น

แบบที่สะกดตามพระบาลี (กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง)

มนต์พิธีชาวพุทธ แปล ที่กัลยาณมิตรเผยแพร่ และหน้าคำอาราธนาธรรมพร้อมคำแปลของวัดป่ามหาชัย สะกดวรรคที่สองว่า กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง อะยาจะถะ ตรงกับพระบาลีในพุทธวงศ์ กัลยาณมิตรหมายเหตุไว้ว่ารูป กัตอัญชะลี และ อันธิวะรัง ที่นิยมใช้คลาดเคลื่อนจากพระบาลี ส่วนคู่มือของกองอนุศาสนาจารย์ หน้าคำอาราธนาต่าง ๆ ของวัดป่ามหาชัย และหนังสือสวดมนต์ของ dhammatalks.org ใช้แบบข้างบน ความหมายเหมือนกัน ในพิธีให้ว่าตามแบบที่ผู้นำพิธีใช้

พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติกะตัญชะลี อะนะธิวะรัง อะยาจะถะสันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกาเทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ

คำอ่าน

พรัม-มา จะ โล-กา-ทิ-ปะ-ตี สะ-หำ-ปะ-ติกะ-ตัน-ชะ-ลี อะ-นะ-ทิ-วะ-รัง อะ-ยา-จะ-ถะสัน-ตี-ทะ สัด-ตาบ-ปะ-ระ-ชัก-ขะ-ชา-ติ-กาเท-เส-ตุ ทำ-มัง อะ-นุ-กำ-ปิ-มัง ปะ-ชัง

คำแปล

ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่ในโลกประคองอัญชลี ทูลขอพระผู้ประเสริฐที่ไม่มีผู้ใดยิ่งกว่าว่าสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ขอพระองค์โปรดแสดงธรรม อนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้เถิด

ขั้นตอนในพิธี

  1. นิมนต์พระขึ้นธรรมาสน์

    เมื่อถึงเวลาเทศน์ เจ้าภาพหรือพิธีกรนิมนต์พระสงฆ์รูปที่จะแสดงธรรมขึ้นธรรมาสน์ หรือนั่งอาสนะที่จัดไว้

  2. อาราธนาศีลและรับศีล

    คู่มือของกองอนุศาสนาจารย์ให้อาราธนาศีลและรับศีลหลังพระขึ้นธรรมาสน์แล้ว จากนั้นจึงอาราธนาธรรมต่อ ถ้างานนั้นมีพระสวดมนต์มาก่อน ตอนพระจะสวดให้อาราธนาเฉพาะพระปริตร โดยยังไม่ต้องรับศีล

  3. กล่าวคำอาราธนาธรรม

    พิธีกรหรือผู้นำประนมมือหันไปทางพระผู้แสดงธรรม แล้วกล่าวคำอาราธนาธรรมจบเดียว ผู้ร่วมพิธีประนมมือฟัง หรือว่าตามพร้อมกันตามที่ผู้นำพิธีกำหนด บางวัด เช่นวัดป่ามหาชัย ให้ว่านะโม ๓ จบก่อนกล่าวคำอาราธนาทุกครั้ง

  4. ตั้งใจฟังพระแสดงธรรม

    นั่งสงบ ประนมมือ และฟังให้ตลอด การฟังด้วยความตั้งใจคือจุดหมายของการอาราธนา

  5. พระเทศน์จบ กล่าวสาธุการ

    เมื่อพระแสดงธรรมจบ ผู้ร่วมพิธีกล่าวสาธุการพร้อมกัน ตามที่วัดป่ามหาชัยแนะนำ บางวัดใช้คำสาธุการเป็นบทยาว ให้ว่าตามผู้นำพิธี

  6. ถวายไทยธรรม พระอนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำ

    ถ้าไม่มีพระสวดรับเทศน์ พระจะอนุโมทนาบนธรรมาสน์ แล้วลงมารับไทยธรรมหรือเครื่องกัณฑ์เทศน์ ถ้ามีพระสวดรับเทศน์ เช่นในงานทำบุญหน้าศพ ให้รอพระสวดจบก่อนจึงถวายไทยธรรม ระหว่างพระอนุโมทนาให้กรวดน้ำ ใช้บทกรวดน้ำได้

ความหมายของคำอาราธนาธรรม

คำอาราธนาธรรมคือคำนิมนต์พระสงฆ์ให้แสดงธรรม แต่ตัวบทไม่ได้เป็นคำขอของเราตรง ๆ คาถานี้เล่าเหตุการณ์ที่ท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมหลังตรัสรู้ใหม่ ๆ ผู้อาราธนาจึงยกคำขอของพรหมในครั้งนั้นมาเป็นคำขอของตน

ที่มาในพระไตรปิฎก

  • คาถาบทนี้คือคาถาแรกของ พุทธวงศ์ (ขุททกนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๓๓) ในพระบาลีสะกดว่า กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง และบาทสุดท้ายว่า เทเสหิ ธัมมัง
  • เหตุการณ์เต็มอยู่ใน อายาจนสูตร (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค พรหมสังยุตต์) และ ปาสราสิสูตร หรืออริยปริเยสนสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์) ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องเดียวกันด้วยพระองค์เอง
  • คำว่า เทเสตุ ในคำอาราธนาที่ใช้ในพิธี ตรงกับคำของท้าวสหัมบดีในพระสูตรทั้งสองที่ว่า เทเสตุ ภนฺเต ภควา ธมฺมํ แปลว่า ขอพระผู้มีพระภาคจงแสดงธรรม

เรื่องท้าวสหัมบดีพรหมทูลอาราธนา

  1. หลังตรัสรู้ใหม่ ๆ พระพุทธเจ้าประทับที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา
  2. ทรงพิจารณาว่าธรรมที่ตรัสรู้ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก ส่วนหมู่สัตว์ยังยินดีในความยึดติด ถ้าแสดงไปแล้วไม่มีใครเข้าใจก็จะเหนื่อยเปล่า พระทัยจึงน้อมไปทางไม่แสดงธรรม
  3. ท้าวสหัมบดีพรหมรู้วาระจิตนั้น ปรารภว่าโลกจะพินาศเสียแล้ว จึงมาปรากฏเฉพาะพระพักตร์ ห่มผ้าเฉวียงบ่า คุกเข่าข้างขวาลงที่พื้น ประนมมือ แล้วทูลขอให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ ถ้าไม่ได้ฟังธรรมก็จะเสื่อม และผู้ที่จะรู้ทั่วถึงธรรมจะมี
  4. พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ เห็นสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อยและมาก เหมือนบัวในสระ บางดอกยังจมอยู่ในน้ำ บางดอกตั้งอยู่เสมอน้ำ บางดอกโผล่พ้นน้ำ
  5. จึงตรัสตอบท้าวสหัมบดีว่า ประตูแห่งอมตะเปิดแล้ว ผู้มีโสตจงเปิดใจรับด้วยศรัทธา ท้าวสหัมบดีรู้ว่าพระองค์ทรงรับอาราธนาแล้ว จึงถวายอภิวาท ทำประทักษิณ แล้วหายไป

ต่อมาพระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนะ ใกล้เมืองพาราณสี ธรรมกัณฑ์แรกนั้นคือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

แปลทีละคำ

  • พรัหมา จะ สะหัมปะติ — และท้าวสหัมบดีพรหม
  • โลกาธิปะตี — ผู้เป็นใหญ่ในโลก
  • กัตอัญชะลี — ประคองอัญชลี คือประนมมือ
  • อันธิวะรัง — พระผู้ประเสริฐ ในพุทธวงศ์เป็น อะนะธิวะรัง แปลว่า ผู้ประเสริฐที่ไม่มีผู้ใดยิ่งกว่า
  • อะยาจะถะ — ได้ทูลขอแล้ว
  • สันตีธะ — มีอยู่ในโลกนี้
  • สัตตาปปะระชักขะชาติกา — สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อย ธุลีในที่นี้หมายถึงกิเลสที่บังตาปัญญา
  • เทเสตุ ธัมมัง — ขอจงแสดงธรรม
  • อะนุกัมปิมัง ปะชัง — อนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้

ความหมายต่อผู้ฟัง

ใจความของคำขอคือ ยังมีคนที่พร้อมจะเข้าใจธรรมอยู่ การกล่าวคำนี้ก่อนพระเทศน์จึงเท่ากับบอกพระว่า พวกเราตั้งใจมาฟังและอยากเข้าใจ ไม่ได้นิมนต์ให้เทศน์เพียงเพื่อให้ครบพิธี การนั่งฟังให้ตลอดด้วยใจที่ตั้งมั่นจึงสำคัญกว่าการจำคำอาราธนาได้คล่อง

กล่าวตอนไหนในพิธี

กล่าวหลังพระสงฆ์ขึ้นธรรมาสน์และหลังรับศีลแล้ว ก่อนพระเริ่มเทศน์ ดูลำดับเต็มได้ที่หัวข้อขั้นตอนในพิธีด้านบน

