สัพพปัตติทานคาถา (บทแผ่ส่วนบุญ)

สัพพปัตติทานคาถา บทแผ่ส่วนบุญให้สรรพสัตว์ไม่มีประมาณ พร้อมคำสวด คำแปล และความหมาย นิยมสวดต่อจากบทกรวดน้ำในการทำวัตรเย็น

กรวดน้ำ 6 นาที อัปเดต 27 กรกฎาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดสัพพปัตติทานคาถา

(หันทะ มะยัง สัพพะปัตติทานะคาถาโย ภะณามะ เส)

ปุญญัสสิทานิ กะตัสสะยานัญญานิ กะตานิ เมเตสัญจะ ภาคิโน โหนตุสัตตานันตาปปะมาณะกา ฯ

เย ปิยา คุณะวันตา จะมัยหัง มาตาปิตาทะโยทิฏฐา เม จาปยะทิฏฐา วาอัญเญ มัชฌัตตะเวริโน ฯ

สัตตา ติฏฐันติ โลกัสมิงเตภุมมา จะตุโยนิกาปัญเจกะจะตุโวการาสังสะรันตา ภะวาภะเว ฯ

ญาตัง เย ปัตติทานัมเมอะนุโมทันตุ เต สะยังเย จิมัง นัปปะชานันติเทวา เตสัง นิเวทะยุง ฯ

มะยา ทินนานะ ปุญญานังอะนุโมทะนะเหตุนาสัพเพ สัตตา สะทา โหนตุอะเวรา สุขะชีวิโนเขมัปปะทัญจะ ปัปโปนตุเตสาสา สิชฌะตัง สุภา ฯ

คำแปล

ขอสัตว์ทั้งหลายอันไม่มีที่สุดไม่มีประมาณจงมีส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำในบัดนี้และแห่งบุญอื่นที่ได้ทำไว้ก่อนแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ข้าพเจ้ารักและมีพระคุณเช่น มารดาบิดาเป็นต้นทั้งที่ข้าพเจ้าเห็นแล้วและยังไม่เคยเห็นตลอดจนผู้อื่นที่เป็นกลางและผู้ที่เป็นคู่เวรกัน

สัตว์ทั้งหลายที่ดำรงอยู่ในโลกอยู่ในภูมิทั้งสาม อยู่ในกำเนิดทั้งสี่มีขันธ์ห้า มีขันธ์เดียว หรือมีขันธ์สี่ผู้กำลังท่องเที่ยวอยู่ในภพน้อยภพใหญ่

สัตว์เหล่าใดรู้ถึงส่วนบุญที่ข้าพเจ้าแผ่ให้แล้วขอสัตว์เหล่านั้นจงอนุโมทนาด้วยตนเองเถิดส่วนสัตว์เหล่าใดที่ยังไม่รู้ขอเทวดาทั้งหลายจงบอกให้ทราบด้วย

เพราะเหตุแห่งการอนุโมทนาส่วนบุญที่ข้าพเจ้าแผ่ให้นี้ขอสรรพสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวรดำรงชีวิตอยู่เป็นสุขทุกเมื่อขอจงถึงบทอันเกษม กล่าวคือพระนิพพานและขอความปรารถนาอันดีงามของท่านเหล่านั้นจงสำเร็จเถิด

ความหมายของสัพพปัตติทานคาถา

สัพพปัตติทานคาถาแปลตรงตัวว่า "คาถาว่าด้วยการให้ส่วนบุญแก่สรรพสัตว์" จุดเด่นของบทนี้อยู่ที่ ความครอบคลุมที่กว้างที่สุด

บทนี้ไล่กลุ่มผู้รับส่วนบุญอย่างเป็นระบบ เริ่มจากคนที่เรารักและมีพระคุณ ขยายไปยังผู้ที่ ไม่เคยเห็น ผู้ที่ เป็นกลาง และแม้แต่ผู้ที่ เป็นคู่เวรกัน แล้วจึงครอบคลุมสัตว์ในทุกภูมิ ทุกกำเนิด ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในภพ

จุดที่งดงามและมักถูกมองข้ามคือวรรคที่ว่า *เย จิมัง นัปปะชานันติ เทวา เตสัง นิเวทะยุง* แปลว่า "ส่วนผู้ใดยังไม่รู้ ขอเทวดาช่วยบอกให้ทราบด้วย" แสดงถึงความตั้งใจที่จะให้อย่างทั่วถึงจริง ๆ โดยไม่ยอมให้ใครตกหล่น

อีกประเด็นสำคัญคือคำว่า อะนุโมทันตุ แปลว่า "จงอนุโมทนา" ซึ่งชี้ว่าการรับส่วนบุญนั้นเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้รับ ยินดีด้วย ไม่ใช่การโอนถ่ายบุญโดยอัตโนมัติ หลักนี้สอดคล้องกับคำสอนที่ว่า ความดีเกิดจากเจตนาของผู้ทำเสมอ

บทนี้ต่างจากบทกรวดน้ำ ตรงที่ยาวและละเอียดกว่า และต่างจากบทอิมินา ตรงที่เน้นการให้ล้วน ๆ โดยไม่มีส่วนอธิษฐานขอสิ่งใดให้ตนเอง

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดในการทำวัตรเย็น ต่อจากบทกรวดน้ำและก่อนบทแผ่เมตตา รวมทั้งใช้หลังทำบุญตักบาตรหรือถวายสังฆทาน

เหมาะเป็นพิเศษเมื่อต้องการอุทิศบุญให้ผู้ล่วงลับในวาระสำคัญ เช่น วันครบรอบการจากไป หรือวันสารทที่นิยมทำบุญอุทิศให้บรรพบุรุษ

ความถี่ที่แนะนำ

สวดหลังทำบุญ หรือท้ายการทำวัตรเย็น

แหล่งอ้างอิง

สัพพปัตติทานคาถา เป็นบทสวดมาตรฐานในหนังสือสวดมนต์ไทย ใช้แผ่ส่วนบุญแก่สรรพสัตว์ นิยมสวดในการทำวัตรเย็น คำสวดที่แสดงไว้อ้างอิงตามฉบับหนังสือสวดมนต์แปล ของสวนโมกขพลาราม

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด