คาถาประจำวันเกิดวันพุธกลางคืน (บูชาพระปางป่าเลไลยก์)

คาถาประจำวันเกิดวันพุธกลางคืน (วันราหู) บทกินนุ สันตะระมาโน วะ จากจันทปริตร พร้อมคำอ่าน คำแปล เรื่องราหูปล่อยพระจันทร์ในพระไตรปิฎก พระปางป่าเลไลยก์ และบทที่บางแหล่งให้สวดแทน

คาถา 4 นาที อัปเดต 12 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดคาถาวันเกิดวันพุธกลางคืน

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

บทจันทปริตร (ฉบับย่อ)

กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิสังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ ฯ

สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภพุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

บทจันทปริตร (ฉบับย่อ)

กิน-นุ สัน-ตะ-ระ-มา-โน วะ รา-หุ จัน-ทัง ปะ-มุน-จะ-สิสัง-วิก-คะ-รู-โป อา-คำ-มะ กิน-นุ พี-โต วะ ติด-ถะ-สี-ติ

สัด-ตะ-ทา เม ผะ-เล มุด-ทา ชี-วัน-โต นะ สุ-ขัง ละ-เพพุด-ทะ-คา-ถา-พิ-คี-โตม-หิ โน เจ มุน-ไจ-ยะ จัน-ทิ-มัน-ติ

คำแปล

บทจันทปริตร (ฉบับย่อ)

(ท้าวเวปจิตติถามราหู)ราหูเอ๋ย เหตุไรท่านจึงรีบร้อนปล่อยพระจันทร์ไปมาถึงแล้วเหตุไรจึงยืนตื่นตระหนก ราวกับคนหวาดกลัว

(ราหูตอบ)ถ้าข้าไม่ปล่อยพระจันทร์ ศีรษะของข้าจะแตกเป็นเจ็ดเสี่ยงแม้มีชีวิตอยู่ก็จะหาความสุขไม่ได้ เพราะข้าถูกพระพุทธเจ้าตรัสคาถากำชับไว้แล้ว

ความหมายของคาถาวันเกิดวันพุธกลางคืน

คาถาประจำวันเกิดวันพุธกลางคืนคือสองคาถาท้ายของจันทปริตร ที่ขึ้นต้นว่า กินนุ สันตะระมาโน วะ คนที่เกิดตั้งแต่ 18.00 น. ของวันพุธถึงก่อน 06.00 น. ของวันพฤหัสบดี ซึ่งโหราศาสตร์ไทยถือเป็นวันของพระราหู นิยมสวดบทนี้บูชาพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ และนิยมสวดวันละ 12 จบ การจับคู่คาถา ปางพระ และจำนวนจบเข้ากับวันเกิดเป็นธรรมเนียมไทย ไม่ได้กำหนดไว้ในพระไตรปิฎก ตารางคาถาของทุกวันอยู่ในบทความคาถาประจำวันเกิด 7 วัน

ที่มา: จันทิมสูตร ในพระไตรปิฎก

เรื่องนี้อยู่ในจันทิมสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ครั้งหนึ่งอสุรินทราหูจับจันทิมเทวบุตร คือเทพแห่งดวงจันทร์ไว้ จันทิมเทวบุตรระลึกถึงพระพุทธเจ้า แล้วกล่าวคาถาขอให้พระองค์เป็นที่พึ่ง พระพุทธเจ้าจึงตรัสคาถาบอกราหูว่า จันทิมเทวบุตรถึงพระตถาคตเป็นสรณะแล้ว ให้ปล่อยพระจันทร์เสีย ราหูปล่อยพระจันทร์ แล้วรีบไปหาท้าวเวปจิตติจอมอสูรด้วยอาการตื่นตระหนก สองคาถาที่ใช้เป็นคาถาประจำวันคือตอนท้ายของพระสูตร ท้าวเวปจิตติถามว่าทำไมจึงรีบปล่อยพระจันทร์ และราหูตอบว่า ถ้าไม่ปล่อย ศีรษะของตนจะแตกเป็นเจ็ดเสี่ยง

เมื่อสวดเป็นพระปริตร พระสูตรนี้เรียกว่าจันทปริตร มีอยู่ในหนังสือสวดพระปริตรของศรีลังกา ส่วนหนังสือสวดมนต์ไทยอย่างมนต์พิธีมีสุริยปริตรฉบับย่อ ซึ่งใช้สองคาถานี้เหมือนกัน ต่างเพียงเปลี่ยนพระจันทร์เป็นพระอาทิตย์ ตามสุริยสูตรที่อยู่ถัดไปในหมวดเดียวกัน ตอนนี้เว็บนี้ยังไม่มีหน้าจันทปริตรฉบับเต็ม

