บังสุกุล คำพิจารณาผ้าบังสุกุล (บังสุกุลตาย บังสุกุลเป็น)

คำที่พระว่าเมื่อชักผ้าบังสุกุล ทั้งบังสุกุลตาย อะนิจจา วะตะ สังขารา และบังสุกุลเป็น อะจิรัง วะตะยัง กาโย พร้อมคำอ่าน คำแปล ที่มาในพระไตรปิฎก ขั้นตอนทอดผ้าบังสุกุล และความหมายของพิธีบังสุกุลเป็น

คำกล่าวในพิธี 2 นาที อัปเดต 12 ตุลาคม 2569
โหมดอ่านนำตัวใหญ่

บังสุกุล ภาษาบาลี

บทบังสุกุลตาย

อะนิจจา วะตะ สังขาราอุปปาทะวะยะธัมมิโนอุปปัชชิตวา นิรุชฌันติเตสัง วูปะสะโม สุโข ฯ

บทบังสุกุลเป็น

อะจิรัง วะตะยัง กาโยปะฐะวิง อะธิเสสสะติฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณนิรัตถังวะ กะลิงคะรัง ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

บทบังสุกุลตาย

อะ-นิด-จา วะ-ตะ สัง-ขา-ราอุบ-ปา-ทะ-วะ-ยะ-ทำ-มิ-โนอุบ-ปัด-ชิด-ตะ-วา นิ-รุด-ชัน-ติเต-สัง วู-ปะ-สะ-โม สุ-โข

บทบังสุกุลเป็น

อะ-จิ-รัง วะ-ตะ-ยัง กา-โยปะ-ถะ-วิง อะ-ทิ-เสด-สะ-ติฉุด-โท อะ-เป-ตะ-วิน-ยา-โนนิ-รัด-ถัง-วะ กะ-ลิง-คะ-รัง

คำแปล

บทบังสุกุลตาย

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดาเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปความสงบระงับแห่งสังขารเหล่านั้นเป็นสุข

บทบังสุกุลเป็น

อีกไม่นานหนอ ร่างกายนี้จักนอนทับแผ่นดินถูกทิ้ง ปราศจากวิญญาณดุจท่อนไม้ที่ไร้ประโยชน์

บังสุกุลฉบับอื่น และคำภาวนาของผู้ทอดผ้า

บังสุกุลตาย ฉบับที่สวดคาถาต่อท้าย

หนังสือมนต์พิธี เว็บไซต์วัดป่ามหาชัย และหนังสือ A Chanting Guide พิมพ์คาถา สัพเพ สัตตา มะรันติ จะ ต่อจาก อะนิจจา วะตะ สังขารา บางวัดจึงสวดสองบทต่อกัน ส่วนหนังสือสวดของวัดจากแดงมีเฉพาะบทแรก หน้านี้ยังไม่พบที่มาของคาถาบทที่สองในพระไตรปิฎก จึงไม่ระบุที่มา

อะนิจจา วะตะ สังขาราอุปปาทะวะยะธัมมิโนอุปปัชชิตวา นิรุชฌันติเตสัง วูปะสะโม สุโขสัพเพ สัตตา มะรันติ จะมะริงสุ จะ มะริสสะเรตะเถวาหัง มะริสสามินัตถิ เม เอตถะ สังสะโย ฯ

คำอ่าน

อะ-นิด-จา วะ-ตะ สัง-ขา-ราอุบ-ปา-ทะ-วะ-ยะ-ทำ-มิ-โนอุบ-ปัด-ชิด-ตะ-วา นิ-รุด-ชัน-ติเต-สัง วู-ปะ-สะ-โม สุ-โขสับ-เพ สัด-ตา มะ-รัน-ติ จะมะ-ริง-สุ จะ มะ-ริด-สะ-เรตะ-เถ-วา-หัง มะ-ริด-สา-มินัด-ถิ เม เอด-ถะ สัง-สะ-โย

คำแปล

สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอมีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดาเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปความสงบระงับแห่งสังขารเหล่านั้นเป็นสุขสัตว์ทั้งหลายย่อมตายได้ตายไปแล้ว และจักตายเราก็จักตายเช่นเดียวกันข้อนี้ไม่มีความสงสัยเลย

คำภาวนาในใจของผู้ทอดผ้า (ตามหนังสือมนต์พิธี)

ญาติโยมไม่ต้องกล่าวคำใดออกเสียงขณะทอดผ้าบังสุกุล หนังสือมนต์พิธีให้คำภาวนานี้ไว้สำหรับผู้ที่อยากน้อมใจขณะวางผ้าหน้าศพ เป็นธรรมเนียมเสริม จะภาวนาหรือไม่ก็ได้

นามะรูปัง อะนิจจังนามะรูปัง ทุกขังนามะรูปัง อะนัตตา

คำอ่าน

นา-มะ-รู-ปัง อะ-นิด-จังนา-มะ-รู-ปัง ทุก-ขังนา-มะ-รู-ปัง อะ-นัด-ตา

คำแปล

นามรูป คือกายและใจ ไม่เที่ยงนามรูปเป็นทุกข์นามรูปไม่ใช่ตัวตน

ขั้นตอนในพิธี

  1. เตรียมภูษาโยงหรือสายโยง

    สายโยงคือสายสิญจน์ที่โยงออกมาจากศพ ถ้าเป็นแผ่นผ้าเรียกว่าภูษาโยง ใช้สำหรับทอดผ้าให้พระชักบังสุกุล หนังสือมนต์พิธีเตือนว่า อย่าโยงให้สูงกว่าพระพุทธรูปที่ตั้งในพิธี และห้ามข้ามสายโยงเด็ดขาด เพราะถือกันว่าเป็นการไม่เคารพผู้ล่วงลับ

  2. เตรียมผ้าบังสุกุล

    ผ้าที่ทอดใช้ได้หลายอย่าง เช่น ไตรจีวร จีวร สบง ย่าม ผ้าเช็ดหน้า หรือผ้าเช็ดตัว เตรียมให้พอกับจำนวนพระที่จะชักผ้า

  3. พระสวดบทนำก่อนชักผ้า

    ในคืนที่ตั้งศพ มักทอดผ้าหลังพระสวดพระอภิธรรมจบ ส่วนงานทำบุญอุทิศหรือก่อนฌาปนกิจ พระมักสวดมาติกาก่อน ทั้งสองบทมีหน้าอธิบายแยกไว้ในเว็บนี้

  4. ทอดผ้าบังสุกุล

    เจ้าภาพหรือผู้ที่ได้รับเชิญวางผ้าบนภูษาโยงตรงหน้าพระทีละรูป วางขวางสาย ไม่วางตามยาวขนานไปกับสาย แล้วถอยออกมานั่งหรือยืนประนมมือ ไม่ต้องกล่าวคำถวาย ถ้าต้องการ ภาวนาในใจตามคำภาวนาในหัวข้อฉบับอื่นได้

  5. พระพิจารณาผ้าและชักบังสุกุล

    หนังสือมนต์พิธีอธิบายว่า พระจับตาลปัตรด้วยมือซ้าย มือขวาหงายจับผ้าบนสายโยง แล้วว่าบท อะนิจจา วะตะ สังขารา พร้อมกัน จบแล้วจึงชักผ้าออกจากสาย ถ้าไม่มีผ้าทอด พระจะจับสายโยงหรือภูษาโยงแทน

  6. อนุโมทนาและกรวดน้ำ

    เมื่อพระอนุโมทนา ให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ ใช้บทกรวดน้ำได้ ถ้าอยากอุทิศให้กว้างขึ้น สวดบทอิมินาต่อได้

  7. ถ้าได้รับเชิญทอดผ้าบนเมรุในวันฌาปนกิจ

    เมื่อพิธีกรเรียกชื่อ ให้เดินขึ้นเมรุด้วยอาการสำรวม คำนับหรือกราบที่หน้าศพ แล้ววางผ้าตามที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ ยืนสงบ ประนมมือ ระหว่างที่พระพิจารณาผ้าและว่าบท อะนิจจา วะตะ สังขารา เมื่อพระชักผ้าแล้ว จึงคำนับอีกครั้งแล้วเดินลง

ความหมายของบังสุกุล

ผ้าบังสุกุลคืออะไร

บังสุกุล มาจากคำบาลีว่า ปังสุกูละ แปลตามศัพท์ว่า คลุกฝุ่น หมายถึงผ้าที่เจ้าของทิ้งแล้ว สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในสาส์นสมเด็จว่า พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุเก็บผ้าที่ผู้อื่นทิ้งแล้วมาทำเครื่องนุ่งห่ม ผ้าที่ใช้ห่อหรือคลุมศพแล้วถูกทิ้งไว้เมื่อเผาศพ ก็นับเป็นผ้าบังสุกุล ผ้าบังสุกุลจึงเกี่ยวข้องกับศพมาตั้งแต่ต้น ต่อมาญาติจึงนำผ้าดีไปทอดไว้ที่ศพแล้วนิมนต์พระมาชัก เพื่อบำเพ็ญกุศลแก่ผู้ล่วงลับ ซึ่งทรงเล่าว่าเรียกกันว่า มหาบังสุกุล ทุกวันนี้ผ้าที่ทอดไม่ใช่ผ้าห่อศพจริง แต่ยังรักษาความหมายเดิมไว้ ผ้าป่าก็มาจากธรรมเนียมเดียวกัน ดูคำถวายผ้าป่า

บังสุกุลตาย พระว่าอะไร

คาถา อะนิจจา วะตะ สังขารา อยู่ในพระไตรปิฎก ในมหาปรินิพพานสูตร ทีฆนิกาย ท้าวสักกะจอมเทพกล่าวคาถานี้ทันทีที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน คาถาเดียวกันปรากฏในปรินิพพานสูตร สังยุตตนิกาย และพระพุทธเจ้าตรัสไว้เองตอนท้ายเวปุลลปัพพตสูตร หลังทรงเล่าว่าแม้ชื่อภูเขา ผู้คน และพระพุทธเจ้าในยุคก่อน ๆ ก็ล่วงไปหมดแล้ว

  • อะนิจจา วะตะ สังขารา — สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ สังขาร ในที่นี้คือสิ่งทั้งปวงที่เกิดจากเหตุปัจจัย รวมทั้งร่างกายและจิตใจ
  • อุปปาทะวะยะธัมมิโน — มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
  • อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ — เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
  • เตสัง วูปะสะโม สุโข — ความสงบระงับของสังขารเหล่านั้นเป็นสุข

คาถานี้จึงไม่ได้พูดถึงความตายของผู้ล่วงลับคนเดียว แต่ย้ำกับทุกคนในพิธีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดต้องดับ และชี้ว่าความสุขที่แท้อยู่ที่ความสงบระงับจากการเกิดดับนั้น

บังสุกุลเป็น พระว่าอะไร

คาถา อะจิรัง วะตะยัง กาโย คือคาถาธรรมบทข้อที่ ๔๑ ในจิตตวรรค อรรถกถาธรรมบทเล่าว่า พระติสสเถระป่วยเป็นแผลพุพองทั่วตัวจนได้ชื่อว่าพระปูติคัตตติสสะ แปลว่าพระติสสะผู้มีกายเน่า ศิษย์และเพื่อนภิกษุดูแลไม่ไหวจึงทิ้งท่านไว้ พระพุทธเจ้าเสด็จไปต้มน้ำร้อน ให้ภิกษุช่วยกันยกเตียงไปที่โรงไฟ แล้วทรงสรงน้ำให้ท่านและให้ซักจีวรจนสะอาด เมื่อท่านสบายตัวแล้วจึงตรัสคาถานี้ เมื่อจบ พระติสสะได้บรรลุพระอรหันต์แล้วนิพพาน เรื่องนี้เป็นเรื่องในอรรถกถา ส่วนตัวคาถาอยู่ในพระไตรปิฎก

  • อะจิรัง วะตะยัง กาโย — อีกไม่นานหนอ ร่างกายนี้
  • ปะฐะวิง อะธิเสสสะติ — จักนอนทับแผ่นดิน
  • ฉุฑโฑ อะเปตะวิญญาโณ — ถูกทิ้ง ปราศจากวิญญาณ
  • นิรัตถังวะ กะลิงคะรัง — ดุจท่อนไม้ที่ไร้ประโยชน์

บังสุกุลเป็นคืออะไร

บังสุกุลเป็น คือพิธีที่ผู้ยังมีชีวิตอยู่ให้พระชักผ้าบังสุกุลจากตัวเอง สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่า เกิดจากผู้ที่มีศรัทธาอยากบำเพ็ญกุศลแบบเดียวกับที่ทำให้ผู้ตาย ให้ทันเห็นด้วยตนเอง จึงนำผ้ามาทอดที่ตัวเพื่อให้พระชักบังสุกุล

ในพิธีที่พบทั่วไป ผู้เข้าพิธีนอนหรือนั่งแล้วใช้ผ้าคลุมตัว พระจับชายผ้าหรือสายสิญจน์ที่ผูกกับผ้า แล้วว่าบท อะจิรัง วะตะยัง กาโย บางท้องถิ่นพระว่าบท อะนิจจา วะตะ สังขารา แทน นิยมทำให้ผู้ป่วยหนัก ผู้สูงอายุ ในวันเกิด หรือเมื่อรู้สึกว่ามีเคราะห์ โดยเชื่อว่าช่วยต่ออายุและสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่นิยมกัน ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก ในแง่ธรรม คาถาที่พระว่าคือการเตือนให้เห็นว่าร่างกายนี้ไม่ยั่งยืน เป็นการระลึกถึงความตาย (มรณสติ) ที่ผู้เข้าพิธีนำไปใช้ได้จริง

บังสุกุลกับสดับปกรณ์ต่างกันอย่างไร

ในสาส์นสมเด็จ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงอธิบายว่า ถ้าชักผ้าแล้วสวดเพียงบท อะนิจจา ควรเรียกว่า บังสุกุล ส่วน สดับปกรณ์ หมายถึงการสวดพระธรรม ๗ คัมภีร์ และสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงอธิบายต่อว่า คำนี้มาจากคำบาลีว่า สัตตัปปะกะระณะ แปลว่าคัมภีร์ทั้งเจ็ด อย่างไรก็ตาม คนยังนิยมเรียกทั้งการทอดผ้าและการสวดพระอภิธรรมในงานศพเจ้านายว่าสดับปกรณ์

กล่าวตอนไหนในพิธี

บทบังสุกุลเป็นคำที่พระว่าขณะจับผ้าที่ทอดไว้บนภูษาโยง ญาติโยมไม่ต้องว่าตาม

  • บังสุกุลตาย ใช้เมื่อชักผ้าจากศพหรืออัฐิ เช่น หลังสวดพระอภิธรรม หลังสวดมาติกาในงานทำบุญอุทิศ และบนเมรุก่อนฌาปนกิจ
  • บังสุกุลเป็น ใช้ในพิธีของผู้ที่ยังมีชีวิต เช่น พิธีทำบุญต่ออายุ

ถ้าเป็นเจ้าภาพ ให้แจ้งวัดล่วงหน้าว่าจะมีการทอดผ้าบังสุกุลกี่ผืน วัดจะได้จัดพระและภูษาโยงให้พร้อม

คำถามที่พบบ่อย

ผ้าบังสุกุลคืออะไร

บังสุกุลแปลตามศัพท์ว่า ผ้าคลุกฝุ่น คือผ้าที่เจ้าของทิ้งแล้ว รวมทั้งผ้าห่อศพที่ถูกทิ้งเมื่อเผาศพ ซึ่งภิกษุสมัยพุทธกาลเก็บมาทำจีวร ปัจจุบันญาตินำผ้าดีมาทอดไว้ที่ศพหรือภูษาโยงให้พระชัก เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ

บังสุกุลเป็นคืออะไร

คือพิธีที่ผู้ยังมีชีวิตใช้ผ้าคลุมตัวแล้วให้พระชักผ้าบังสุกุล พร้อมว่าบท อะจิรัง วะตะยัง กาโย นิยมทำให้ผู้ป่วยหนัก ผู้สูงอายุ หรือในวันเกิด โดยเชื่อว่าช่วยต่ออายุและสะเดาะเคราะห์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่นิยมกัน ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก

บังสุกุลตายกับบังสุกุลเป็นต่างกันอย่างไร

บังสุกุลตายคือการชักผ้าจากศพ พระว่าบท อะนิจจา วะตะ สังขารา ซึ่งมาจากมหาปรินิพพานสูตร ส่วนบังสุกุลเป็นคือการชักผ้าจากผู้ที่ยังมีชีวิต หนังสือสวดมนต์ให้ใช้บท อะจิรัง วะตะยัง กาโย จากธรรมบท แต่บางท้องถิ่นใช้บท อะนิจจา ทั้งสองแบบ

อนิจจา วตสังขารา แปลว่าอะไร

แปลว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป ความสงบระงับแห่งสังขารเหล่านั้นเป็นสุข เป็นคาถาที่ท้าวสักกะกล่าวเมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพาน

ทอดผ้าบังสุกุลต้องกล่าวคำถวายไหม

ไม่ต้อง ผู้ทอดเพียงวางผ้าบนภูษาโยงหรือที่ที่จัดไว้ด้วยความเคารพ แล้วประนมมือ คำบาลีในพิธีเป็นคำที่พระว่าขณะพิจารณาผ้า ถ้าต้องการ ภาวนาในใจตามคำภาวนาในหัวข้อฉบับอื่นได้

ผ้าบังสุกุลใช้ผ้าอะไร ต้องเตรียมกี่ผืน

หนังสือมนต์พิธียกตัวอย่างไว้ เช่น ไตรจีวร จีวร สบง ย่าม ผ้าเช็ดหน้า และผ้าเช็ดตัว จำนวนผืนให้พอกับจำนวนพระที่จะชักผ้า ถ้าไม่แน่ใจ ให้ถามวัดล่วงหน้า

ทำไมห้ามข้ามสายโยงหรือภูษาโยง

หนังสือมนต์พิธีอธิบายว่าสายโยงโยงออกมาจากศพ เป็นสิ่งเนื่องด้วยศพ จึงถือกันมาก การข้ามถือเป็นการไม่เคารพผู้ล่วงลับ และต้องไม่โยงให้สูงกว่าพระพุทธรูปในพิธี

บังสุกุลกับผ้าป่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร

ทั้งสองมาจากธรรมเนียมผ้าบังสุกุลในสมัยพุทธกาล ผ้าป่าพาดผ้าไว้ที่กิ่งไม้ให้พระชักเหมือนพบผ้าที่ถูกทิ้ง ส่วนบังสุกุลในงานศพทอดผ้าไว้ที่ศพหรือภูษาโยง ดูคำถวายและขั้นตอนทอดผ้าป่าได้ที่คำถวายผ้าป่า

แหล่งอ้างอิง

คาถาบังสุกุลตายและบังสุกุลเป็นเทียบจากหนังสือมนต์พิธี ฉบับสำนักเรียนวัดราษฎร์บำรุง ของพระครูสมุห์เอี่ยม สิริวณฺโณ และเว็บไซต์วัดป่ามหาชัย ตรงกันทุกคำ หนังสือสวดของวัดจากแดง (พ.ศ. 2561) มีบังสุกุลตายตรงกันเช่นกัน ตรวจกับพระไตรปิฎกบาลี คาถา อนิจฺจา วต สงฺขารา อยู่ในมหาปรินิพพานสูตร (ทีฆนิกาย มหาวรรค) ปรินิพพานสูตรและเวปุลลปัพพตสูตร (สังยุตตนิกาย) ส่วน อจิรํ วตยํ กาโย คือธรรมบท คาถาที่ ๔๑ เรื่องพระปูติคัตตติสสเถระอ้างอรรถกถาธรรมบท คาถาต่อท้าย สัพเพ สัตตา มะรันติ จะ ตรงกันในมนต์พิธี วัดป่ามหาชัย และหนังสือ A Chanting Guide วิธีเตรียมภูษาโยง การทอดผ้า และวิธีจับผ้าของพระ อ้างหัวข้อการทำบุญเกี่ยวกับศพในหนังสือมนต์พิธี ที่มาของบังสุกุล บังสุกุลเป็น และสดับปกรณ์ อ้างพระอธิบายของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในสาส์นสมเด็จ ตามที่นิตยสารศิลปวัฒนธรรมยกมา ลักษณะพิธีบังสุกุลเป็นในปัจจุบันเทียบจากรายงานของข่าวสด และบทความเรื่องพิธีทำบุญต่ออายุของชุมพล บุญเหมย ขั้นตอนของแขกที่ทอดผ้าบนเมรุอ้างคู่มือไปงานศพของไทยรัฐ

ต้องอ่านนำในพิธี?

เปิดโหมดอ่านตัวใหญ่ ถือโทรศัพท์อ่านนำได้สบายตา ไม่ต้องซูม

โหมดอ่านนำตัวใหญ่