บทสวดมาติกา (สวดมาติกาบังสุกุล)

บทสวดมาติกาที่พระสวดก่อนชักผ้าบังสุกุล ครบทั้งธัมมสังคณีมาติกา ๒๒ หมวด วิปัสสนาภูมิปาฐะ และปัจจัย ๒๔ พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล ความต่างจากสวดพระอภิธรรม และลำดับพิธีงานทำบุญอุทิศผู้ล่วงลับ

คำกล่าวในพิธี 10 นาที อัปเดต 12 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดมาติกา

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

๑. ธัมมสังคณีมาติกา

กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา ฯสุขายะ เวทะนายะ สัมปะยุตตา ธัมมาทุกขายะ เวทะนายะ สัมปะยุตตา ธัมมาอะทุกขะมะสุขายะ เวทะนายะ สัมปะยุตตา ธัมมา ฯวิปากา ธัมมา วิปากะธัมมะธัมมา เนวะวิปากะนะวิปากะธัมมะธัมมา ฯ

อุปาทินนุปาทานิยา ธัมมาอะนุปาทินนุปาทานิยา ธัมมาอะนุปาทินนานุปาทานิยา ธัมมา ฯสังกิลิฏฐะสังกิเลสิกา ธัมมาอะสังกิลิฏฐะสังกิเลสิกา ธัมมาอะสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกา ธัมมา ฯ

สะวิตักกะสะวิจารา ธัมมาอะวิตักกะวิจาระมัตตา ธัมมาอะวิตักกาวิจารา ธัมมา ฯปีติสะหะคะตา ธัมมา สุขะสะหะคะตา ธัมมา อุเปกขาสะหะคะตา ธัมมา ฯ

ทัสสะเนนะ ปะหาตัพพา ธัมมาภาวะนายะ ปะหาตัพพา ธัมมาเนวะทัสสะเนนะ นะภาวะนายะ ปะหาตัพพา ธัมมา ฯทัสสะเนนะ ปะหาตัพพะเหตุกา ธัมมาภาวะนายะ ปะหาตัพพะเหตุกา ธัมมาเนวะทัสสะเนนะ นะภาวะนายะ ปะหาตัพพะเหตุกา ธัมมา ฯ

อาจะยะคามิโน ธัมมา อะปะจะยะคามิโน ธัมมาเนวาจะยะคามิโน นาปะจะยะคามิโน ธัมมา ฯเสกขา ธัมมา อะเสกขา ธัมมา เนวะเสกขานาเสกขา ธัมมา ฯ

ปะริตตา ธัมมา มะหัคคะตา ธัมมา อัปปะมาณา ธัมมา ฯปะริตตารัมมะณา ธัมมา มะหัคคะตารัมมะณา ธัมมาอัปปะมาณารัมมะณา ธัมมา ฯหีนา ธัมมา มัชฌิมา ธัมมา ปะณีตา ธัมมา ฯ

มิจฉัตตะนิยะตา ธัมมา สัมมัตตะนิยะตา ธัมมา อะนิยะตา ธัมมา ฯมัคคารัมมะณา ธัมมา มัคคะเหตุกา ธัมมา มัคคาธิปะติโน ธัมมา ฯ

อุปปันนา ธัมมา อะนุปปันนา ธัมมา อุปปาทิโน ธัมมา ฯอะตีตา ธัมมา อะนาคะตา ธัมมา ปัจจุปปันนา ธัมมา ฯอะตีตารัมมะณา ธัมมา อะนาคะตารัมมะณา ธัมมาปัจจุปปันนารัมมะณา ธัมมา ฯ

อัชฌัตตา ธัมมา พะหิทธา ธัมมา อัชฌัตตะพะหิทธา ธัมมา ฯอัชฌัตตารัมมะณา ธัมมา พะหิทธารัมมะณา ธัมมาอัชฌัตตะพะหิทธารัมมะณา ธัมมา ฯสะนิทัสสะนะสัปปะฏิฆา ธัมมา อะนิทัสสะนะสัปปะฏิฆา ธัมมาอะนิทัสสะนาปปะฏิฆา ธัมมา ฯ

๒. วิปัสสนาภูมิปาฐะ

ปัญจักขันธา ฯรูปักขันโธ เวทะนากขันโธ สัญญากขันโธสังขารักขันโธ วิญญาณักขันโธ ฯ

ทวาทะสายะตะนานิ ฯจักขวายะตะนัง รูปายะตะนังโสตายะตะนัง สัททายะตะนังฆานายะตะนัง คันธายะตะนังชิวหายะตะนัง ระสายะตะนังกายายะตะนัง โผฏฐัพพายะตะนังมะนายะตะนัง ธัมมายะตะนัง ฯ

อัฏฐาระสะ ธาตุโย ฯจักขุธาตุ รูปะธาตุ จักขุวิญญาณะธาตุโสตะธาตุ สัททะธาตุ โสตะวิญญาณะธาตุฆานะธาตุ คันธะธาตุ ฆานะวิญญาณะธาตุชิวหาธาตุ ระสะธาตุ ชิวหาวิญญาณะธาตุกายะธาตุ โผฏฐัพพะธาตุ กายะวิญญาณะธาตุมะโนธาตุ ธัมมะธาตุ มะโนวิญญาณะธาตุ ฯ

พาวีสะตินทริยานิ ฯจักขุนทริยัง โสตินทริยัง ฆานินทริยังชิวหินทริยัง กายินทริยัง มะนินทริยังอิตถินทริยัง ปุริสินทริยัง ชีวิตินทริยังสุขินทริยัง ทุกขินทริยังโสมะนัสสินทริยัง โทมะนัสสินทริยัง อุเปกขินทริยังสัทธินทริยัง วิริยินทริยัง สะตินทริยังสะมาธินทริยัง ปัญญินทริยังอะนัญญะตัญญัสสามีตินทริยังอัญญินทริยัง อัญญาตาวินทริยัง ฯ

จัตตาริ อะริยะสัจจานิ ฯทุกขัง อะริยะสัจจังทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจังทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจังทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ฯ

๓. ปัฏฐานมาติกาปาฐะ

เหตุปัจจะโย อารัมมะณะปัจจะโยอะธิปะติปัจจะโย อะนันตะระปัจจะโยสะมะนันตะระปัจจะโย สะหะชาตะปัจจะโยอัญญะมัญญะปัจจะโย นิสสะยะปัจจะโยอุปะนิสสะยะปัจจะโย ปุเรชาตะปัจจะโยปัจฉาชาตะปัจจะโย อาเสวะนะปัจจะโยกัมมะปัจจะโย วิปากะปัจจะโยอาหาระปัจจะโย อินทริยะปัจจะโยฌานะปัจจะโย มัคคะปัจจะโยสัมปะยุตตะปัจจะโย วิปปะยุตตะปัจจะโยอัตถิปัจจะโย นัตถิปัจจะโยวิคะตะปัจจะโย อะวิคะตะปัจจะโย ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

๑. ธัมมสังคณีมาติกา

กุ-สะ-ลา ทำ-มา อะ-กุ-สะ-ลา ทำ-มา อับ-พะ-ยา-กะ-ตา ทำ-มาสุ-ขา-ยะ เว-ทะ-นา-ยะ สำ-ปะ-ยุด-ตา ทำ-มาทุก-ขา-ยะ เว-ทะ-นา-ยะ สำ-ปะ-ยุด-ตา ทำ-มาอะ-ทุก-ขะ-มะ-สุ-ขา-ยะ เว-ทะ-นา-ยะ สำ-ปะ-ยุด-ตา ทำ-มาวิ-ปา-กา ทำ-มา วิ-ปา-กะ-ทำ-มะ-ทำ-มา เน-วะ-วิ-ปา-กะ-นะ-วิ-ปา-กะ-ทำ-มะ-ทำ-มา

อุ-ปา-ทิน-นุ-ปา-ทา-นิ-ยา ทำ-มาอะ-นุ-ปา-ทิน-นุ-ปา-ทา-นิ-ยา ทำ-มาอะ-นุ-ปา-ทิน-นา-นุ-ปา-ทา-นิ-ยา ทำ-มาสัง-กิ-ลิด-ถะ-สัง-กิ-เล-สิ-กา ทำ-มาอะ-สัง-กิ-ลิด-ถะ-สัง-กิ-เล-สิ-กา ทำ-มาอะ-สัง-กิ-ลิด-ถา-สัง-กิ-เล-สิ-กา ทำ-มา

สะ-วิ-ตัก-กะ-สะ-วิ-จา-รา ทำ-มาอะ-วิ-ตัก-กะ-วิ-จา-ระ-มัด-ตา ทำ-มาอะ-วิ-ตัก-กา-วิ-จา-รา ทำ-มาปี-ติ-สะ-หะ-คะ-ตา ทำ-มา สุ-ขะ-สะ-หะ-คะ-ตา ทำ-มา อุ-เปก-ขา-สะ-หะ-คะ-ตา ทำ-มา

ทัด-สะ-เน-นะ ปะ-หา-ตับ-พา ทำ-มาพา-วะ-นา-ยะ ปะ-หา-ตับ-พา ทำ-มาเน-วะ-ทัด-สะ-เน-นะ นะ-พา-วะ-นา-ยะ ปะ-หา-ตับ-พา ทำ-มาทัด-สะ-เน-นะ ปะ-หา-ตับ-พะ-เห-ตุ-กา ทำ-มาพา-วะ-นา-ยะ ปะ-หา-ตับ-พะ-เห-ตุ-กา ทำ-มาเน-วะ-ทัด-สะ-เน-นะ นะ-พา-วะ-นา-ยะ ปะ-หา-ตับ-พะ-เห-ตุ-กา ทำ-มา

อา-จะ-ยะ-คา-มิ-โน ทำ-มา อะ-ปะ-จะ-ยะ-คา-มิ-โน ทำ-มาเน-วา-จะ-ยะ-คา-มิ-โน นา-ปะ-จะ-ยะ-คา-มิ-โน ทำ-มาเสก-ขา ทำ-มา อะ-เสก-ขา ทำ-มา เน-วะ-เสก-ขา-นา-เสก-ขา ทำ-มา

ปะ-ริด-ตา ทำ-มา มะ-หัก-คะ-ตา ทำ-มา อับ-ปะ-มา-นา ทำ-มาปะ-ริด-ตา-รำ-มะ-นา ทำ-มา มะ-หัก-คะ-ตา-รำ-มะ-นา ทำ-มาอับ-ปะ-มา-นา-รำ-มะ-นา ทำ-มาหี-นา ทำ-มา มัด-ชิ-มา ทำ-มา ปะ-นี-ตา ทำ-มา

มิด-ฉัด-ตะ-นิ-ยะ-ตา ทำ-มา สำ-มัด-ตะ-นิ-ยะ-ตา ทำ-มา อะ-นิ-ยะ-ตา ทำ-มามัก-คา-รำ-มะ-นา ทำ-มา มัก-คะ-เห-ตุ-กา ทำ-มา มัก-คา-ทิ-ปะ-ติ-โน ทำ-มา

อุบ-ปัน-นา ทำ-มา อะ-นุบ-ปัน-นา ทำ-มา อุบ-ปา-ทิ-โน ทำ-มาอะ-ตี-ตา ทำ-มา อะ-นา-คะ-ตา ทำ-มา ปัด-จุบ-ปัน-นา ทำ-มาอะ-ตี-ตา-รำ-มะ-นา ทำ-มา อะ-นา-คะ-ตา-รำ-มะ-นา ทำ-มาปัด-จุบ-ปัน-นา-รำ-มะ-นา ทำ-มา

อัด-ชัด-ตา ทำ-มา พะ-หิด-ทา ทำ-มา อัด-ชัด-ตะ-พะ-หิด-ทา ทำ-มาอัด-ชัด-ตา-รำ-มะ-นา ทำ-มา พะ-หิด-ทา-รำ-มะ-นา ทำ-มาอัด-ชัด-ตะ-พะ-หิด-ทา-รำ-มะ-นา ทำ-มาสะ-นิ-ทัด-สะ-นะ-สับ-ปะ-ติ-คา ทำ-มา อะ-นิ-ทัด-สะ-นะ-สับ-ปะ-ติ-คา ทำ-มาอะ-นิ-ทัด-สะ-นาบ-ปะ-ติ-คา ทำ-มา

๒. วิปัสสนาภูมิปาฐะ

ปัน-จัก-ขัน-ทารู-ปัก-ขัน-โท เว-ทะ-นาก-ขัน-โท สัน-ยาก-ขัน-โทสัง-ขา-รัก-ขัน-โท วิน-ยา-นัก-ขัน-โท

ทะ-วา-ทะ-สา-ยะ-ตะ-นา-นิจัก-ขะ-วา-ยะ-ตะ-นัง รู-ปา-ยะ-ตะ-นังโส-ตา-ยะ-ตะ-นัง สัด-ทา-ยะ-ตะ-นังคา-นา-ยะ-ตะ-นัง คัน-ทา-ยะ-ตะ-นังชิว-หา-ยะ-ตะ-นัง ระ-สา-ยะ-ตะ-นังกา-ยา-ยะ-ตะ-นัง โผด-ถับ-พา-ยะ-ตะ-นังมะ-นา-ยะ-ตะ-นัง ทำ-มา-ยะ-ตะ-นัง

อัด-ถา-ระ-สะ ทา-ตุ-โยจัก-ขุ-ทา-ตุ รู-ปะ-ทา-ตุ จัก-ขุ-วิน-ยา-นะ-ทา-ตุโส-ตะ-ทา-ตุ สัด-ทะ-ทา-ตุ โส-ตะ-วิน-ยา-นะ-ทา-ตุคา-นะ-ทา-ตุ คัน-ทะ-ทา-ตุ คา-นะ-วิน-ยา-นะ-ทา-ตุชิว-หา-ทา-ตุ ระ-สะ-ทา-ตุ ชิว-หา-วิน-ยา-นะ-ทา-ตุกา-ยะ-ทา-ตุ โผด-ถับ-พะ-ทา-ตุ กา-ยะ-วิน-ยา-นะ-ทา-ตุมะ-โน-ทา-ตุ ทำ-มะ-ทา-ตุ มะ-โน-วิน-ยา-นะ-ทา-ตุ