ความหมาย

  • กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ — ท้าวเวปจิตติถามว่า ราหูเอ๋ย ทำไมท่านจึงรีบร้อนปล่อยพระจันทร์
  • สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ — มาถึงแล้วทำไมจึงยืนตื่นตระหนกราวกับคนหวาดกลัว
  • สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ — ราหูตอบว่า ศีรษะของข้าจะแตกเป็นเจ็ดเสี่ยง แม้มีชีวิตอยู่ก็ไม่พบความสุข
  • พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ — เพราะข้าถูกพระพุทธเจ้าตรัสคาถากำชับไว้แล้ว หากข้าไม่ปล่อยพระจันทร์

ใจความของบทคือ แม้ราหูผู้มีกำลังมากยังต้องปล่อยผู้ที่ถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง เมื่อสวด จึงเป็นการทบทวนว่าในยามที่รู้สึกถูกบีบคั้น การระลึกถึงพระพุทธคุณคือที่พึ่งเหมือนที่จันทิมเทวบุตรทำในพระสูตร

ทำไมวันพุธกลางคืนใช้บทนี้

โหราศาสตร์ไทยมีเทวดาพระเคราะห์สำคัญ 8 องค์ แต่สัปดาห์มี 7 วัน จึงแบ่งวันพุธเป็นสองช่วง และให้ช่วงกลางคืนเป็นของพระราหู พระสูตรนี้เป็นเรื่องที่ราหูต้องปล่อยพระจันทร์เพราะพระพุทธคุณ เนื้อหาจึงเข้ากับวันของพระราหูโดยตรง แต่ไม่พบเอกสารที่บอกว่าผู้วางธรรมเนียมเลือกบทนี้ด้วยเหตุผลนั้น

พระประจำวันพุธกลางคืน ปางป่าเลไลยก์

ปางป่าเลไลยก์ (บางแห่งเขียนปาลิไลยก์) เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท มักมีช้างถือกระบอกน้ำและลิงถือรวงผึ้งถวายอยู่ด้านหน้า นาคสูตร ในขุททกนิกาย อุทาน เล่าว่าพระพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมืองโกสัมพีไปประทับลำพังในป่ารักขิตวัน แถบปาลิเลยยกะ และมีพญาช้างตัวหนึ่งมาอยู่ใกล้ เรื่องภิกษุชาวโกสัมพีแตกกันเป็นสองฝ่ายจนไม่ฟังคำตักเตือนเล่าไว้ในพระวินัยปิฎก มหาวรรค ส่วนเรื่องลิงถวายรวงผึ้งมาในอรรถกถา ปางนี้จึงมักใช้เตือนใจเรื่องความสามัคคี

การที่ปางนี้เป็นพระประจำวันพุธกลางคืนเป็นธรรมเนียมไทย นิตยสารศิลปวัฒนธรรมอธิบายว่า พระราหูหมายถึงความมัวเมาและการเอาแต่ใจตน ซึ่งตรงกับเรื่องภิกษุที่ทะเลาะกันจนไม่ฟังพระพุทธเจ้า คำอธิบายนี้เป็นการตีความภายหลัง บางแหล่ง เช่น วงใน ระบุปางมารวิชัยไว้คู่กันด้วย แต่แหล่งส่วนใหญ่ใช้ปางป่าเลไลยก์

พุธกลางคืน นับเวลาอย่างไร

MGR Online และนิตยสารศิลปวัฒนธรรมให้ช่วงพุธกลางคืนเป็น 18.00 น. ของวันพุธ ถึง 05.59 น. ของวันพฤหัสบดี ซึ่งตรงกับหลักของโหราศาสตร์ไทยที่ถือว่าวันใหม่เริ่มเวลา 06.00 น. บางคนนับพุธกลางคืนเฉพาะ 18.00 น. ถึงเที่ยงคืน บทความวิชาการของคณะผู้เขียนจาก มจร ระบุว่าแล้วแต่ความเชื่อ ส่วนสีประจำวัน รายการที่ใช้กันทั่วไปมี 7 สีตาม 7 วัน ไม่ได้แยกสีของวันพุธกลางคืนไว้ เว็บไซต์ธรรมะไทยแนะนำสีเทา สีเมฆหมอก หรือสีดำหลัว เป็นสีมงคลของคนเกิดวันพุธกลางคืน

ทำไมต้องสวด 12 จบ

จำนวนจบเป็นธรรมเนียม ไม่มีกำหนดในพระไตรปิฎก ตัวเลขของทุกวันตรงกับ "กำลังวัน" ของเทวดาพระเคราะห์ในตำราโหราศาสตร์ไทย ซึ่งให้พระราหูมีกำลัง 12 และตัวเลขของทั้ง 8 วันรวมกันได้ 108 พอดี ถ้ามีเวลาน้อย จะสวดจบเดียวอย่างตั้งใจก็ได้

บางแหล่งให้สวดบทอื่น

ไทยรัฐออนไลน์ วงใน และบทความวิชาการของคณะผู้เขียนจาก มจร ให้คาถาวันพุธกลางคืนเป็นจันทปริตรเหมือนหน้านี้ แต่เว็บไซต์ธรรมะไทย สนุกดอทคอม และโพสต์ทูเดย์ ให้บทขัดกรณียเมตตสูตร (ยัสสานุภาวะโต ยักขา) เป็นบทแรก และให้จันทปริตรเป็นบททางเลือก หน้านี้ใช้จันทปริตรเพราะทุกแหล่งที่ตรวจมีบทนี้ บทขัดกรณียเมตตสูตรพร้อมคำอ่านอยู่ในหัวข้อถัดไป

ทำไมบางเว็บสะกดต่างจากหน้านี้

ฉบับที่ลอกต่อกันในเว็บส่วนใหญ่พิมพ์ว่า กินนุ ภีโต ติฏฐะสีติ ซึ่งตกคำว่า วะ และพิมพ์ พุทธาคาถาภิคิโตมหิ กับ มุญเจยะ หน้านี้ใช้ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ และ มุญเจยยะ ตามพระบาลีในจันทิมสูตร ซึ่งตรงกับจันทปริตรฉบับศรีลังกาและสุริยปริตรในหนังสือมนต์พิธี

คาถาประจำวันเกิดวันอื่น

บทที่บางแหล่งให้สวดแทน (บทขัดกรณียเมตตสูตร)

บทขัดกรณียเมตตสูตร

เว็บไซต์ธรรมะไทย สนุกดอทคอม และโพสต์ทูเดย์ ให้บทนี้เป็นคาถาวันพุธกลางคืน โดยมีจันทปริตรเป็นบททางเลือก บทนี้คือคาถาที่ผู้นำสวดว่าก่อนกรณียเมตตสูตร สรรเสริญว่าผู้เจริญเมตตาย่อมหลับเป็นสุขและไม่ฝันร้าย ถ้าคุ้นกับแบบนี้จากวัดหรือหนังสือที่ใช้อยู่ จะสวดบทนี้แทนก็ได้

ยัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนังยัมหิ เจวานุยุญชันโต รัตตินทิวะมะตันทิโตสุขัง สุปะติ สุตโต จะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติเอวะมาทิคุณูเปตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

คำอ่าน

ยัด-สา-นุ-พา-วะ-โต ยัก-ขา เน-วะ ทัด-เสน-ติ พิง-สะ-นังยำ-หิ เจ-วา-นุ-ยุน-ชัน-โต รัด-ติน-ทิ-วะ-มะ-ตัน-ทิ-โตสุ-ขัง สุ-ปะ-ติ สุด-โต จะ ปา-ปัง กิน-จิ นะ ปัด-สะ-ติเอ-วะ-มา-ทิ-คุ-นู-เป-ตัง ปะ-ริด-ตัน-ตำ-พะ-นา-มะ เห

คำแปล

ด้วยอานุภาพแห่งพระปริตรใด ยักษ์ทั้งหลายย่อมไม่แสดงภาพที่น่ากลัวผู้ที่หมั่นเจริญพระปริตรนี้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่เกียจคร้านย่อมหลับเป็นสุข และเมื่อหลับก็ไม่ฝันเห็นสิ่งชั่วร้ายใด ๆเราทั้งหลายจงสวดพระปริตรนั้น ซึ่งประกอบด้วยคุณเช่นนี้เป็นต้นเถิด

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดทุกวัน วันละ 12 จบ หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในวันพุธ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่นิยมกัน ไม่ใช่ข้อบังคับ สวดได้ทุกเวลา หลายคนเลือกสวดตอนค่ำหรือก่อนนอน ให้ตรงกับช่วงเวลาเกิด

ลำดับที่นิยมคือตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดคาถานี้ให้ครบจำนวนจบ จะใช้ลูกประคำช่วยนับก็ได้ สวดจบแล้วจะต่อด้วยบทแผ่เมตตาหรือบทกรวดน้ำก็ได้ ถ้าไปวัดที่ตั้งพระพุทธรูปประจำวันเรียงไว้ ก็สวดหน้าพระปางป่าเลไลยก์ได้เช่นกัน

ความถี่ที่แนะนำ

วันละ 12 จบตามธรรมเนียมของคนเกิดวันพุธกลางคืน หรือสวดจบเดียวด้วยความตั้งใจก็ได้

คำถามที่พบบ่อย

คาถาประจำวันเกิดวันพุธกลางคืน คือบทอะไร

คือสองคาถาท้ายของจันทปริตร ขึ้นต้นว่า กินนุ สันตะระมาโน วะ ราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ มาจากจันทิมสูตรในพระไตรปิฎก ที่ราหูต้องปล่อยพระจันทร์เพราะพระพุทธเจ้าตรัสคาถากำชับ คนเกิดวันพุธกลางคืนนิยมใช้บทนี้บูชาพระปางป่าเลไลยก์

