บทแผ่เมตตา ให้ตนเองและสรรพสัตว์

บทแผ่เมตตาให้ตนเอง (อะหัง สุขิโต โหมิ) และให้สรรพสัตว์ (สัพเพ สัตตา) พร้อมคำอ่าน คำแปลทีละคำ แบบสวดคู่คำแปลไทย บทพรหมวิหาร 4 และเหตุที่ต้องแผ่ให้ตนเองก่อนตามคัมภีร์

แผ่เมตตา 3 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดแผ่เมตตา

แผ่เมตตาให้ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมินิททุกโข โหมิอะเวโร โหมิอัพยาปัชโฌ โหมิอะนีโฆ โหมิสุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ฯ

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

สัพเพ สัตตาอะเวรา โหนตุอัพยาปัชฌา โหนตุอะนีฆา โหนตุสุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

แผ่เมตตาให้ตนเอง

อะ-หัง สุ-ขิ-โต โห-มินิด-ทุก-โข โห-มิอะ-เว-โร โห-มิอับ-พะ-ยา-ปัด-โช โห-มิอะ-นี-โค โห-มิสุ-ขี อัด-ตา-นัง ปะ-ริ-หะ-รา-มิ

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

สับ-เพ สัด-ตาอะ-เว-รา โหน-ตุอับ-พะ-ยา-ปัด-ชา โหน-ตุอะ-นี-คา โหน-ตุสุ-ขี อัด-ตา-นัง ปะ-ริ-หะ-รัน-ตุ

คำแปล

แผ่เมตตาให้ตนเอง

ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุขขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวรขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความเบียดเบียนขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความลำบากกายใจขอให้ข้าพเจ้ารักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงอย่ามีเวรต่อกันจงอย่าเบียดเบียนกันจงอย่ามีความลำบากกายใจจงรักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

ความหมายของแผ่เมตตา

แผ่เมตตา แปลว่าอะไร

เมตตา คือความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข เป็นข้อแรกของพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา การ แผ่เมตตา จึงหมายถึงการตั้งใจส่งความปรารถนาดีนั้นออกไป เริ่มจากตัวเอง แล้วขยายไปถึงสัตว์ทั้งปวงโดยไม่เลือกว่าเป็นใคร สังเกตว่าคำขอส่วนใหญ่ในบทนี้คือขอให้ "ปราศจาก" สิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์ ได้แก่ เวร ความเบียดเบียน และความลำบากกายใจ ไม่ได้ขอทรัพย์หรือสิ่งของเพิ่ม ความสุขในบทนี้จึงหมายถึงความสุขที่เกิดจากการไม่มีเรื่องให้ทุกข์ใจ

แปลทีละคำ

  • อะหัง — ข้าพเจ้า
  • สุขิโต โหมิ — ขอให้เป็นผู้มีความสุข (โหมิ ใช้กับตัวเอง แปลว่า ขอให้ข้าพเจ้าเป็น)
  • นิททุกโข — ปราศจากความทุกข์
  • อะเวโร — ไม่มีเวร ไม่เป็นศัตรูกับใคร
  • อัพยาปัชโฌ — ไม่ถูกเบียดเบียน ไม่มีใจพยาบาท
  • อะนีโฆ — ไม่มีความคับแค้นทุกข์ร้อนทั้งกายและใจ
  • สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ — ขอให้รักษาตนอยู่อย่างเป็นสุข
  • สัพเพ สัตตา — สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
  • โหนตุ — จงเป็น ใช้กับผู้อื่นหลายคน คู่กับ โหมิ ที่ใช้กับตัวเอง
  • ปะริหะรันตุ — จงรักษาตน รูปที่ใช้กับผู้อื่นของ ปะริหะรามิ

ทำไมต้องแผ่ให้ตนเองก่อน

คัมภีร์วิสุทธิมรรค (พรหมวิหารนิเทศ) สอนว่า ก่อนอื่นให้เจริญเมตตาในตนเองซ้ำ ๆ ด้วยถ้อยคำว่า อะหัง สุขิโต โหมิ... แต่ก็บอกด้วยว่า แผ่ให้ตนเองอย่างเดียวต่อให้นานเป็นร้อยปีก็ไม่ทำให้จิตตั้งมั่นเป็นฌาน จุดประสงค์คือให้ตนเองเป็นพยานว่า เราอยากมีสุขและกลัวทุกข์อย่างไร คนอื่นก็อย่างนั้น เมื่อเห็นข้อนี้ ความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุขจะเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องฝืน

วิสุทธิมรรคยกพระคาถาในมัลลิกาสูตร (สังยุตตนิกาย) มาประกอบ ใจความว่า ตรวจดูด้วยใจทั่วทุกทิศแล้ว ไม่พบใครเป็นที่รักยิ่งกว่าตนเอง คนอื่นก็รักตนเองมากเช่นเดียวกัน ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น การแผ่ให้ตนเองก่อนจึงไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว ใจที่ยังเคี่ยวเข็ญตัวเองอยู่ ย่อมส่งความปรารถนาดีให้คนอื่นได้ไม่จริง

แผ่ต่อไปทีละขั้น

เมื่อแผ่ให้ตนเองแล้ว วิสุทธิมรรคให้ขยายวงออกไปตามลำดับนี้

  1. ผู้ที่เรารักและเคารพ เช่น ครูอาจารย์
  2. เพื่อนที่รักมาก
  3. คนที่เรารู้สึกเฉย ๆ
  4. คนที่เป็นศัตรูหรือมีเรื่องขุ่นเคืองกัน

ทำจนใจอ่อนโยนในขั้นหนึ่งแล้วจึงขยับไปขั้นถัดไป จนความรู้สึกแบ่งแยกระหว่างคนเหล่านี้หมดไป ระหว่างสวดให้นึกถึงใบหน้าของคนที่กำลังแผ่ให้ไปด้วย คำสวดจะไม่กลายเป็นเพียงเสียงที่ผ่านไป อ่านวิธีฝึกเพิ่มได้ที่แผ่เมตตาให้ได้ผลจริง เริ่มที่ตัวเราเองก่อน

ที่มาของถ้อยคำ

  • คำแผ่ให้ตนเองตรงกับถ้อยคำที่วิสุทธิมรรคให้ใช้เริ่มเจริญเมตตา และตรงกับหนังสือสวดมนต์ A Chanting Guide ของสายวัดป่า
  • คำแผ่ให้สรรพสัตว์ สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ตรงกับเมตตากถาในปฏิสัมภิทามรรค ขุททกนิกาย
  • หนังสือสวดมนต์ไทยบางเล่มขึ้นทุกบรรทัดของบทให้ตนเองด้วย อะหัง บางเล่มไม่มีบรรทัด อะนีโฆ โหมิ และบางเล่มเรียงบทให้สรรพสัตว์ไว้ก่อน ความหมายเหมือนกัน
  • ถ้าอยากสวดพระสูตรที่ว่าด้วยการแผ่เมตตาโดยตรง ดูกรณียเมตตสูตร

อานิสงส์ของเมตตาตามพระสูตร

เมตตสูตรในอังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต กล่าวถึงอานิสงส์ 11 ข้อของผู้ที่เจริญเมตตาจนชำนาญ ได้แก่ หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์ เป็นที่รักของอมนุษย์ เทวดารักษา ไฟ ยาพิษ และศัสตราไม่กล้ำกราย จิตเป็นสมาธิได้เร็ว สีหน้าผ่องใส ตายอย่างไม่หลงสติ และถ้ายังไม่บรรลุธรรมที่สูงกว่า ย่อมไปเกิดในพรหมโลก พระสูตรพูดถึงเมตตาที่ฝึกจนเป็นนิสัยของใจ การท่องบทเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึกนั้น ไม่ใช่ทั้งหมด

บทแผ่เมตตาแบบอื่น

แบบสวดบาลีสลับคำแปลไทย

แบบที่นิยมสวดกันทั่วไป ว่าบาลีทีละวรรคแล้วต่อด้วยคำแปลไทย ตัวบทเทียบจากไทยพีบีเอสและหนังสือสวดมนต์ของกรมควบคุมโรค คำแปลไทยในแต่ละแหล่งต่างกันเล็กน้อย บางแหล่งสวดบทให้สรรพสัตว์ก่อนบทให้ตนเอง

แผ่เมตตาให้ตนเองอะหัง สุขิโต โหมิขอให้ข้าพเจ้ามีความสุขอะหัง นิททุกโข โหมิขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์อะหัง อะเวโร โหมิขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวรอะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวงอะหัง อะนีโฆ โหมิขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจสุขี อัตตานัง ปะริหะรามิขอให้ข้าพเจ้ามีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์สัพเพ สัตตาสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นอะเวรา โหนตุจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลยอัพยาปัชฌา โหนตุจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลยอะนีฆา โหนตุจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยสุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุจงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

แผ่พรหมวิหาร 4 ครบชุด (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

ฉบับในหนังสือ A Chanting Guide ของสายวัดป่า ขึ้นต้นทุกบรรทัดด้วย สัพเพ สัตตา และต่อท้ายเมตตาด้วยกรุณา มุทิตา และอุเบกขา บทอุเบกขาไม่ใช่คำขอ แต่เป็นการพิจารณาว่าทุกคนเป็นเจ้าของกรรมของตน ถ้อยคำบทมุทิตาในหนังสือไทยบางเล่มต่างไปเล็กน้อย ความหมายเหมือนกัน

แผ่เมตตา ปรารถนาให้เป็นสุขสัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุสัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุสัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุสัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุสัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

แผ่กรุณา ปรารถนาให้พ้นทุกข์สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุจจันตุ

แผ่มุทิตา ยินดีกับสิ่งดีที่เขาได้สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ

แผ่อุเบกขา วางใจเป็นกลางสัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทากัมมะโยนี กัมมะพันธู กัมมะปะฏิสะระณายัง กัมมัง กะริสสันติ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วาตัสสะ ทายาทา ภะวิสสันติ

คำอ่าน

แผ่เมตตา ปรารถนาให้เป็นสุขสับ-เพ สัด-ตา สุ-ขิ-ตา โหน-ตุสับ-เพ สัด-ตา อะ-เว-รา โหน-ตุสับ-เพ สัด-ตา อับ-พะ-ยา-ปัด-ชา โหน-ตุสับ-เพ สัด-ตา อะ-นี-คา โหน-ตุสับ-เพ สัด-ตา สุ-ขี อัด-ตา-นัง ปะ-ริ-หะ-รัน-ตุ

แผ่กรุณา ปรารถนาให้พ้นทุกข์สับ-เพ สัด-ตา สับ-พะ-ทุก-ขา ปะ-มุด-จัน-ตุ

แผ่มุทิตา ยินดีกับสิ่งดีที่เขาได้สับ-เพ สัด-ตา ลัด-ทะ-สำ-ปัด-ติ-โต มา วิ-คัด-ฉัน-ตุ

แผ่อุเบกขา วางใจเป็นกลางสับ-เพ สัด-ตา กำ-มัด-สะ-กา กำ-มะ-ทา-ยา-ทากำ-มะ-โย-นี กำ-มะ-พัน-ทู กำ-มะ-ปะ-ติ-สะ-ระ-นายัง กำ-มัง กะ-ริด-สัน-ติ กัน-ละ-ยา-นัง วา ปา-ปะ-กัง วาตัด-สะ ทา-ยา-ทา พะ-วิด-สัน-ติ

คำแปล

แผ่เมตตา ปรารถนาให้เป็นสุขขอสัตว์ทั้งปวงจงมีความสุขขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่ามีเวรต่อกันขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่าเบียดเบียนกันขอสัตว์ทั้งปวงจงอย่ามีความลำบากกายใจขอสัตว์ทั้งปวงจงรักษาตนอยู่เป็นสุขเถิด

แผ่กรุณา ปรารถนาให้พ้นทุกข์ขอสัตว์ทั้งปวงจงพ้นจากทุกข์ทั้งปวงเถิด

แผ่มุทิตา ยินดีกับสิ่งดีที่เขาได้ขอสัตว์ทั้งปวงอย่าได้พลัดพรากจากสมบัติที่ได้มาแล้ว

แผ่อุเบกขา วางใจเป็นกลางสัตว์ทั้งปวงมีกรรมเป็นของของตน เป็นทายาทของกรรมมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยทำกรรมใดไว้ จะดีหรือชั่วก็ตามจักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดต่อท้ายการสวดมนต์ทุกครั้ง ทั้งทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น และก่อนนอน แล้วจึงกรวดน้ำเป็นบทปิดท้าย ลำดับนี้เป็นความนิยม ไม่ใช่ข้อบังคับ

ช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าได้ผลชัดที่สุดคือก่อนนอน เพราะเป็นการวางเรื่องค้างใจของทั้งวันลงก่อนหลับ จะสวดต่อจากบทสวดมนต์ก่อนนอน หรือใช้ชุดแผ่เมตตาที่เรียงบทไว้ให้แล้วก็ได้

หากวันไหนมีเรื่องกระทบใจกับใครสักคน ลองแผ่เมตตาโดยนึกถึงคนคนนั้นเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพื่อคนอื่นเท่านั้น แต่เพื่อให้ใจเราเองไม่ต้องแบกความขุ่นเคืองต่อ

ความถี่ที่แนะนำ

สวดวันละ 1 ครั้ง ต่อท้ายบทสวดหลัก หรือสวดเดี่ยว ๆ ก่อนนอนก็ได้

คำถามที่พบบ่อย

แผ่เมตตา แปลว่าอะไร

เมตตาคือความปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข แผ่เมตตาจึงหมายถึงการส่งความปรารถนาดีนั้นออกไป บทนี้ขอให้ตนเองและสัตว์ทั้งปวงปราศจากเวร ความเบียดเบียน และความทุกข์ แล้วรักษาตนอยู่เป็นสุข

แผ่เมตตาให้ตัวเองก่อนได้ไหม

ได้ และเป็นลำดับที่คัมภีร์วิสุทธิมรรคแนะนำ คือให้ใช้ตัวเองเป็นพยานว่าทุกคนอยากเป็นสุขเหมือนเรา แล้วจึงแผ่ไปหาคนอื่น หนังสือสวดมนต์บางเล่มเรียงบทให้สรรพสัตว์ไว้ก่อน ลำดับการสวดจึงไม่ตายตัว

แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรได้ไหม

ได้ บท สัพเพ สัตตา ครอบคลุมสัตว์ทั้งปวงอยู่แล้ว และวิสุทธิมรรคก็ให้แผ่ไปถึงคนที่เป็นศัตรูเป็นขั้นสุดท้าย ส่วนความเชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวรตามมาทวงกรรมเก่า เป็นความเชื่อที่นิยมกันในไทย ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก

แผ่เมตตากับกรวดน้ำต่างกันอย่างไร

แผ่เมตตาคือการส่งความปรารถนาดีให้ผู้อื่นเป็นสุข ส่วนกรวดน้ำคือการอุทิศบุญที่ได้ทำแล้วให้ผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ล่วงลับ นิยมสวดแผ่เมตตาก่อน แล้วจึงกรวดน้ำปิดท้าย

แผ่เมตตาให้คนที่ตายไปแล้วได้ไหม

ในการเจริญเมตตาภาวนา วิสุทธิมรรคไม่ให้ตั้งผู้ที่ตายแล้วเป็นอารมณ์ เพราะจิตจะไม่ตั้งมั่น ถ้าตั้งใจส่งบุญให้ผู้ล่วงลับ บทที่ตรงกว่าคือบทกรวดน้ำ ซึ่งพระสูตรกล่าวถึงการอุทิศให้ผู้ล่วงลับไว้โดยตรง

แผ่เมตตาแล้วได้อะไร

เมตตสูตรในอังคุตตรนิกายกล่าวถึงอานิสงส์ 11 ข้อของผู้ที่เจริญเมตตาจนชำนาญ เช่น หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย และเป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ ผลเหล่านี้มาจากการฝึกใจให้มีเมตตาจริง การท่องบทเป็นจุดเริ่มต้นของการฝึก

แผ่เมตตาตอนไหนดี

แผ่ได้ทุกเวลา ที่นิยมคือต่อท้ายการสวดมนต์ทุกครั้งและก่อนนอน และเมื่อมีเรื่องขุ่นเคืองกับใคร ให้แผ่โดยนึกถึงคนคนนั้นเป็นพิเศษ

แผ่เมตตาเป็นภาษาไทยหรือแผ่ในใจได้ไหม

ได้ หัวใจของการแผ่เมตตาอยู่ที่ความตั้งใจปรารถนาดี ไม่ได้อยู่ที่ภาษา หลายวัดสวดบาลีสลับคำแปลไทย ดูได้ในหัวข้อบทแผ่เมตตาแบบอื่นด้านบน

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทตรงกับบทพรหมวิหาร (The Sublime Attitudes) ในหนังสือ A Chanting Guide ของพระธานิสสโร และหนังสือสวดมนต์ไทยทั่วไป คำแผ่ให้ตนเอง (อะหัง สุขิโต โหมิ...) ตรงกับถ้อยคำที่คัมภีร์วิสุทธิมรรค พรหมวิหารนิเทศ ให้ใช้เริ่มเจริญเมตตา คำแผ่ให้สรรพสัตว์ (สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ...) ตรงกับเมตตากถาในปฏิสัมภิทามรรค ขุททกนิกาย ซึ่งวิสุทธิมรรคยกมาอ้าง แบบสวดคู่คำแปลไทยเทียบจากไทยพีบีเอสและหนังสือสวดมนต์ของกรมควบคุมโรค อานิสงส์ของเมตตาอ้างเมตตสูตร อังคุตตรนิกาย เอกาทสกนิบาต

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด