คำอาราธนาธรรม
คำอาราธนาธรรม พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติ ภาษาบาลี พร้อมคำอ่านแบ่งพยางค์และคำแปล ที่มาจากเรื่องท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม และต้องกล่าวตอนไหนก่อนพระเทศน์
คำอาราธนาธรรม ภาษาบาลี
คำอาราธนาธรรม (ว่าจบเดียว)
พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติกัตอัญชะลี อันธิวะรัง อะยาจะถะสันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกาเทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ
คำอ่าน
อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้
คำอาราธนาธรรม (ว่าจบเดียว)
พรัม-มา จะ โล-กา-ทิ-ปะ-ตี สะ-หำ-ปะ-ติกัด-อัน-ชะ-ลี อัน-ทิ-วะ-รัง อะ-ยา-จะ-ถะสัน-ตี-ทะ สัด-ตาบ-ปะ-ระ-ชัก-ขะ-ชา-ติ-กาเท-เส-ตุ ทำ-มัง อะ-นุ-กำ-ปิ-มัง ปะ-ชัง
คำแปล
ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่ในโลกประคองอัญชลี ทูลขอพระผู้ประเสริฐว่าสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ขอพระองค์โปรดแสดงธรรม อนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้เถิด
คำอาราธนาธรรมฉบับอื่น
แบบที่สะกดตามพระบาลี (กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง)
มนต์พิธีชาวพุทธ แปล ที่กัลยาณมิตรเผยแพร่ และหน้าคำอาราธนาธรรมพร้อมคำแปลของวัดป่ามหาชัย สะกดวรรคที่สองว่า กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง อะยาจะถะ ตรงกับพระบาลีในพุทธวงศ์ กัลยาณมิตรหมายเหตุไว้ว่ารูป กัตอัญชะลี และ อันธิวะรัง ที่นิยมใช้คลาดเคลื่อนจากพระบาลี ส่วนคู่มือของกองอนุศาสนาจารย์ หน้าคำอาราธนาต่าง ๆ ของวัดป่ามหาชัย และหนังสือสวดมนต์ของ dhammatalks.org ใช้แบบข้างบน ความหมายเหมือนกัน ในพิธีให้ว่าตามแบบที่ผู้นำพิธีใช้
พรัหมา จะ โลกาธิปะตี สะหัมปะติกะตัญชะลี อะนะธิวะรัง อะยาจะถะสันตีธะ สัตตาปปะระชักขะชาติกาเทเสตุ ธัมมัง อะนุกัมปิมัง ปะชัง ฯ
คำอ่าน
พรัม-มา จะ โล-กา-ทิ-ปะ-ตี สะ-หำ-ปะ-ติกะ-ตัน-ชะ-ลี อะ-นะ-ทิ-วะ-รัง อะ-ยา-จะ-ถะสัน-ตี-ทะ สัด-ตาบ-ปะ-ระ-ชัก-ขะ-ชา-ติ-กาเท-เส-ตุ ทำ-มัง อะ-นุ-กำ-ปิ-มัง ปะ-ชัง
คำแปล
ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่ในโลกประคองอัญชลี ทูลขอพระผู้ประเสริฐที่ไม่มีผู้ใดยิ่งกว่าว่าสัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ขอพระองค์โปรดแสดงธรรม อนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้เถิด
ขั้นตอนในพิธี
-
นิมนต์พระขึ้นธรรมาสน์
เมื่อถึงเวลาเทศน์ เจ้าภาพหรือพิธีกรนิมนต์พระสงฆ์รูปที่จะแสดงธรรมขึ้นธรรมาสน์ หรือนั่งอาสนะที่จัดไว้
-
อาราธนาศีลและรับศีล
คู่มือของกองอนุศาสนาจารย์ให้อาราธนาศีลและรับศีลหลังพระขึ้นธรรมาสน์แล้ว จากนั้นจึงอาราธนาธรรมต่อ ถ้างานนั้นมีพระสวดมนต์มาก่อน ตอนพระจะสวดให้อาราธนาเฉพาะพระปริตร โดยยังไม่ต้องรับศีล
-
กล่าวคำอาราธนาธรรม
พิธีกรหรือผู้นำประนมมือหันไปทางพระผู้แสดงธรรม แล้วกล่าวคำอาราธนาธรรมจบเดียว ผู้ร่วมพิธีประนมมือฟัง หรือว่าตามพร้อมกันตามที่ผู้นำพิธีกำหนด บางวัด เช่นวัดป่ามหาชัย ให้ว่านะโม ๓ จบก่อนกล่าวคำอาราธนาทุกครั้ง
-
ตั้งใจฟังพระแสดงธรรม
นั่งสงบ ประนมมือ และฟังให้ตลอด การฟังด้วยความตั้งใจคือจุดหมายของการอาราธนา
-
พระเทศน์จบ กล่าวสาธุการ
เมื่อพระแสดงธรรมจบ ผู้ร่วมพิธีกล่าวสาธุการพร้อมกัน ตามที่วัดป่ามหาชัยแนะนำ บางวัดใช้คำสาธุการเป็นบทยาว ให้ว่าตามผู้นำพิธี
-
ถวายไทยธรรม พระอนุโมทนา เจ้าภาพกรวดน้ำ
ถ้าไม่มีพระสวดรับเทศน์ พระจะอนุโมทนาบนธรรมาสน์ แล้วลงมารับไทยธรรมหรือเครื่องกัณฑ์เทศน์ ถ้ามีพระสวดรับเทศน์ เช่นในงานทำบุญหน้าศพ ให้รอพระสวดจบก่อนจึงถวายไทยธรรม ระหว่างพระอนุโมทนาให้กรวดน้ำ ใช้บทกรวดน้ำได้
ความหมายของคำอาราธนาธรรม
คำอาราธนาธรรมคือคำนิมนต์พระสงฆ์ให้แสดงธรรม แต่ตัวบทไม่ได้เป็นคำขอของเราตรง ๆ คาถานี้เล่าเหตุการณ์ที่ท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมหลังตรัสรู้ใหม่ ๆ ผู้อาราธนาจึงยกคำขอของพรหมในครั้งนั้นมาเป็นคำขอของตน
ที่มาในพระไตรปิฎก
- คาถาบทนี้คือคาถาแรกของ พุทธวงศ์ (ขุททกนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๓๓) ในพระบาลีสะกดว่า กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง และบาทสุดท้ายว่า เทเสหิ ธัมมัง
- เหตุการณ์เต็มอยู่ใน อายาจนสูตร (สังยุตตนิกาย สคาถวรรค พรหมสังยุตต์) และ ปาสราสิสูตร หรืออริยปริเยสนสูตร (มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์) ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องเดียวกันด้วยพระองค์เอง
- คำว่า เทเสตุ ในคำอาราธนาที่ใช้ในพิธี ตรงกับคำของท้าวสหัมบดีในพระสูตรทั้งสองที่ว่า เทเสตุ ภนฺเต ภควา ธมฺมํ แปลว่า ขอพระผู้มีพระภาคจงแสดงธรรม
เรื่องท้าวสหัมบดีพรหมทูลอาราธนา
- หลังตรัสรู้ใหม่ ๆ พระพุทธเจ้าประทับที่โคนต้นอชปาลนิโครธ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลา
- ทรงพิจารณาว่าธรรมที่ตรัสรู้ลึกซึ้ง เห็นได้ยาก ส่วนหมู่สัตว์ยังยินดีในความยึดติด ถ้าแสดงไปแล้วไม่มีใครเข้าใจก็จะเหนื่อยเปล่า พระทัยจึงน้อมไปทางไม่แสดงธรรม
- ท้าวสหัมบดีพรหมรู้วาระจิตนั้น ปรารภว่าโลกจะพินาศเสียแล้ว จึงมาปรากฏเฉพาะพระพักตร์ ห่มผ้าเฉวียงบ่า คุกเข่าข้างขวาลงที่พื้น ประนมมือ แล้วทูลขอให้ทรงแสดงธรรม เพราะสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อยยังมีอยู่ ถ้าไม่ได้ฟังธรรมก็จะเสื่อม และผู้ที่จะรู้ทั่วถึงธรรมจะมี
- พระพุทธเจ้าทรงตรวจดูโลกด้วยพุทธจักษุ เห็นสัตว์ที่มีธุลีในดวงตาน้อยและมาก เหมือนบัวในสระ บางดอกยังจมอยู่ในน้ำ บางดอกตั้งอยู่เสมอน้ำ บางดอกโผล่พ้นน้ำ
- จึงตรัสตอบท้าวสหัมบดีว่า ประตูแห่งอมตะเปิดแล้ว ผู้มีโสตจงเปิดใจรับด้วยศรัทธา ท้าวสหัมบดีรู้ว่าพระองค์ทรงรับอาราธนาแล้ว จึงถวายอภิวาท ทำประทักษิณ แล้วหายไป
ต่อมาพระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนะ ใกล้เมืองพาราณสี ธรรมกัณฑ์แรกนั้นคือธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
แปลทีละคำ
- พรัหมา จะ สะหัมปะติ — และท้าวสหัมบดีพรหม
- โลกาธิปะตี — ผู้เป็นใหญ่ในโลก
- กัตอัญชะลี — ประคองอัญชลี คือประนมมือ
- อันธิวะรัง — พระผู้ประเสริฐ ในพุทธวงศ์เป็น อะนะธิวะรัง แปลว่า ผู้ประเสริฐที่ไม่มีผู้ใดยิ่งกว่า
- อะยาจะถะ — ได้ทูลขอแล้ว
- สันตีธะ — มีอยู่ในโลกนี้
- สัตตาปปะระชักขะชาติกา — สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อย ธุลีในที่นี้หมายถึงกิเลสที่บังตาปัญญา
- เทเสตุ ธัมมัง — ขอจงแสดงธรรม
- อะนุกัมปิมัง ปะชัง — อนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้
ความหมายต่อผู้ฟัง
ใจความของคำขอคือ ยังมีคนที่พร้อมจะเข้าใจธรรมอยู่ การกล่าวคำนี้ก่อนพระเทศน์จึงเท่ากับบอกพระว่า พวกเราตั้งใจมาฟังและอยากเข้าใจ ไม่ได้นิมนต์ให้เทศน์เพียงเพื่อให้ครบพิธี การนั่งฟังให้ตลอดด้วยใจที่ตั้งมั่นจึงสำคัญกว่าการจำคำอาราธนาได้คล่อง
กล่าวตอนไหนในพิธี
กล่าวหลังพระสงฆ์ขึ้นธรรมาสน์และหลังรับศีลแล้ว ก่อนพระเริ่มเทศน์ ดูลำดับเต็มได้ที่หัวข้อขั้นตอนในพิธีด้านบน
ใช้ทุกครั้งที่นิมนต์พระแสดงธรรมในพิธี เช่น งานทำบุญบ้านที่มีเทศน์ งานทำบุญหน้าศพ และการฟังเทศน์ในวันพระ ถ้างานนั้นมีทั้งสวดมนต์และเทศน์ ให้อาราธนาพระปริตรตอนพระจะสวด และอาราธนาธรรมตอนพระจะเทศน์
คำถามที่พบบ่อย
คำอาราธนาธรรม แปลว่าอะไร
แปลว่า ท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นใหญ่ในโลก ประคองอัญชลีทูลขอพระผู้ประเสริฐว่า สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยมีอยู่ในโลกนี้ ขอพระองค์โปรดแสดงธรรมอนุเคราะห์หมู่สัตว์นี้เถิด
คำอาราธนาธรรมต้องว่ากี่จบ
ว่าจบเดียว แหล่งที่ตรวจทุกแห่งพิมพ์ไว้จบเดียว ไม่ได้ว่าซ้ำ ๓ ครั้งเหมือนคำอาราธนาศีล
ใครเป็นคนกล่าวคำอาราธนาธรรม
ส่วนใหญ่พิธีกรหรือผู้นำในพิธีเป็นผู้กล่าว ผู้ร่วมพิธีประนมมือฟังหรือว่าตามพร้อมกัน ในงานที่บ้าน เจ้าภาพจะกล่าวเองหรือขอให้ผู้ที่คล่องกล่าวแทนก็ได้
คำอาราธนาธรรมมาจากไหน
เป็นคาถาแรกของพุทธวงศ์ในพระไตรปิฎก เล่าเหตุการณ์ที่ท้าวสหัมบดีพรหมทูลขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรม หลังตรัสรู้ใหม่ ๆ ซึ่งมีเรื่องเต็มในอายาจนสูตร สังยุตตนิกาย และปาสราสิสูตร มัชฌิมนิกาย
อาราธนาธรรมกับอาราธนาพระปริตรต่างกันอย่างไร
ใช้คนละช่วงของพิธี คำอาราธนาธรรมใช้นิมนต์พระให้เทศน์ ส่วนคำอาราธนาพระปริตรที่ขึ้นต้นว่า วิปัตติปะฏิพาหายะ ใช้นิมนต์พระให้สวดพระปริตรหรือเจริญพระพุทธมนต์ งานที่มีทั้งสวดและเทศน์จึงใช้ทั้งสองบทคนละตอน
ทำไมบางเล่มเขียน กัตอัญชะลี บางเล่มเขียน กะตัญชะลี
ในพระบาลีพุทธวงศ์เป็น กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง ส่วนคู่มือของกองอนุศาสนาจารย์และหนังสือสวดมนต์หลายเล่มใช้ กัตอัญชะลี อันธิวะรัง ความหมายเหมือนกัน คือประคองอัญชลีทูลขอพระผู้ประเสริฐ ในพิธีให้ว่าตามแบบที่ผู้นำพิธีใช้
ต้องตั้งนะโมก่อนอาราธนาธรรมไหม
แล้วแต่ธรรมเนียมของวัด วัดป่ามหาชัยให้ว่านะโม ๓ จบก่อนคำอาราธนาทุกบท ส่วนคู่มือของกองอนุศาสนาจารย์ให้อาราธนาธรรมต่อจากการรับศีล ซึ่งได้ว่านะโม ๓ จบไปแล้วในช่วงรับศีล
แหล่งอ้างอิง
ตัวบทเทียบจากแหล่งที่ตรงกันทุกคำ ได้แก่ คำบูชาและคำถวายในพิธีต่าง ๆ ของกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก หน้าคำอาราธนาต่าง ๆ ของเว็บไซต์วัดป่ามหาชัย หนังสือสวดมนต์ภาษาไทยที่เผยแพร่ใน dhammatalks.org และ A Chanting Guide ของ Thanissaro Bhikkhu (Requesting a Discourse) แบบที่สะกดว่า กะตัญชะลี อะนะธิวะรัง เทียบจากมนต์พิธีชาวพุทธ แปล ของกัลยาณมิตร กับหน้าคำอาราธนาธรรมของวัดป่ามหาชัย คาถานี้คือคาถาแรกของพุทธวงศ์ (ขุททกนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม ๓๓) ตรวจกับฉบับบาลีใน SuttaCentral เรื่องท้าวสหัมบดีพรหมทูลอาราธนาอ้างอิงอายาจนสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค และปาสราสิสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ลำดับพิธีอ้างอิงศาสนพิธีเบื้องต้นของกองอนุศาสนาจารย์
ต้องอ่านนำในพิธี?
เปิดโหมดอ่านตัวใหญ่ ถือโทรศัพท์อ่านนำได้สบายตา ไม่ต้องซูม