พา-วี-สะ-ติน-ทริ-ยา-นิจัก-ขุน-ทริ-ยัง โส-ติน-ทริ-ยัง คา-นิน-ทริ-ยังชิว-หิน-ทริ-ยัง กา-ยิน-ทริ-ยัง มะ-นิน-ทริ-ยังอิด-ถิน-ทริ-ยัง ปุ-ริ-สิน-ทริ-ยัง ชี-วิ-ติน-ทริ-ยังสุ-ขิน-ทริ-ยัง ทุก-ขิน-ทริ-ยังโส-มะ-นัด-สิน-ทริ-ยัง โท-มะ-นัด-สิน-ทริ-ยัง อุ-เปก-ขิน-ทริ-ยังสัด-ทิน-ทริ-ยัง วิ-ริ-ยิน-ทริ-ยัง สะ-ติน-ทริ-ยังสะ-มา-ทิน-ทริ-ยัง ปัน-ยิน-ทริ-ยังอะ-นัน-ยะ-ตัน-ยัด-สา-มี-ติน-ทริ-ยังอัน-ยิน-ทริ-ยัง อัน-ยา-ตา-วิน-ทริ-ยัง

จัด-ตา-ริ อะ-ริ-ยะ-สัด-จา-นิทุก-ขัง อะ-ริ-ยะ-สัด-จังทุก-ขะ-สะ-มุ-ทะ-โย อะ-ริ-ยะ-สัด-จังทุก-ขะ-นิ-โร-โท อะ-ริ-ยะ-สัด-จังทุก-ขะ-นิ-โร-ทะ-คา-มิ-นี ปะ-ติ-ปะ-ทา อะ-ริ-ยะ-สัด-จัง

๓. ปัฏฐานมาติกาปาฐะ

เห-ตุ-ปัด-จะ-โย อา-รำ-มะ-นะ-ปัด-จะ-โยอะ-ทิ-ปะ-ติ-ปัด-จะ-โย อะ-นัน-ตะ-ระ-ปัด-จะ-โยสะ-มะ-นัน-ตะ-ระ-ปัด-จะ-โย สะ-หะ-ชา-ตะ-ปัด-จะ-โยอัน-ยะ-มัน-ยะ-ปัด-จะ-โย นิด-สะ-ยะ-ปัด-จะ-โยอุ-ปะ-นิด-สะ-ยะ-ปัด-จะ-โย ปุ-เร-ชา-ตะ-ปัด-จะ-โยปัด-ฉา-ชา-ตะ-ปัด-จะ-โย อา-เส-วะ-นะ-ปัด-จะ-โยกำ-มะ-ปัด-จะ-โย วิ-ปา-กะ-ปัด-จะ-โยอา-หา-ระ-ปัด-จะ-โย อิน-ทริ-ยะ-ปัด-จะ-โยชา-นะ-ปัด-จะ-โย มัก-คะ-ปัด-จะ-โยสำ-ปะ-ยุด-ตะ-ปัด-จะ-โย วิบ-ปะ-ยุด-ตะ-ปัด-จะ-โยอัด-ถิ-ปัด-จะ-โย นัด-ถิ-ปัด-จะ-โยวิ-คะ-ตะ-ปัด-จะ-โย อะ-วิ-คะ-ตะ-ปัด-จะ-โย

คำแปล

๑. ธัมมสังคณีมาติกา — แม่บท ๒๒ หมวด

ธรรมที่เป็นกุศล ธรรมที่เป็นอกุศล ธรรมที่เป็นอัพยากฤต (ไม่เป็นทั้งกุศลและอกุศล)ธรรมที่ประกอบด้วยสุขเวทนาธรรมที่ประกอบด้วยทุกขเวทนาธรรมที่ประกอบด้วยเวทนาที่ไม่ทุกข์ไม่สุขธรรมที่เป็นวิบาก ธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก ธรรมที่ไม่เป็นทั้งวิบากและเหตุแห่งวิบาก

ธรรมที่กรรมเข้ายึดครอง และเป็นอารมณ์ของอุปาทานธรรมที่กรรมไม่ได้เข้ายึดครอง แต่เป็นอารมณ์ของอุปาทานธรรมที่กรรมไม่ได้เข้ายึดครอง และไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทานธรรมที่เศร้าหมองและเป็นอารมณ์ของกิเลสธรรมที่ไม่เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสธรรมที่ไม่เศร้าหมองและไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส

ธรรมที่มีวิตกและวิจารธรรมที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจารธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจารธรรมที่เกิดพร้อมกับปีติ ธรรมที่เกิดพร้อมกับสุข ธรรมที่เกิดพร้อมกับอุเบกขา

ธรรมที่ละได้ด้วยทัสสนะ คือโสดาปัตติมรรคธรรมที่ละได้ด้วยภาวนา คือมรรคเบื้องสูงสามระดับธรรมที่ไม่ต้องละด้วยทั้งทัสสนะและภาวนาธรรมที่มีเหตุซึ่งพึงละด้วยทัสสนะธรรมที่มีเหตุซึ่งพึงละด้วยภาวนาธรรมที่ไม่มีเหตุซึ่งพึงละด้วยทั้งทัสสนะและภาวนา

ธรรมที่นำไปสู่การสั่งสมภพชาติ ธรรมที่นำไปสู่การไม่สั่งสม คือพระนิพพานธรรมที่ไม่นำไปทั้งสองทางธรรมของพระเสกขะผู้ยังต้องศึกษา ธรรมของพระอเสกขะผู้ศึกษาจบแล้ว ธรรมที่ไม่เป็นของทั้งสอง

ธรรมที่เป็นปริตตะ (กามาวจร) ธรรมที่เป็นมหัคคตะ (รูปาวจรและอรูปาวจร) ธรรมที่เป็นอัปปมาณะ (โลกุตตระ)ธรรมที่มีปริตตธรรมเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีมหัคคตธรรมเป็นอารมณ์ธรรมที่มีอัปปมาณธรรมเป็นอารมณ์ธรรมอย่างทราม ธรรมอย่างกลาง ธรรมอย่างประณีต

ธรรมฝ่ายผิดที่ให้ผลแน่นอน ธรรมฝ่ายถูกที่ให้ผลแน่นอน ธรรมที่ไม่แน่นอนธรรมที่มีมรรคเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ ธรรมที่มีมรรคเป็นใหญ่

ธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ธรรมที่ยังไม่เกิด ธรรมที่จักเกิดขึ้นธรรมที่เป็นอดีต ธรรมที่เป็นอนาคต ธรรมที่เป็นปัจจุบันธรรมที่มีอดีตเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีอนาคตเป็นอารมณ์ธรรมที่มีปัจจุบันเป็นอารมณ์

ธรรมภายใน ธรรมภายนอก ธรรมทั้งภายในและภายนอกธรรมที่มีภายในเป็นอารมณ์ ธรรมที่มีภายนอกเป็นอารมณ์ธรรมที่มีทั้งภายในและภายนอกเป็นอารมณ์ธรรมที่เห็นได้และกระทบได้ ธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้

๒. วิปัสสนาภูมิปาฐะ — พื้นของวิปัสสนา

ขันธ์ ๕คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์

อายตนะ ๑๒คือ ตากับรูปหูกับเสียงจมูกกับกลิ่นลิ้นกับรสกายกับสิ่งที่กายสัมผัสใจกับธรรมารมณ์

ธาตุ ๑๘คือ ธาตุตา ธาตุรูป และธาตุวิญญาณทางตาธาตุหู ธาตุเสียง และธาตุวิญญาณทางหูธาตุจมูก ธาตุกลิ่น และธาตุวิญญาณทางจมูกธาตุลิ้น ธาตุรส และธาตุวิญญาณทางลิ้นธาตุกาย ธาตุสิ่งที่กายสัมผัส และธาตุวิญญาณทางกายมโนธาตุ ธรรมธาตุ และมโนวิญญาณธาตุ

อินทรีย์ ๒๒คือ อินทรีย์คือตา หู จมูกลิ้น กาย และใจความเป็นหญิง ความเป็นชาย และชีวิตสุข และทุกข์โสมนัส โทมนัส และอุเบกขาศรัทธา วิริยะ สติสมาธิ และปัญญาอินทรีย์ของผู้ปฏิบัติด้วยมุ่งว่าจักรู้สิ่งที่ยังไม่เคยรู้ (ในขณะโสดาปัตติมรรค)อินทรีย์ของผู้รู้ทั่วถึง และอินทรีย์ของผู้รู้ทั่วถึงแล้ว คือพระอรหันต์

อริยสัจ ๔คือ ทุกข์เหตุให้เกิดทุกข์ความดับทุกข์และทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์

๓. ปัฏฐานมาติกาปาฐะ — ปัจจัย ๒๔

เหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัยอธิปติปัจจัย อนันตรปัจจัยสมนันตรปัจจัย สหชาตปัจจัยอัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัยอุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัยปัจฉาชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัยกัมมปัจจัย วิปากปัจจัยอาหารปัจจัย อินทริยปัจจัยฌานปัจจัย มัคคปัจจัยสัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัยอัตถิปัจจัย นัตถิปัจจัยวิคตปัจจัย อวิคตปัจจัยรวม ๒๔ ลักษณะที่ธรรมทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่กัน คำอธิบายทีละข้ออยู่ในหน้าบทสวดพระอภิธรรม หัวข้อพระมหาปัฏฐาน

ความหมายของมาติกา

มาติกา แปลว่าอะไร

มาติกา แปลว่า แม่บท คือหัวข้อที่ตั้งไว้ก่อน แล้วคัมภีร์จึงอธิบายขยายความไปตามหัวข้อนั้น บทสวดมาติกาที่พระสวดในงานศพ ยกมาจากแม่บทของคัมภีร์ธัมมสังคณี ซึ่งเป็นคัมภีร์แรกของพระอภิธรรมปิฎก แม่บทนี้แบ่งธรรมทั้งปวงเป็นหมวดละสาม เรียกว่า ติกมาติกา มี ๒๒ หมวด แล้วตามด้วยหมวดละสองอีกจำนวนมาก เรียกว่า ทุกมาติกา บทสวดใช้เฉพาะติกมาติกาทั้ง ๒๒ หมวด

สวดมาติกาประกอบด้วยอะไรบ้าง

หนังสือสวดมนต์ไทยจัดบทสวดมาติกาไว้ต่างกันเล็กน้อย ทุกฉบับที่ตรวจมีส่วนที่ ๑ เหมือนกัน ส่วนที่ต่อท้ายแล้วแต่ฉบับ

  • ส่วนที่ ๑ ธัมมสังคณีมาติกา — ติกมาติกา ๒๒ หมวด มีในทุกฉบับ
  • ส่วนที่ ๒ วิปัสสนาภูมิปาฐะ — หนังสือมนต์พิธี และหนังสือมนต์วิธานและศาสนพิธีที่เว็บไซต์กัลยาณมิตรยกมา สวดต่อจากส่วนที่ ๑
  • ส่วนที่ ๓ ปัฏฐานมาติกาปาฐะ — หนังสือสวดของวัดจากแดงและหนังสือ A Chanting Guide สวดรายชื่อปัจจัย ๒๔ ต่อจากส่วนที่ ๑

พระแต่ละวัดจึงอาจสวดไม่ครบทั้งสามส่วน หรือเรียงลำดับไม่เหมือนกัน หน้านี้รวมไว้ครบเพื่อให้ญาติตามได้ไม่ว่าวัดจะใช้ฉบับใด เมื่อสวดจบ พระจะชักผ้าบังสุกุลพร้อมว่าคาถา อะนิจจา วะตะ สังขารา ซึ่งมีหน้าบังสุกุลอธิบายไว้แยกต่างหาก คนทั่วไปจึงเรียกพิธีช่วงนี้รวมกันว่า สวดมาติกาบังสุกุล

มาติกาต่างจากบทสวดพระอภิธรรมอย่างไร

  • บทสวดพระอภิธรรม ยกตอนต้นของคัมภีร์ทั้ง ๗ มาคัมภีร์ละตอน นิยมสวดในคืนที่ตั้งศพ มีหน้าบทสวดพระอภิธรรมแยกไว้
  • บทสวดมาติกา ยกแม่บทของคัมภีร์แรกมาครบทั้ง ๒๒ หมวด บางฉบับต่อด้วยวิปัสสนาภูมิหรือปัจจัย ๒๔ นิยมสวดในงานทำบุญอุทิศและก่อนฌาปนกิจ แล้วตามด้วยการชักผ้าบังสุกุล
  • ส่วนที่ซ้ำกัน มีเพียงบรรทัดแรก กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา และรายชื่อปัจจัย ๒๔ ซึ่งเป็นบทเดียวกับพระมหาปัฏฐานในบทสวดพระอภิธรรม

ติกมาติกา ๒๒ หมวด ว่าด้วยอะไร

แต่ละหมวดแบ่งธรรมเป็นสามพวกตามเกณฑ์หนึ่ง และทุกพวกลงท้ายด้วยคำว่า ธัมมา แปลว่า ธรรมทั้งหลาย

  • หมวด ๑–๓ แบ่งตามความเป็นกุศลหรืออกุศล ตามเวทนาที่ประกอบ และตามความเป็นกรรมหรือผลของกรรม
  • หมวด ๔–๙ แบ่งตามความยึดมั่น ความเศร้าหมอง วิตกวิจาร ปีติสุขอุเบกขา และสิ่งที่ต้องละด้วยมรรค
  • หมวด ๑๐–๑๖ แบ่งตามทิศทางของธรรม ตั้งแต่การสั่งสมภพชาติไปจนถึงมรรคและพระนิพพาน
  • หมวด ๑๗–๒๒ แบ่งตามกาลเวลา ภายในภายนอก และการเห็นได้กระทบได้

ไม่มีหมวดใดพูดถึงตัวตนหรือบุคคล ทุกสิ่งถูกจัดเป็นธรรมที่มีเหตุปัจจัย การฟังมาติกาในงานศพจึงเป็นการทบทวนว่าชีวิตประกอบขึ้นจากธรรมที่เกิดดับเช่นนี้

วิปัสสนาภูมิปาฐะ คืออะไร

วิปัสสนาภูมิ แปลว่า ภูมิหรือพื้นของการเจริญวิปัสสนา คัมภีร์วิสุทธิมรรคกล่าวว่า ธรรมที่จำแนกเป็นขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ สัจจะ และปฏิจจสมุปบาท เป็นภูมิของปัญญา บทนี้ไล่รายชื่อห้าหมวดแรกครบทุกข้อ ได้แก่ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ และอริยสัจ ๔ บางฉบับสวดยาวกว่านี้ โดยต่อด้วยปฏิจจสมุปบาท

ปัฏฐานมาติกาปาฐะ คืออะไร

คือรายชื่อปัจจัย ๒๔ ซึ่งเป็นบทตั้งต้นของคัมภีร์ปัฏฐาน คัมภีร์ที่เจ็ดของพระอภิธรรม แสดงว่าธรรมทั้งหลายเกิดขึ้นเพราะอาศัยกันด้วยความสัมพันธ์ ๒๔ แบบ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นลอย ๆ ความหมายของปัจจัยแต่ละข้อมีอธิบายไว้ในหน้าบทสวดพระอภิธรรม หัวข้อพระมหาปัฏฐาน

ข้อสังเกตเรื่องตัวบท

  • หนังสือสวดมนต์มักเขียนติดกันหรือแยกคำต่างจากพระไตรปิฎกบาลีเล็กน้อย เช่น ทัสสะเนนะ ปะหาตัพพา ซึ่งในพระไตรปิฎกเขียนติดกันเป็นคำเดียว ความหมายไม่เปลี่ยน
  • เว็บไซต์บางแห่งพิมพ์หมวดที่ ๔ ซ้ำคำ หรือตกคำว่า ธัมมะธาตุ ในธาตุ ๑๘ หน้านี้ใช้ตามหนังสือมนต์พิธีซึ่งตรงกับพระไตรปิฎกบาลี

ลำดับพิธีสวดมาติกาบังสุกุล

  1. เตรียมผ้าบังสุกุลและภูษาโยง

    เตรียมผ้าบังสุกุลให้พอกับจำนวนพระ เช่น ไตรจีวร สบง หรือผ้าเช็ดตัว และภูษาโยงหรือสายโยงที่โยงจากศพหรือจากที่บรรจุอัฐิมาไว้หน้าพระสงฆ์ตามที่วัดจัด หนังสือมนต์พิธีเตือนว่าสายโยงต้องไม่อยู่สูงกว่าพระพุทธรูปในพิธี และห้ามข้ามสายโยงเด็ดขาด

  2. พระสงฆ์ขึ้นนั่งอาสน์ เจ้าภาพจุดธูปเทียน

    ประธานฝ่ายฆราวาสจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถ้ามีการรับศีล ให้อาราธนาศีลในช่วงนี้ ดูคำอาราธนาศีล

  3. พระสวดมาติกา

    พระตั้งนะโม ๓ จบ แล้วสวดมาติกาตามบทด้านบน ญาติและแขกนั่งสงบ ประนมมือ ไม่ต้องสวดตาม

  4. ทอดผ้าบังสุกุล

    เมื่อพระสวดจบ เจ้าภาพหรือผู้ที่ได้รับเชิญวางผ้าบนภูษาโยงตรงหน้าพระทีละรูป ให้วางขวางสาย ไม่วางตามยาวขนานไปกับสาย

  5. พระชักผ้าบังสุกุล

    พระว่าคาถาบังสุกุล อะนิจจา วะตะ สังขารา พร้อมกัน แล้วชักผ้าออกจากสาย ขั้นตอนโดยละเอียดและคำแปลอยู่ในหน้าบังสุกุล

  6. ถวายไทยธรรม พระอนุโมทนา ญาติกรวดน้ำ

    ถ้าถวายภัตตาหารเพื่ออุทิศให้ผู้ล่วงลับ ใช้คำถวายสังฆทานฉบับอุทิศผู้ล่วงลับ แล้วกรวดน้ำขณะพระอนุโมทนาด้วยบทกรวดน้ำ

ควรสวดตอนไหน

พระสวดมาติกาในงานทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับที่มีการชักผ้าบังสุกุล เช่น วันฌาปนกิจก่อนเคลื่อนศพไปเมรุ งานทำบุญครบ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน และงานบุญอัฐิ

ตัวอย่างลำดับในวันฌาปนกิจที่มีการรายงานข่าว คือ พระสงฆ์ขึ้นนั่งอาสน์ ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสวดมาติกา เจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุล แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

บทนี้พระเป็นผู้สวด ญาติโยมไม่ต้องสวดตาม ส่วนในคืนที่ตั้งศพ พระมักสวดบทสวดพระอภิธรรมแทน ซึ่งมีหน้าแยกไว้ในเว็บนี้

ความถี่ที่แนะนำ

สวด ๑ จบในแต่ละพิธี ก่อนการชักผ้าบังสุกุล

คำถามที่พบบ่อย

มาติกา แปลว่าอะไร

มาติกา แปลว่า แม่บท คือหัวข้อที่ตั้งไว้ก่อนแล้วคัมภีร์จึงอธิบายตาม บทสวดมาติกายกแม่บทของคัมภีร์ธัมมสังคณีมา ซึ่งแบ่งธรรมทั้งปวงเป็นหมวดละสาม ๒๒ หมวด

สวดมาติกาคืออะไร ใช้ในงานไหน

คือการที่พระสวดแม่บทของพระอภิธรรมก่อนชักผ้าบังสุกุล นิยมใช้ในงานทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ เช่น วันฌาปนกิจ งานทำบุญ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน และงานบุญอัฐิ

สวดมาติกากับสวดพระอภิธรรมต่างกันอย่างไร

สวดพระอภิธรรมยกตอนต้นของคัมภีร์ทั้ง ๗ มาคัมภีร์ละตอน นิยมสวดในคืนที่ตั้งศพ ส่วนสวดมาติกายกแม่บทของคัมภีร์แรกมาครบ ๒๒ หมวด บางฉบับต่อด้วยวิปัสสนาภูมิปาฐะหรือปัจจัย ๒๔ และตามด้วยการชักผ้าบังสุกุลเสมอ

สวดมาติกาบังสุกุล ต้องนิมนต์พระกี่รูป

ไม่มีจำนวนตายตัว หนังสือมนต์พิธีระบุว่างานทำบุญเกี่ยวกับศพที่นิมนต์พระมาสวด นิยม ๘ รูป ๑๐ รูป หรือมากกว่านั้นตามกรณี จำนวนจริงแล้วแต่เจ้าภาพตกลงกับวัด และควรเตรียมผ้าบังสุกุลให้พอกับจำนวนพระ

ญาติต้องทำอะไรระหว่างพระสวดมาติกา

นั่งสงบ ประนมมือ และไม่ต้องสวดตาม เมื่อพระสวดจบ เจ้าภาพทอดผ้าบังสุกุลบนภูษาโยงตรงหน้าพระ รอให้พระชักผ้า แล้วกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลขณะพระอนุโมทนา

ต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับพิธีสวดมาติกาบังสุกุล

ผ้าบังสุกุลตามจำนวนพระ ภูษาโยงหรือสายโยงที่โยงจากศพหรืออัฐิ ธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย และไทยธรรมหรือภัตตาหารที่จะถวาย ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการโยงสายหรือการวางผ้า ให้สอบถามวัดก่อนวันงาน

วิปัสสนาภูมิปาฐะ คืออะไร

คือบทที่ไล่รายชื่อขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ และอริยสัจ ๔ ซึ่งคัมภีร์วิสุทธิมรรคเรียกว่าเป็นภูมิหรือพื้นของปัญญา บางวัดสวดบทนี้ต่อจากธัมมสังคณีมาติกา

ทำบุญ 7 วัน 50 วัน 100 วัน นับอย่างไร

ตามธรรมเนียมที่ถือกันมา นับวันที่เสียชีวิตเป็นวันที่ ๑ แล้วนับไปจนครบ ๗ วัน ๕๐ วัน หรือ ๑๐๐ วัน ความเชื่อว่าผู้ล่วงลับจะกลับมาเยี่ยมบ้านในวันเหล่านี้เป็นความเชื่อแต่โบราณ ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก ส่วนการทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับทำได้ทุกวัน

แหล่งอ้างอิง

ธัมมสังคณีมาติกาเทียบจากหนังสือมนต์พิธี ฉบับสำนักเรียนวัดราษฎร์บำรุง ของพระครูสมุห์เอี่ยม สิริวณฺโณ หนังสือบทสวดอภิธรรมและมาติกาบังสุกุลของวัดจากแดง (พ.ศ. 2561) เว็บไซต์วัดป่ามหาชัย และบทสวดมาติกาที่เว็บไซต์กัลยาณมิตรอ้างจากหนังสือมนต์วิธานและศาสนพิธี ตัวบทตรงกันทุกฉบับ ตรวจกับพระไตรปิฎกบาลีฉบับสยามรัฐ เล่ม ๓๔ ข้อ ๑ ต่างกันเพียงการเว้นวรรค วิปัสสนาภูมิปาฐะเทียบจากมนต์พิธีกับกัลยาณมิตร ตรวจรายชื่อกับพระไตรปิฎกบาลี (ปุคคลปัญญัตติ เล่ม ๓๖) ปัฏฐานมาติกาปาฐะเทียบจากวัดจากแดงกับหนังสือ A Chanting Guide และตรวจกับปัฏฐาน เล่ม ๔๐ ข้อ ๑ ความหมายของวิปัสสนาภูมิอ้างคัมภีร์วิสุทธิมรรค ปัญญาภูมินิทเทส ลำดับพิธีอ้างหนังสือมนต์พิธี (การทำบุญเกี่ยวกับศพ) และข่าวพิธีสวดมาติกาบังสุกุลก่อนฌาปนกิจของมติชน วิธีนับวันทำบุญ ๗ วัน ๕๐ วัน ๑๐๐ วัน อ้างคอลัมน์ถามตอบธรรมะของผู้จัดการออนไลน์

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด