พระปริตร (ปริตร อ่านว่า ปะ-ริด) คือบทสวดที่พระสงฆ์ใช้สวดเพื่อความคุ้มครองและความเป็นมงคล เช่น ในงานทำบุญบ้าน งานแต่งงาน หรือเมื่อมีเหตุร้าย บทพระปริตรส่วนใหญ่ยกมาจากพระสูตรและชาดกในพระไตรปิฎก มีบางบทที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นภายหลัง คนไทยรู้จักพระปริตรในชื่อชุด เจ็ดตำนาน และ สิบสองตำนาน
พระปริตร แปลว่าอะไร
คำว่า ปริตร มาจากภาษาบาลีว่า ปริตฺต แปลว่า เครื่องป้องกัน หรือความคุ้มครอง พระไตรปิฎกใช้คำนี้ในเรื่องที่มาของขันธปริตร เมื่อภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดถึงแก่มรณภาพ พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุแผ่เมตตาแก่ตระกูลพญางูทั้งสี่ “เพื่อคุ้มครองตน รักษาตน ป้องกันตน” คำว่าป้องกันตนในพระบาลีคือ อัตตะปะริตตายะ
คำอาราธนาพระปริตรที่พิธีกรกล่าวก่อนพระสวด ก็บอกจุดประสงค์ไว้ในตัว คือขอให้พระสงฆ์สวดพระปริตรอันเป็นมงคล เพื่อป้องกันความวิบัติ เพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวง และเพื่อให้ทุกข์ ภัย และโรคทั้งปวงพินาศไป
พระปริตรทั้ง 12 บทมาจากไหน
พระปริตรแต่ละบทมีที่มาต่างกัน บางบทพระพุทธเจ้าตรัสเพื่อคุ้มครองโดยตรง บางบทเป็นคาถาในชาดกที่พระโพธิสัตว์ใช้คุ้มครองตน และบางบทแต่งขึ้นภายหลังโดยอาศัยเรื่องในพระไตรปิฎก ตารางนี้เรียงตามลำดับที่สวดในสิบสองตำนาน เลขเล่มเป็นของพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย 45 เล่ม กดชื่อบทเพื่ออ่านบทสวดเต็ม คำอ่านทุกบรรทัด และคำแปล
| บท | ที่มา | เรื่องโดยย่อ |
|---|---|---|
| มงคลสูตร | ขุททกปาฐะ และสุตตนิบาต (เล่ม 25) | เทวดาทูลถามว่าอะไรคือมงคล พระพุทธเจ้าตรัสตอบเป็นมงคล 38 ประการ |
| รัตนสูตร | ขุททกปาฐะ และสุตตนิบาต (เล่ม 25) | อรรถกถาเล่าว่าเมืองเวสาลีเกิดภัยแล้ง อมนุษย์ และโรคระบาด พระอานนท์เดินสวดรัตนสูตรรอบเมืองจนภัยสงบ |
| กรณียเมตตสูตร | ขุททกปาฐะ และสุตตนิบาต (เล่ม 25) | อรรถกถาเล่าว่าภิกษุราว 500 รูปถูกรุกขเทวดารบกวนในป่า พระพุทธเจ้าทรงสอนให้แผ่เมตตา |
| ขันธปริตร | อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต (เล่ม 21) และพระวินัย จุลวรรค (เล่ม 7) | ทรงสอนให้แผ่เมตตาแก่ตระกูลพญางูทั้งสี่ หลังภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัด |
| โมรปริตร | โมรชาดก (เล่ม 27) | นกยูงทองซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ สวดคาถาคุ้มครองตนทุกเช้าและเย็น |
| วัฏฏกปริตร | วัฏฏกชาดก (เล่ม 27) และจริยาปิฎก (เล่ม 33) | ลูกนกคุ่มที่ยังบินไม่ได้ตั้งสัจจะ ไฟป่าที่ลามมาจึงดับลงตรงหน้า |