ใช้ทุกครั้งที่นิมนต์พระแสดงธรรมในพิธี เช่น งานทำบุญบ้านที่มีเทศน์ งานทำบุญหน้าศพ และการฟังเทศน์ในวันพระ ถ้างานนั้นมีทั้งสวดมนต์และเทศน์ ให้อาราธนาพระปริตรตอนพระจะสวด และอาราธนาธรรมตอนพระจะเทศน์

คำถามที่พบบ่อย

คำอาราธนาธรรม แปลว่าอะไร

แปลว่า ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่ในโลก ประคองอัญชลีทูลขอพระผู้ประเสริฐว่า สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ ขอพระองค์โปรดแสดงธรรมอนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้เถิด

คำอาราธนาธรรมต้องว่ากี่จบ

ว่าจบเดียว แหล่งที่ตรวจทุกแห่งพิมพ์ไว้จบเดียว ไม่ได้ว่าซ้ำ ๓ ครั้งเหมือนคำอาราธนาศีล

ใครเป็นคนกล่าวคำอาราธนาธรรม

ส่วนใหญ่พิธีกรหรือผู้นำในพิธีเป็นผู้กล่าว ผู้ร่วมพิธีประนมมือฟังหรือว่าตามพร้อมกัน ในงานที่บ้าน เจ้าภาพจะกล่าวเองหรือขอให้ผู้ที่คล่องกล่าวแทนก็ได้

คำอาราธนาธรรมมาจากไหน

เป็นคาถาแรกของพุทธวงศ์ในพระไตรปิฎก เล่าเหตุการณ์ที่ท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม หลังตรัสรู้ใหม่ ๆ ซึ่งมีเรื่องเต็มในอายาจนสูตร สังยุตตนิกาย และปาสราสิสูตร มัชฌิมนิกาย

อาราธนาธรรมกับอาราธนาพระปริตรต่างกันอย่างไร

ใช้คนละช่วงของพิธี คำอาราธนาธรรมใช้นิมนต์พระให้เทศน์ ส่วนคำอาราธนาพระปริตรที่ขึ้นต้นว่า วิปัตติปะฏิพาหายะ ใช้นิมนต์พระให้สวดพระปริตรหรือเจริญพระพุทธมนต์ งานที่มีทั้งสวดและเทศน์จึงใช้ทั้งสองบทคนละตอน

ทำไมบางเล่มเขียน กัตอัญชะลี บางเล่มเขียน กะตัญชะลี

ในพระบาลีพุทธวงศ์เป็น กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง ส่วนคู่มือของกองอนุศาสนาจารย์และหนังสือสวดมนต์หลายเล่มใช้ กัตอัญชะลี อันธิวะรัง ความหมายเหมือนกัน คือประคองอัญชลีทูลขอพระผู้ประเสริฐ ในพิธีให้ว่าตามแบบที่ผู้นำพิธีใช้

ต้องตั้งนะโมก่อนอาราธนาธรรมไหม

แล้วแต่ธรรมเนียมของวัด วัดป่ามหาชัยให้ว่านะโม ๓ จบก่อนคำอาราธนาทุกบท ส่วนคู่มือของกองอนุศาสนาจารย์ให้อาราธนาธรรมต่อจากการรับศีล ซึ่งได้ว่านะโม ๓ จบไปแล้วในช่วงรับศีล

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทเทียบจากแหล่งที่ตรงกันทุกคำ ได้แก่ คำบูชาและคำถวายในพิธีต่าง ๆ ของกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก หน้าคำอาราธนาต่าง ๆ ของเว็บไซต์วัดป่ามหาชัย หนังสือสวดมนต์ภาษาไทยที่เผยแพร่ใน dhammatalks.org และ A Chanting Guide ของ Thanissaro Bhikkhu (Requesting a Discourse) แบบที่สะกดว่า กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง เทียบจากมนต์พิธีชาวพุทธ แปล ของกัลยาณมิตร กับหน้าคำอาราธนาธรรมของวัดป่ามหาชัย คาถานี้คือคาถาแรกของพุทธวงศ์ (ขุททกนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๓๓) ตรวจกับฉบับบาลีใน SuttaCentral เรื่องท้าวสหัมบดีพรหมทูลอาราธนาอ้างอิงอายาจนสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค และปาสราสิสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ลำดับพิธีอ้างอิงศาสนพิธีเบื้องต้นของกองอนุศาสนาจารย์

ต้องอ่านนำในพิธี?

เปิดโหมดอ่านตัวใหญ่ ถือโทรศัพท์อ่านนำได้สบายตา ไม่ต้องซูม

โหมดอ่านนำตัวใหญ่