คาถาประจำวันเกิด 7 วัน ครบทุกวัน พร้อมพระประจำวันและจำนวนจบ

แสงแผ่เป็นวงยามเช้า ประกอบบทความคาถาประจำวันเกิด

คาถาประจำวันเกิดคือบทสวดที่คนไทยนิยมใช้บูชาพระพุทธรูปประจำวันเกิดของตน แต่ละวันมีพระพุทธรูปปางหนึ่ง คาถาบทหนึ่ง และจำนวนจบที่นิยมสวด วันพุธแยกเป็นกลางวันกับกลางคืน จึงมีทั้งหมด 8 ชุด คาถาทุกบทยกมาจากพระปริตร หรือจากบทขัดที่ใช้สวดนำพระปริตร

ตารางข้างล่างคือชุดที่ตรงกันในแหล่งส่วนใหญ่ที่เราตรวจ กดชื่อวันเพื่อดูคาถาเต็ม คำอ่านทุกบรรทัด คำแปล และที่มา

ตารางคาถาประจำวันเกิด 8 วัน

วันพระประจำวันคาถา (ขึ้นต้น)จำนวนจบลิงก์
วันอาทิตย์ปางถวายเนตรอุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา6คาถาวันอาทิตย์
วันจันทร์ปางห้ามญาติ (บางแห่งใช้ปางห้ามสมุทร)ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ15คาถาวันจันทร์
วันอังคารปางไสยาสน์ยัสสานุสสะระเณนาปิ8คาถาวันอังคาร
วันพุธกลางวันปางอุ้มบาตรสัพพาสีวิสะชาตีนัง17คาถาวันพุธกลางวัน
วันพุธกลางคืนปางป่าเลไลยก์กินนุ สันตะระมาโน วะ12คาถาวันพุธกลางคืน
วันพฤหัสบดีปางสมาธิปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง วัฏฏะชาติยัง19คาถาวันพฤหัสบดี
วันศุกร์ปางรำพึงอัปปะสันเนหิ นาถัสสะ21คาถาวันศุกร์
วันเสาร์ปางนาคปรกยะโตหัง ภะคินิ10คาถาวันเสาร์

ก่อนสวดให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วจึงสวดคาถาของวันเกิดให้ครบจำนวนจบ คาถาวันจันทร์มีสามรอบในตัว สวดครบสามรอบนับเป็น 1 จบ

ดูอย่างไรว่าเราเกิดวันไหน

ถ้ารู้วันเดือนปีเกิด ดูวันในสัปดาห์ได้จากปฏิทินย้อนหลัง แล้วมีอีกสองเรื่องที่ควรรู้

  • โหราศาสตร์ไทยเปลี่ยนวันตอน 06.00 น. นิตยสารศิลปวัฒนธรรมเล่าว่า ราชการไทยเปลี่ยนมานับวันใหม่หลังเที่ยงคืนตั้งแต่ พ.ศ. 2460 แต่ทางโหราศาสตร์ยังถือ 06.00 น. เป็นเวลาขึ้นวันใหม่ คนที่เกิดหลังเที่ยงคืนแต่ก่อน 06.00 น. จึงนับเป็นวันก่อนหน้าตามแบบนี้ เช่น เกิดตีสองของวันศุกร์ นับเป็นคนเกิดวันพฤหัสบดี
  • วันพุธแบ่งเป็นสองช่วง พุธกลางวันคือ 06.00 ถึง 17.59 น. พุธกลางคืนคือ 18.00 น. ของวันพุธ ถึง 05.59 น. ของวันพฤหัสบดี บางคนนับพุธกลางคืนเฉพาะถึงเที่ยงคืน

ถ้าไม่ทราบเวลาเกิด จะใช้วันตามปฏิทินไปก่อนก็ได้ เพราะการเลือกบทตามวันเกิดเป็นธรรมเนียม ไม่ใช่ข้อบังคับ

วิธีสวดคาถาประจำวันเกิด

ลำดับที่นิยมมีดังนี้ ไม่มีข้อบังคับตายตัว

  1. กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย ถ้าสะดวก
  2. ตั้งนะโม 3 จบ
  3. สวดคาถาประจำวันเกิดให้ครบจำนวนจบ ใช้ลูกประคำช่วยนับได้
  4. จบด้วยบทแผ่เมตตาหรือบทกรวดน้ำ

นิยมสวดทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในวันที่ตรงกับวันเกิด ถ้าไปวัดที่ตั้งพระพุทธรูปประจำวันเรียงไว้ จะสวดหน้าพระปางประจำวันของตนก็ได้ ถ้ามีเวลาน้อย สวดจบเดียวอย่างตั้งใจก็ได้ เพราะสาระของการสวดอยู่ที่ใจที่ระลึกถึงพระพุทธคุณ ไม่ได้อยู่ที่จำนวน

คาถาแต่ละวันมาจากไหน

วันที่มาของคาถา
วันอาทิตย์บทเช้าของโมรปริตร จากโมรชาดก ขุททกนิกาย
วันจันทร์อภยปริตร คาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่อยู่ในพระไตรปิฎก
วันอังคารบทขัดของธชัคคปริตร
วันพุธกลางวันบทขัดของขันธปริตร
วันพุธกลางคืนสองคาถาท้ายของจันทปริตร จากจันทิมสูตร สังยุตตนิกาย
วันพฤหัสบดีบทขัดของวัฏฏกปริตร
วันศุกร์บทขัดของอาฏานาฏิยปริตร
วันเสาร์อังคุลิมาลปริตร จากอังคุลิมาลสูตร มัชฌิมนิกาย

สี่ในแปดวันใช้ บทขัด คือคาถาสั้นที่ผู้นำสวดว่าก่อนเข้าพระปริตรแต่ละบท เพื่อบอกที่มาหรืออานุภาพของพระปริตรนั้น บทขัดทั้งสี่บทนี้ลงท้ายด้วย ปะริตตันตัมภะณามะ เห แปลว่า “เราทั้งหลายจงสวดพระปริตรนั้นเถิด” บทขัดเป็นคาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ใช่พระพุทธพจน์ เราตรวจตัวบทกับหนังสือมนต์พิธี ของพระครูสมุห์เอี่ยม สิริวณฺโณ วัดราษฎร์บำรุง จังหวัดชลบุรี และเทียบกับหนังสือสวดพระปริตรของศรีลังกาในบทที่มีตรงกัน

ปางพระ จำนวนจบ และสีประจำวัน เป็นธรรมเนียมไทย

ในพระไตรปิฎกไม่มีเรื่องพระประจำวันเกิด ปางต่าง ๆ มาจากเหตุการณ์ในพุทธประวัติ แต่การจับคู่ปาง คาถา และจำนวนจบเข้ากับวันเกิด เป็นคติไทยที่ผสมกับโหราศาสตร์

  • 8 วัน 8 ปาง โหราศาสตร์ไทยมีเทวดาพระเคราะห์สำคัญ 8 องค์ แต่สัปดาห์มีเพียง 7 วัน จึงแบ่งวันพุธเป็นกลางวันกับกลางคืน และให้พุธกลางคืนเป็นของพระราหู
  • ที่มาของพระประจำวัน บทความของโรม บุนนาค ใน MGR Online เล่าว่า ในรัชกาลที่ 3 มีการกำหนดปางพระพุทธรูปสำหรับบูชาพระเคราะห์ 9 ปาง ซึ่งตรงกับพระประจำวันทั้ง 8 ในปัจจุบัน และมีพระเกตุเป็นปางสมาธิเพชร ต่อมาธรรมเนียมสร้างพระพุทธรูปตามวันพระราชสมภพในราชสำนักจึงแพร่หลายมาสู่คนทั่วไป
  • จำนวนจบ ตัวเลขของทุกวันตรงกับ “กำลังวัน” ของเทวดาพระเคราะห์ในตำราโหราศาสตร์ไทย คือ อาทิตย์ 6 จันทร์ 15 อังคาร 8 พุธ 17 ราหู 12 พฤหัสบดี 19 ศุกร์ 21 และเสาร์ 10 รวมกันได้ 108 พอดี
  • เหตุผลที่จับคู่ปางกับวัน มีผู้อธิบายเชิงโหราศาสตร์ไว้ เช่น ดวงจันทร์คือธาตุน้ำและญาติ จึงคู่กับปางห้ามญาติ หรือพระราหูคือความมัวเมา จึงคู่กับเรื่องภิกษุชาวโกสัมพีทะเลาะกันในปางป่าเลไลยก์ คำอธิบายเหล่านี้เป็นการตีความภายหลัง

สีประจำวันที่ใช้กันทั่วไปมาจากคติเรื่องสีกายของเทวดาประจำวัน ซึ่งภายหลังปรับให้เป็นสีที่ชัดเจนขึ้น

วันสีประจำวัน
วันอาทิตย์แดง
วันจันทร์เหลือง
วันอังคารชมพู
วันพุธเขียว
วันพฤหัสบดีแสด (ส้ม)
วันศุกร์ฟ้า
วันเสาร์ม่วง

รายการนี้มี 7 สีตาม 7 วัน ไม่ได้แยกสีของวันพุธกลางคืนไว้ ส่วนสีมงคลที่ตำราโหราศาสตร์แนะนำให้ใช้ในแต่ละวันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ละตำราให้ไว้ต่างกัน จึงอาจไม่ตรงกับตารางนี้

แต่ละแหล่งให้คาถาไม่ตรงกันตรงไหน

เราเทียบคาถาประจำวันเกิดจากเว็บไซต์ธรรมะไทย (dhammathai.org) บทความวิชาการเรื่องความศรัทธาในพุทธรูปประจำวันเกิด ของคณะผู้เขียนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไทยรัฐออนไลน์ โพสต์ทูเดย์ สนุกดอทคอม วงใน ฐานเศรษฐกิจ และแหล่งอื่นอีกหลายแห่ง วันจันทร์ วันอังคาร วันพุธกลางวัน และวันเสาร์ แทบทุกแหล่งให้บทเดียวกัน และจำนวนจบตรงกันทุกแหล่งที่ระบุไว้ จุดที่ต่างกันมีดังนี้

วันบทในตารางข้างบนบทที่บางแหล่งใช้แทนหรือเพิ่ม
วันอาทิตย์บทเช้าของโมรปริตร ซึ่งทุกแหล่งมีตรงกันไทยรัฐออนไลน์ วงใน และบทความวิชาการของ มจร ให้สวดบทเย็น อะเปตะยัญจักขุมา ต่อในจบเดียวกัน
วันพุธกลางคืนจันทปริตร (กินนุ สันตะระมาโน วะ)เว็บไซต์ธรรมะไทย สนุกดอทคอม และโพสต์ทูเดย์ ให้บทขัดกรณียเมตตสูตร (ยัสสานุภาวะโต ยักขา) เป็นบทแรก และให้จันทปริตรเป็นบททางเลือก
วันพฤหัสบดีบทขัดวัฏฏกปริตรเว็บไซต์ธรรมะไทยและสนุกดอทคอมใช้วัฏฏกปริตรเต็มบท ส่วนโพสต์ทูเดย์ใช้บทขัดโมรปริตร
วันศุกร์บทขัดอาฏานาฏิยปริตรไทยรัฐออนไลน์ วงใน และบทความวิชาการของ มจร ใช้บทขัดกรณียเมตตสูตร

เราเลือกบทที่พบในแหล่งส่วนใหญ่ และใส่บทที่บางแหล่งใช้แทนพร้อมคำอ่านไว้ในหน้าคาถาของวันนั้นด้วย ถ้าวัดหรือหนังสือที่ใช้อยู่สอนแบบใด จะสวดตามแบบนั้นก็ได้

นอกจากนี้ยังมีคาถาประจำวันอีกแบบหนึ่งที่เป็นพยางค์สั้น ๆ เช่น อะ วิส สุ นุส สา นุ ติ สำหรับวันอาทิตย์ ตามที่ไทยรัฐออนไลน์ลงไว้ แบบนี้ไม่ได้มาจากพระปริตร บทความนี้จึงไม่ได้รวมไว้

คำถามที่พบบ่อย

คาถาประจำวันเกิดอยู่ในพระไตรปิฎกไหม

ตัวคาถาบางบทอยู่ในพระไตรปิฎก คือบทของวันอาทิตย์ วันพุธกลางคืน และวันเสาร์ บางบทแต่งขึ้นภายหลัง คืออภยปริตรของวันจันทร์ และบทขัดของอีกสี่วัน ส่วนการกำหนดว่าวันไหนใช้บทไหน ปางอะไร และสวดกี่จบ ไม่มีในพระไตรปิฎก เป็นธรรมเนียมไทย

ต้องสวดทุกวันไหม

ไม่บังคับ ที่นิยมคือสวดทุกวัน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในวันที่ตรงกับวันเกิด

สวดคาถาของวันอื่นได้ไหม

ได้ ทุกบทเป็นบทสวดที่ใครก็สวดได้ การเลือกตามวันเกิดเป็นเพียงธรรมเนียมที่ช่วยให้มีบทประจำตัว

สวดไม่ครบจำนวนจบได้ไหม

ได้ จำนวนจบเป็นธรรมเนียมที่อิงเลขกำลังวันทางโหราศาสตร์ ไม่ใช่ข้อกำหนดทางศาสนา สวดจบเดียวอย่างตั้งใจและรู้ความหมายก็ได้

ไม่รู้เวลาเกิด จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นพุธกลางวันหรือกลางคืน

ลองถามพ่อแม่ หรือดูเอกสารที่บันทึกเวลาเกิด ถ้ายังไม่ทราบ จะเลือกสวดบทใดบทหนึ่ง หรือสวดทั้งสองบทก็ได้

ทำไมคาถาในเว็บนี้บางคำสะกดต่างจากเว็บอื่น

หลายเว็บลอกต่อกันจนคำที่พิมพ์ผิดติดมาด้วย เราตรวจตัวบทกับพระบาลีและหนังสือสวดมนต์ เช่น คาถาวันจันทร์ใช้ สัทโท (เสียง) ไม่ใช่ สัทโธ คาถาวันพุธกลางคืนใช้ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ ตามพระบาลีในจันทิมสูตร และคาถาวันศุกร์มีคำว่า จัณเฑหิ ครบตามหนังสือมนต์พิธี

ต้องสวดหน้าพระพุทธรูปประจำวันไหม

ไม่จำเป็น สวดที่บ้านหน้าหิ้งพระ หรือที่ใดก็ได้ที่ใจสงบ ถ้าไปวัดที่มีพระพุทธรูปประจำวันตั้งเรียงไว้ ก็สวดหน้าพระปางของตนได้

บทความอื่น ๆ

อ่านต่อเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

ดูทั้งหมด
ใบโพธิ์ในแสงยามเย็น ประกอบบทความวิธีอ่านภาษาบาลีในบทสวดมนต์
4 นาทีอ่าน

วิธีอ่านภาษาบาลีในบทสวดมนต์ อ่านอย่างไรให้ถูก

วิธีอ่านภาษาบาลีที่เขียนด้วยอักษรไทยในบทสวดมนต์ ทั้งแบบมีพินทุและแบบที่หนังสือสวดมนต์เติมสระ หลักอ่านตัวซ้อน ตัวสะกด นิคหิต และคำที่ต้องระวัง พร้อมตัวอย่างจากบทนะโม ไตรสรณคมน์ และอิติปิโส

บัวสามดอกบนพื้นสีทอง ประกอบบทความลำดับการสวดมนต์
5 นาทีอ่าน

ลำดับการสวดมนต์ที่ถูกต้อง สวดบทไหนก่อนหลัง ที่บ้านและในพิธี

ลำดับการสวดมนต์ที่หนังสือสวดมนต์ไทยใช้ เริ่มจากบูชาพระรัตนตรัย นะโม 3 จบ ไตรสรณคมน์ บทสวดหลัก แผ่เมตตา และกรวดน้ำ พร้อมเหตุผลของแต่ละขั้น ลำดับทำวัตรเช้าเย็น พิธีทำบุญที่นิมนต์พระ และงานศพ

แสงแผ่เป็นวงบนฟ้ายามค่ำ ประกอบบทความพระปริตรคืออะไร
7 นาทีอ่าน

พระปริตรคืออะไร เจ็ดตำนานกับสิบสองตำนานต่างกันอย่างไร

พระปริตรคือบทสวดเพื่อความคุ้มครองที่ส่วนใหญ่มาจากพระไตรปิฎก อ่านความหมาย ที่มาของพระปริตรทั้ง 12 บท เจ็ดตำนานกับสิบสองตำนานต่างกันอย่างไร ใช้สวดในงานไหน และมิลินทปัญหาตอบว่าพระปริตรคุ้มครองได้แค่ไหน