| ธชัคคสูตร | สังยุตตนิกาย สคาถวรรค (เล่ม 15) | ทรงสอนให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เมื่อเกิดความกลัว |
| อาฏานาฏิยปริตร | ท่อนแรกจากอาฏานาฏิยสูตร ทีฆนิกาย (เล่ม 11) ท่อนที่เหลือแต่งขึ้นภายหลัง | ท้าวเวสสุวรรณถวายคาถาไว้คุ้มครองพุทธบริษัทจากยักษ์ที่ไม่เลื่อมใส |
| อังคุลิมาลปริตร | อังคุลิมาลสูตร มัชฌิมนิกาย (เล่ม 13) | พระองคุลิมาลกล่าวสัจจวาจาให้หญิงที่คลอดลำบากคลอดได้โดยสวัสดี |
| โพชฌังคปริตร | แต่งขึ้นภายหลัง สรุปเรื่องจากคิลานสูตร สังยุตตนิกาย (เล่ม 19) | พระมหากัสสปะ พระมหาโมคคัลลานะ และพระพุทธเจ้า หายจากอาพาธเมื่อได้ฟังโพชฌงค์ 7 |
| อภยปริตร | แต่งขึ้นภายหลัง ไม่อยู่ในพระไตรปิฎก | ขอให้ลางร้ายและฝันร้ายพินาศไปด้วยอานุภาพพระรัตนตรัย |
| ชัยปริตร (มหาการุณิโก) | แต่งขึ้นภายหลัง บางท่อนยกจากปุพพัณหสูตร อังคุตตรนิกาย | ขอให้มีชัยชนะ เหมือนพระพุทธเจ้าทรงชนะมารที่โคนต้นโพธิ์ |
เรื่องโดยย่อที่ขึ้นต้นว่า “อรรถกถาเล่าว่า” ไม่ได้อยู่ในตัวพระสูตร เพราะรัตนสูตรและกรณียเมตตสูตรในพระไตรปิฎกมีแต่คาถา ไม่ได้บอกว่าตรัสที่ไหนหรือเพราะเหตุใด เรื่องเบื้องหลังจึงมาจากอรรถกถาที่อธิบายพระสูตรนั้น
เจ็ดตำนานกับสิบสองตำนานต่างกันอย่างไร
- เจ็ดตำนาน หรือจุลราชปริตร คือพระปริตร 7 บท ได้แก่ มงคลสูตร รัตนสูตร กรณียเมตตสูตร ขันธปริตร โมรปริตร ธชัคคสูตร และอาฏานาฏิยปริตร
- สิบสองตำนาน หรือมหาราชปริตร คือเจ็ดตำนานที่เพิ่มอีก 5 บท ได้แก่ วัฏฏกปริตร อังคุลิมาลปริตร โพชฌังคปริตร อภยปริตร และชัยปริตร
ในหนังสือสวดมนต์ วัฏฏกปริตรแทรกอยู่ต่อจากโมรปริตร ส่วนอีกสี่บทต่อท้ายอาฏานาฏิยปริตร งานพิธีส่วนใหญ่ไม่ได้สวดครบทุกบท พระสงฆ์มักเลือกบทหรือสวดแบบย่อตามเวลาของงาน
ถ้าจะสวดเองทั้งชุด ใช้ชุดสวดเจ็ดตำนานหรือชุดสวดสิบสองตำนาน ซึ่งเรียงบทไว้ตามลำดับแล้ว ทั้งสองชุดเริ่มด้วยนมการสิทธิคาถา ซึ่งในงานเจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์สวดในช่วงต้นก่อนเข้าบทพระปริตร
พระปริตรใช้สวดในงานไหน
- งานมงคล เช่น ทำบุญบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญวันเกิด และงานแต่งงาน หลังรับศีลแล้วพิธีกรกล่าวคำอาราธนาพระปริตร จากนั้นพระสงฆ์จึงเจริญพระพุทธมนต์
- ทำน้ำพระพุทธมนต์ ตามคู่มือพิธีของกองอนุศาสนาจารย์ เจ้าภาพจุดเทียนน้ำมนต์เมื่อพระสวดถึง อะเสวะนา จะ พาลานัง ในมงคลสูตร และพระดับเทียนเมื่อสวดถึง นิพพันติ ธีรา ยะถายัมปะทีโป ในรัตนสูตร
- สวดเองที่บ้าน ฆราวาสสวดพระปริตรเองได้ทุกบท ไม่จำเป็นต้องรอให้พระสวดให้
หลายคนเลือกบทตามเรื่องที่กังวลอยู่ โดยอาศัยเรื่องที่มาของแต่ละบท การเลือกแบบนี้เป็นธรรมเนียมที่นิยมกัน ไม่ได้มีข้อกำหนดในพระไตรปิฎก
| เรื่องที่กังวล | บทที่นิยมสวด |
|---|---|
| อยากให้ใจเย็นลง มีเมตตา | กรณียเมตตสูตร |
| กลัว ตกใจ หวาดหวั่น | ธชัคคสูตร |
| เข้าป่า ค้างแรมนอกบ้าน หรือพักในที่เปลี่ยว | ขันธปริตร อาฏานาฏิยปริตร |
| เจ็บป่วย | โพชฌังคปริตร ควบคู่กับการรักษาของแพทย์ |
| ตั้งครรภ์ ใกล้คลอด | อังคุลิมาลปริตร |
| ฝันร้าย | อภยปริตร |
| เริ่มวันใหม่ | บทเช้าของโมรปริตร |
คาถาประจำวันเกิดทั้ง 8 วันก็ยกมาจากพระปริตร หรือจากบทขัดที่ใช้สวดนำพระปริตร
พระปริตรคุ้มครองได้จริงไหม
คัมภีร์มิลินทปัญหามีตอนที่พระเจ้ามิลินท์ถามพระนาคเสนเรื่องนี้ตรง ๆ พระเจ้ามิลินท์ยกพุทธพจน์ในธรรมบทว่า ไม่ว่าในอากาศ กลางทะเล หรือในซอกเขา ไม่มีที่ใดที่คนจะหนีความตายพ้น แล้วถามว่าถ้าเช่นนั้น พระปริตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้จะมีประโยชน์อะไร
พระนาคเสนตอบว่า พระปริตรช่วยผู้ที่ยังมีอายุเหลืออยู่ แต่ต่ออายุให้ผู้ที่สิ้นอายุแล้วไม่ได้ เหมือนยาที่ช่วยคนป่วยซึ่งยังรักษาได้ แต่ช่วยคนที่ถึงคราวตายไม่ได้ และอธิบายว่ามีเหตุ 3 อย่างที่ทำให้พระปริตรไม่คุ้มครอง คือ กรรมเป็นเครื่องกั้น กิเลสเป็นเครื่องกั้น และความไม่เชื่อ พระปริตรที่คุ้มครองสัตว์ได้ จึงเสื่อมกำลังลงด้วยการกระทำของผู้นั้นเอง
มิลินทปัญหาเป็นคัมภีร์ชั้นหลัง ไม่นับอยู่ในพระไตรปิฎกฉบับไทย แต่เป็นคัมภีร์ที่อ้างถึงกันมาก คำตอบนี้สอดคล้องกับหลักกรรม คือพระปริตรไม่ได้ลบล้างผลของกรรม
ประโยชน์ที่เห็นได้ทันทีเมื่อสวดหรือฟังพระปริตรอย่างเข้าใจ คือใจที่สงบลง ได้ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และได้ฝึกเมตตา ส่วนเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพ ยังต้องระวังและรักษาตามเหตุผลควบคู่กันไป เช่น เจ็บป่วยต้องไปพบแพทย์
เริ่มสวดพระปริตรบทไหนก่อนดี
- ถ้ายังไม่เคยสวดพระปริตร เริ่มจากบทสั้นที่มีความหมายชัด เช่น ขันธปริตร หรืออังคุลิมาลปริตร ใช้เวลาไม่เกินสองนาที
- เมื่อคล่องแล้ว เพิ่มกรณียเมตตสูตรและมงคลสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรที่คนไทยคุ้นที่สุด
- วันที่มีเวลาเต็มที่ สวดชุดเจ็ดตำนานให้ครบ แล้วค่อยขยับไปสิบสองตำนาน
ก่อนเริ่มทุกครั้งให้ตั้งนะโม 3 จบ และลองอ่านคำแปลของบทนั้นสักรอบ การรู้ว่ากำลังสวดเรื่องอะไร ช่วยให้ใจอยู่กับคำสวดได้นานกว่าการท่องตามเสียงอย่างเดียว