เกิดวันพุธกี่โมงถึงเป็นพุธกลางคืน

ตามที่นิยมนับ คือเกิดตั้งแต่ 18.00 น. ของวันพุธ ถึง 05.59 น. ของวันพฤหัสบดี เพราะโหราศาสตร์ไทยถือว่าวันใหม่เริ่มเวลา 06.00 น. บางคนนับเฉพาะ 18.00 น. ถึงเที่ยงคืนของวันพุธ

คนเกิดวันพุธกลางคืนต้องสวดกี่จบ

ตามธรรมเนียมนิยมสวดวันละ 12 จบ ตัวเลขนี้ตรงกับกำลังวันของพระราหูในตำราโหราศาสตร์ไทย ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก ถ้ามีเวลาน้อย สวดจบเดียวอย่างตั้งใจก็ได้

พระประจำวันพุธกลางคืนคือปางอะไร

ปางป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท มีช้างและลิงถวายของ ระลึกถึงตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับลำพังในป่าปาลิเลยยกะ หลังภิกษุชาวโกสัมพีทะเลาะกัน

ทำไมวันพุธกลางคืนเรียกว่าวันราหู

โหราศาสตร์ไทยมีเทวดาพระเคราะห์สำคัญ 8 องค์ แต่สัปดาห์มี 7 วัน จึงแบ่งวันพุธเป็นกลางวันกับกลางคืน ให้กลางวันเป็นของพระพุธ และกลางคืนเป็นของพระราหู

บางแหล่งให้สวด ยัสสานุภาวะโต ยักขา ใช้แบบไหนดี

แหล่งส่วนใหญ่ใช้จันทปริตร แต่เว็บไซต์ธรรมะไทย สนุกดอทคอม และโพสต์ทูเดย์ ให้บทขัดกรณียเมตตสูตรเป็นบทแรก ทั้งสองบทมีพร้อมคำอ่านในหน้านี้ ถ้าวัดหรือหนังสือที่ใช้อยู่สอนแบบใด จะสวดตามแบบนั้นก็ได้

คาถาวันพุธกลางคืนเป็นบทเดียวกับคาถาไหว้พระราหูไหม

บางสำนักใช้ถ้อยคำชุดนี้ทั้งฉบับพระจันทร์และฉบับพระอาทิตย์เป็นคาถาบูชาพระราหู ซึ่งเป็นความเชื่อทางโหราศาสตร์ ส่วนในพระไตรปิฎก คาถานี้เป็นบทสนทนาของจอมอสูรที่ยืนยันอานุภาพของพระพุทธคุณ ไม่ใช่คำบูชาราหู

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทคือสองคาถาท้ายของจันทิมสูตร สังยุตตนิกาย สคาถวรรค ตรวจกับพระบาลีฉบับ SuttaCentral (SN 2.9) และจันทปริตรในหนังสือ Safeguard Recitals ของภิกขุอานันทโชติ (ฉบับศรีลังกา) ตรงกันทุกคำ การสะกดแบบไทยตามสุริยปริตรฉบับย่อในหนังสือมนต์พิธี ของพระครูสมุห์เอี่ยม สิริวณฺโณ วัดราษฎร์บำรุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งใช้สองคาถาเดียวกัน ต่างเพียงคำว่า สุริยัง และ สุริยันติ การใช้บทนี้ ปางป่าเลไลยก์ และจำนวน 12 จบ สำหรับคนเกิดวันพุธกลางคืน ตรงกันในบทความวิชาการเรื่องความศรัทธาในพุทธรูปประจำวันเกิด ของคณะผู้เขียนจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (วารสารเสียงธรรมจากมหายาน ปี 2564) ไทยรัฐออนไลน์ และวงใน ส่วนเว็บไซต์ธรรมะไทย (dhammathai.org) สนุกดอทคอม และโพสต์ทูเดย์ ให้บทขัดกรณียเมตตสูตรเป็นบทแรกและให้บทนี้เป็นบททางเลือก บทขัดกรณียเมตตสูตรตรวจกับหนังสือมนต์พิธีและบทนำของกรณียเมตตสูตรในหนังสือ Safeguard Recitals ช่วงเวลาพุธกลางคืนอ้างตาม MGR Online และนิตยสารศิลปวัฒนธรรม เรื่องปางป่าเลไลยก์ตรวจกับนาคสูตร ขุททกนิกาย อุทาน (SuttaCentral Ud 4.5) เลขกำลังวันอ้างตามบทความเรื่องเลขกำลังวันจากคัมภีร์มหาทักษาของ Thaiger

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด