ชัยปริตร (มหาการุณิโก)

บทชัยปริตร หรือมหาการุณิโก ฉบับที่สวดกันทั่วไป พร้อมคำอ่าน คำแปล และความหมายทีละท่อน นิยมสวดต่อจากบทพาหุงจนเรียกรวมกันว่าพาหุงมหากา

พระปริตร 3 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดมหาการุณิโก

(นิยมสวดต่อจากบทพาหุง)

มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินังปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมังเอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโนเอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเลอะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเรอะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ

สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตังสุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณังปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณาปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ

บทลงท้าย

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตาสัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

มะ-หา-กา-รุ-นิ-โก นา-โถ หิ-ตา-ยะ สับ-พะ-ปา-นิ-นังปู-เร-ตะ-วา ปา-ระ-มี สับ-พา ปัด-โต สำ-โพ-ทิ-มุด-ตะ-มังเอ-เต-นะ สัด-จะ-วัด-เช-นะ โห-ตุ เต ชะ-ยะ-มัง-คะ-ลัง

ชะ-ยัน-โต โพ-ทิ-ยา มู-เล สัก-ยา-นัง นัน-ทิ-วัด-ทะ-โนเอ-วัง ตะ-วัง วิ-ชะ-โย โห-หิ ชะ-ยัด-สุ ชะ-ยะ-มัง-คะ-เลอะ-ปะ-รา-ชิ-ตะ-ปัน-ลัง-เก สี-เส ปะ-ถะ-วิ-โปก-ขะ-เรอะ-พิ-เส-เก สับ-พะ-พุด-ทา-นัง อัก-คับ-ปัด-โต ปะ-โม-ทะ-ติ

สุ-นัก-ขัด-ตัง สุ-มัง-คะ-ลัง สุ-ปะ-พา-ตัง สุ-หุด-ถิ-ตังสุ-ขะ-โน สุ-มุ-หุด-โต จะ สุ-ยิด-ถัง พรัม-มะ-จา-ริ-สุปะ-ทัก-ขิ-นัง กา-ยะ-กำ-มัง วา-จา-กำ-มัง ปะ-ทัก-ขิ-นังปะ-ทัก-ขิ-นัง มะ-โน-กำ-มัง ปะ-นิ-ที เต ปะ-ทัก-ขิ-นาปะ-ทัก-ขิ-นา-นิ กัด-ตะ-วา-นะ ละ-พัน-ตัด-เถ ปะ-ทัก-ขิ-เน

พะ-วะ-ตุ สับ-พะ-มัง-คะ-ลัง รัก-ขัน-ตุ สับ-พะ-เท-วะ-ตาสับ-พะ-พุด-ทา-นุ-พา-เว-นะ สะ-ทา โสด-ถี พะ-วัน-ตุ เต

พะ-วะ-ตุ สับ-พะ-มัง-คะ-ลัง รัก-ขัน-ตุ สับ-พะ-เท-วะ-ตาสับ-พะ-ทำ-มา-นุ-พา-เว-นะ สะ-ทา โสด-ถี พะ-วัน-ตุ เต

พะ-วะ-ตุ สับ-พะ-มัง-คะ-ลัง รัก-ขัน-ตุ สับ-พะ-เท-วะ-ตาสับ-พะ-สัง-คา-นุ-พา-เว-นะ สะ-ทา โสด-ถี พะ-วัน-ตุ เต

คำแปล

พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณาทรงบำเพ็ญบารมีทั้งปวงเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์จนได้บรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน

พระพุทธเจ้าผู้ยังความยินดีให้เจริญแก่ศากยวงศ์ ทรงชนะมารที่โคนต้นโพธิ์ฉันใดขอท่านจงชนะฉันนั้น ขอท่านจงมีชัยในมงคลพิธีเหมือนพระองค์ผู้ประทับบนบัลลังก์แห่งความไม่พ่ายแพ้ เหนือพื้นปฐพีอันเป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทั้งปวง ทรงถึงความเป็นเลิศและเบิกบานพระทัยอยู่

เวลาที่ประพฤติชอบ ชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี เช้าดี รุ่งอรุณดีขณะดี ครู่ดี และเป็นการบูชาดีแล้วในผู้ประพฤติพรหมจรรย์กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เป็นไปด้วยดี ความตั้งใจของท่านก็เป็นไปด้วยดีเมื่อทำกรรมที่ดีเช่นนี้แล้ว ย่อมได้รับประโยชน์ที่ดีทั้งหลาย

บทลงท้าย

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน ขอเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่านด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวงขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

(รอบที่ 2 และ 3 อ้างอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง และพระสงฆ์ทั้งปวง ตามลำดับ)

ความหมายของมหาการุณิโก

ชัยปริตร แปลว่า บทสวดคุ้มครองเพื่อชัยชนะ แบ่งได้เป็นสามท่อน แล้วปิดด้วยบทลงท้าย

ท่อนที่ 1 อ้างพระมหากรุณาเป็นคำสัตย์

บทนี้ใช้หลักที่เรียกว่า สัจจกิริยา คือการอ้างความจริงเพื่อความสวัสดี ความจริงที่ยกมาอ้างคือ พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญบารมีด้วยพระมหากรุณาเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น จนได้ตรัสรู้ แล้วปิดด้วย เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง แปลว่า "ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน"

ท่อนที่ 2 ขอให้ชนะเหมือนพระพุทธเจ้าที่โคนต้นโพธิ์

เทียบชัยชนะที่ขอให้ผู้ฟัง กับชัยชนะของพระพุทธเจ้าเหนือมารใต้ต้นโพธิ์ บนบัลลังก์ที่ไม่มีวันพ่ายแพ้ อันเป็นที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์

ท่อนที่ 3 ฤกษ์ดีคือเวลาที่ทำดี

ท่อน สุนักขัตตัง สุมังคะลัง... ยกมาจากปุพพัณหสูตร ในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ในพระสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่ประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ ในเวลาเช้า ก็ได้ชื่อว่ามีเช้าที่ดี เวลากลางวันและเวลาเย็นก็เช่นเดียวกัน แล้วจึงตรัสคาถาบทนี้ ใจความคือ เวลาใดที่ทำความดีด้วยกาย วาจา ใจ เวลานั้นชื่อว่าฤกษ์ดี มงคลดี และผู้ที่ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี ไม่ต้องรอฤกษ์จากที่อื่น

บทลงท้าย ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง

ท้ายสุดคือ ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง อ้างอานุภาพพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบสามรอบ ทั้งสามรอบเหมือนกันเกือบทุกคำ ต่างกันเพียง สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ และ สัพพะสังฆานุภาเวนะ ถ้าสวดต่อจากบทพาหุง ก็ครบชุดที่คนไทยเรียกว่า "พาหุงมหากา"

ที่มาของชัยปริตร

ในชัยปริตร มีเพียงท่อน สุนักขัตตัง... ที่ยกมาจากพระสูตรโดยตรง ท่อนอื่นไม่พบเป็นบทเดียวกันในพระไตรปิฎก สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในหนังสือตำนานพระปริต (พ.ศ. 2472) ว่า คาถามหาการุณิโกเป็นคาถาที่แทรกต่อท้ายพระปริต ทรงสันนิษฐานว่านักปราชญ์คัดมาจากพระไตรปิฎกหรือแต่งขึ้นใหม่ เพื่อให้การสวดพระปริตเป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น และเป็นแบบแผนที่มีมาแต่ลังกา

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดต่อท้ายบทพาหุง ในตอนเช้าหลังทำวัตร และในงานมงคลต่าง ๆ เช่น ทำบุญบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ และวันเกิด

หากมีเวลาจำกัด จะสวดเฉพาะบทนี้ก็ได้ เพราะใจความครบในตัวเอง

ความถี่ที่แนะนำ

สวดวันละ 1 ครั้ง ต่อท้ายบทพาหุง

คำถามที่พบบ่อย

มหาการุณิโก แปลว่าอะไร

แปลว่า "ผู้ประกอบด้วยพระมหากรุณา" หมายถึงพระพุทธเจ้า วรรคแรก มะหาการุณิโก นาโถ จึงแปลว่า พระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง ผู้ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา

ชัยปริตร มหาการุณิโก และมหากา เป็นบทเดียวกันไหม

เป็นบทเดียวกัน ชัยปริตรคือชื่อบท แปลว่าบทสวดคุ้มครองเพื่อชัยชนะ ส่วนมหาการุณิโกคือคำขึ้นต้นของบท และ "มหากา" ในคำว่าพาหุงมหากาก็มาจากบทนี้ ซึ่งนิยมสวดต่อจากบทพาหุง

ชัยปริตร มาจากพระไตรปิฎกไหม

มาบางส่วน ท่อน สุนักขัตตัง สุมังคะลัง ถึง ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ยกมาจากปุพพัณหสูตร ในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ส่วนท่อนอื่นไม่พบเป็นบทเดียวกันในพระไตรปิฎก เป็นคาถาที่แทรกต่อท้ายการสวดพระปริตสืบกันมา

ชะยันโต โพธิยา มูเล แปลว่าอะไร

แปลว่า ทรงชนะที่โคนต้นโพธิ์ หมายถึงพระพุทธเจ้าทรงชนะมารในคราวตรัสรู้ วรรคต่อมา เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ แปลว่า ขอท่านจงมีชัยชนะเช่นนั้น

สุนักขัตตัง สุมังคะลัง หมายความว่าอย่างไร

แปลว่า ฤกษ์ดี มงคลดี ใจความของท่อนนี้คือ เวลาใดที่ทำความดีด้วยกาย วาจา ใจ เวลานั้นก็เป็นฤกษ์ดีและมงคลดี ผู้ทำกรรมดีย่อมได้รับผลดี จึงไม่ต้องรอฤกษ์จากที่อื่น

สวดชัยปริตรอย่างเดียว ไม่สวดพาหุงได้ไหม

ได้ บทนี้ใจความครบในตัวเอง ใช้เวลาสวดประมาณ 3 นาที ที่นิยมคือสวดต่อจากบทพาหุงตอนเช้า และสวดในงานมงคล เช่น ทำบุญบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ หรือวันเกิด

ถ้าสวดให้ตัวเอง ต้องเปลี่ยน "เต" เป็น "เม" ไหม

บทมาตรฐานใช้ "เต" (แก่ท่าน) เพราะเป็นบทให้พร บางท่านเปลี่ยนเป็นรูปของตัวเองเมื่อสวดให้ตัวเอง เช่น โหตุ เม ชะยะมังคะลัง และ ภะวันตุ เม พบได้ทั้งสองแบบ ถ้าสวดพร้อมผู้อื่นหรือสวดในพิธี ให้ว่าตามบทมาตรฐาน

ต้องสวด ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง ครบสามรอบไหม

บทมาตรฐานสวดครบสามรอบ อ้างอานุภาพพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ตามลำดับ ทั้งสามรอบต่างกันเพียงคำเดียว คือ สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ และสัพพะสังฆานุภาเวนะ

แหล่งอ้างอิง

ชัยปริตร (มหาการุณิโกนาโถติอาทิกาคาถา) เป็นบทสวดมาตรฐานในหนังสือสวดมนต์ไทย นิยมสวดต่อท้ายพุทธชัยมงคลคาถา จนเรียกรวมกันว่า "พาหุงมหากา" ตัวบทตรงกับฉบับที่ใช้ในหนังสือสวดมนต์ของวัดไทยทั่วไป ท่อน สุนักขัตตัง สุมังคะลัง ถึง ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ ยกมาจากปุพพัณหสูตร ในอังคุตตรนิกาย ติกนิบาต

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด