บทสวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ (สวดพระอภิธรรมศพ)

บทสวดพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ที่พระสวดในงานศพ ตั้งแต่ กุสะลา ธัมมา ถึงพระมหาปัฏฐาน พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล ความหมายของแต่ละคัมภีร์ ลำดับพิธีแต่ละคืน และสิ่งที่ญาติควรทำ

คำกล่าวในพิธี 10 นาที อัปเดต 12 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดพระอภิธรรม

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

๑. พระสังคิณี

กุสะลา ธัมมา อะกุสะลา ธัมมา อัพยากะตา ธัมมา ฯกะตะเม ธัมมา กุสะลา ฯยัสมิง สะมะเย กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง โหติโสมะนัสสะสะหะคะตัง ญาณะสัมปะยุตตังรูปารัมมะณัง วา สัททารัมมะณัง วา คันธารัมมะณัง วาระสารัมมะณัง วา โผฏฐัพพารัมมะณัง วา ธัมมารัมมะณัง วายัง ยัง วา ปะนารัพภะตัสมิง สะมะเย ผัสโส โหติ อะวิกเขโป โหติเย วา ปะนะ ตัสมิง สะมะเย อัญเญปิ อัตถิปะฏิจจะสะมุปปันนา อะรูปิโน ธัมมาอิเม ธัมมา กุสะลา ฯ

๒. พระวิภังค์

ปัญจักขันธา รูปักขันโธ เวทะนากขันโธสัญญากขันโธ สังขารักขันโธ วิญญาณักขันโธ ฯตัตถะ กะตะโม รูปักขันโธ ฯยังกิญจิ รูปัง อะตีตานาคะตะปัจจุปปันนังอัชฌัตตัง วา พะหิทธา วา โอฬาริกัง วา สุขุมัง วาหีนัง วา ปะณีตัง วา ยัง ทูเร วา สันติเก วาตะเทกัชฌัง อะภิสัญญูหิตวา อะภิสังขิปิตวาอะยัง วุจจะติ รูปักขันโธ ฯ

๓. พระธาตุกถา

สังคะโห อะสังคะโห ฯสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตังอะสังคะหิเตนะ สังคะหิตังสังคะหิเตนะ สังคะหิตังอะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง ฯสัมปะโยโค วิปปะโยโค ฯสัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตังวิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตังอะสังคะหิตัง ฯ

๔. พระปุคคลบัญญัติ

ฉะ ปัญญัตติโยขันธะปัญญัตติ อายะตะนะปัญญัตติ ธาตุปัญญัตติสัจจะปัญญัตติ อินทริยะปัญญัตติ ปุคคะละปัญญัตติ ฯกิตตาวะตา ปุคคะลานัง ปุคคะละปัญญัตติ ฯสะมะยะวิมุตโต อะสะมะยะวิมุตโตกุปปะธัมโม อะกุปปะธัมโมปะริหานะธัมโม อะปะริหานะธัมโมเจตะนาภัพโพ อะนุรักขะนาภัพโพปุถุชชะโน โคตระภูภะยูปะระโต อะภะยูปะระโตภัพพาคะมะโน อะภัพพาคะมะโนนิยะโต อะนิยะโตปะฏิปันนะโก ผะเลฏฐิโตอะระหา อะระหัตตายะ ปะฏิปันโน ฯ

๕. พระกถาวัตถุ

ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติอามันตา ฯโย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ ฯนะ เหวัง วัตตัพเพ ฯอาชานาหิ นิคคะหังหัญจิ ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะเตนะ วะตะ เร วัตตัพเพโย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ ฯมิจฉา ฯ

๖. พระยมก

เย เกจิ กุสะลา ธัมมา สัพเพ เต กุสะละมูลา ฯเย วา ปะนะ กุสะละมูลา สัพเพ เต ธัมมา กุสะลา ฯเย เกจิ กุสะลา ธัมมา สัพเพ เต กุสะละมูเลนะ เอกะมูลา ฯเย วา ปะนะ กุสะละมูเลนะ เอกะมูลา สัพเพ เต ธัมมา กุสะลา ฯ

๗. พระมหาปัฏฐาน

เหตุปัจจะโย อารัมมะณะปัจจะโยอะธิปะติปัจจะโย อะนันตะระปัจจะโยสะมะนันตะระปัจจะโย สะหะชาตะปัจจะโยอัญญะมัญญะปัจจะโย นิสสะยะปัจจะโยอุปะนิสสะยะปัจจะโย ปุเรชาตะปัจจะโยปัจฉาชาตะปัจจะโย อาเสวะนะปัจจะโยกัมมะปัจจะโย วิปากะปัจจะโยอาหาระปัจจะโย อินทริยะปัจจะโยฌานะปัจจะโย มัคคะปัจจะโยสัมปะยุตตะปัจจะโย วิปปะยุตตะปัจจะโยอัตถิปัจจะโย นัตถิปัจจะโยวิคะตะปัจจะโย อะวิคะตะปัจจะโย ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

๑. พระสังคิณี

กุ-สะ-ลา ทำ-มา อะ-กุ-สะ-ลา ทำ-มา อับ-พะ-ยา-กะ-ตา ทำ-มากะ-ตะ-เม ทำ-มา กุ-สะ-ลายัด-สะ-หมิง สะ-มะ-เย กา-มา-วะ-จะ-รัง กุ-สะ-ลัง จิด-ตัง อุบ-ปัน-นัง โห-ติโส-มะ-นัด-สะ-สะ-หะ-คะ-ตัง ยา-นะ-สำ-ปะ-ยุด-ตังรู-ปา-รำ-มะ-นัง วา สัด-ทา-รำ-มะ-นัง วา คัน-ทา-รำ-มะ-นัง วาระ-สา-รำ-มะ-นัง วา โผด-ถับ-พา-รำ-มะ-นัง วา ทำ-มา-รำ-มะ-นัง วายัง ยัง วา ปะ-นา-รับ-พะตัด-สะ-หมิง สะ-มะ-เย ผัด-โส โห-ติ อะ-วิก-เข-โป โห-ติเย วา ปะ-นะ ตัด-สะ-หมิง สะ-มะ-เย อัน-เย-ปิ อัด-ถิปะ-ติด-จะ-สะ-มุบ-ปัน-นา อะ-รู-ปิ-โน ทำ-มาอิ-เม ทำ-มา กุ-สะ-ลา

๒. พระวิภังค์

ปัน-จัก-ขัน-ทา รู-ปัก-ขัน-โท เว-ทะ-นาก-ขัน-โทสัน-ยาก-ขัน-โท สัง-ขา-รัก-ขัน-โท วิน-ยา-นัก-ขัน-โทตัด-ถะ กะ-ตะ-โม รู-ปัก-ขัน-โทยัง-กิน-จิ รู-ปัง อะ-ตี-ตา-นา-คะ-ตะ-ปัด-จุบ-ปัน-นังอัด-ชัด-ตัง วา พะ-หิด-ทา วา โอ-ลา-ริ-กัง วา สุ-ขุ-มัง วาหี-นัง วา ปะ-นี-ตัง วา ยัง ทู-เร วา สัน-ติ-เก วาตะ-เท-กัด-ชัง อะ-พิ-สัน-ยู-หิด-ตะ-วา อะ-พิ-สัง-ขิ-ปิด-ตะ-วาอะ-ยัง วุด-จะ-ติ รู-ปัก-ขัน-โท

๓. พระธาตุกถา

สัง-คะ-โห อะ-สัง-คะ-โหสัง-คะ-หิ-เต-นะ อะ-สัง-คะ-หิ-ตังอะ-สัง-คะ-หิ-เต-นะ สัง-คะ-หิ-ตังสัง-คะ-หิ-เต-นะ สัง-คะ-หิ-ตังอะ-สัง-คะ-หิ-เต-นะ อะ-สัง-คะ-หิ-ตังสำ-ปะ-โย-โค วิบ-ปะ-โย-โคสำ-ปะ-ยุด-เต-นะ วิบ-ปะ-ยุด-ตังวิบ-ปะ-ยุด-เต-นะ สำ-ปะ-ยุด-ตังอะ-สัง-คะ-หิ-ตัง

๔. พระปุคคลบัญญัติ

ฉะ ปัน-ยัด-ติ-โยขัน-ทะ-ปัน-ยัด-ติ อา-ยะ-ตะ-นะ-ปัน-ยัด-ติ ทา-ตุ-ปัน-ยัด-ติสัด-จะ-ปัน-ยัด-ติ อิน-ทริ-ยะ-ปัน-ยัด-ติ ปุก-คะ-ละ-ปัน-ยัด-ติกิด-ตา-วะ-ตา ปุก-คะ-ลา-นัง ปุก-คะ-ละ-ปัน-ยัด-ติสะ-มะ-ยะ-วิ-มุด-โต อะ-สะ-มะ-ยะ-วิ-มุด-โตกุบ-ปะ-ทำ-โม อะ-กุบ-ปะ-ทำ-โมปะ-ริ-หา-นะ-ทำ-โม อะ-ปะ-ริ-หา-นะ-ทำ-โมเจ-ตะ-นา-พับ-โพ อะ-นุ-รัก-ขะ-นา-พับ-โพปุ-ถุด-ชะ-โน โค-ตระ-พูพะ-ยู-ปะ-ระ-โต อะ-พะ-ยู-ปะ-ระ-โตพับ-พา-คะ-มะ-โน อะ-พับ-พา-คะ-มะ-โนนิ-ยะ-โต อะ-นิ-ยะ-โตปะ-ติ-ปัน-นะ-โก ผะ-เลด-ถิ-โตอะ-ระ-หา อะ-ระ-หัด-ตา-ยะ ปะ-ติ-ปัน-โน

๕. พระกถาวัตถุ

ปุก-คะ-โล อุ-ปะ-ลับ-พะ-ติ สัด-ฉิ-กัด-ถะ-ปะ-ระ-มัด-เถ-นา-ติอา-มัน-ตาโย สัด-ฉิ-กัด-โถ ปะ-ระ-มัด-โถตะ-โต โส ปุก-คะ-โล อุ-ปะ-ลับ-พะ-ติ สัด-ฉิ-กัด-ถะ-ปะ-ระ-มัด-เถ-นา-ตินะ เห-วัง วัด-ตับ-เพอา-ชา-นา-หิ นิก-คะ-หังหัน-จิ ปุก-คะ-โล อุ-ปะ-ลับ-พะ-ติ สัด-ฉิ-กัด-ถะ-ปะ-ระ-มัด-เถ-นะเต-นะ วะ-ตะ เร วัด-ตับ-เพโย สัด-ฉิ-กัด-โถ ปะ-ระ-มัด-โถตะ-โต โส ปุก-คะ-โล อุ-ปะ-ลับ-พะ-ติ สัด-ฉิ-กัด-ถะ-ปะ-ระ-มัด-เถ-นา-ติมิด-ฉา

๖. พระยมก

เย เก-จิ กุ-สะ-ลา ทำ-มา สับ-เพ เต กุ-สะ-ละ-มู-ลาเย วา ปะ-นะ กุ-สะ-ละ-มู-ลา สับ-เพ เต ทำ-มา กุ-สะ-ลาเย เก-จิ กุ-สะ-ลา ทำ-มา สับ-เพ เต กุ-สะ-ละ-มู-เล-นะ เอ-กะ-มู-ลาเย วา ปะ-นะ กุ-สะ-ละ-มู-เล-นะ เอ-กะ-มู-ลา สับ-เพ เต ทำ-มา กุ-สะ-ลา

๗. พระมหาปัฏฐาน

เห-ตุ-ปัด-จะ-โย อา-รำ-มะ-นะ-ปัด-จะ-โยอะ-ทิ-ปะ-ติ-ปัด-จะ-โย อะ-นัน-ตะ-ระ-ปัด-จะ-โยสะ-มะ-นัน-ตะ-ระ-ปัด-จะ-โย สะ-หะ-ชา-ตะ-ปัด-จะ-โยอัน-ยะ-มัน-ยะ-ปัด-จะ-โย นิด-สะ-ยะ-ปัด-จะ-โยอุ-ปะ-นิด-สะ-ยะ-ปัด-จะ-โย ปุ-เร-ชา-ตะ-ปัด-จะ-โยปัด-ฉา-ชา-ตะ-ปัด-จะ-โย อา-เส-วะ-นะ-ปัด-จะ-โยกำ-มะ-ปัด-จะ-โย วิ-ปา-กะ-ปัด-จะ-โยอา-หา-ระ-ปัด-จะ-โย อิน-ทริ-ยะ-ปัด-จะ-โยชา-นะ-ปัด-จะ-โย มัก-คะ-ปัด-จะ-โยสำ-ปะ-ยุด-ตะ-ปัด-จะ-โย วิบ-ปะ-ยุด-ตะ-ปัด-จะ-โยอัด-ถิ-ปัด-จะ-โย นัด-ถิ-ปัด-จะ-โยวิ-คะ-ตะ-ปัด-จะ-โย อะ-วิ-คะ-ตะ-ปัด-จะ-โย

คำแปล

๑. พระสังคิณี — การจัดธรรมเป็นหมวด

ธรรมที่เป็นกุศล ธรรมที่เป็นอกุศล ธรรมที่เป็นอัพยากฤต (ไม่เป็นทั้งกุศลและอกุศล)ธรรมที่เป็นกุศลเป็นอย่างไรในสมัยใด จิตที่เป็นกุศลระดับกามาวจรเกิดขึ้นเป็นจิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัส ประกอบด้วยปัญญามีรูป เสียง กลิ่น รส สิ่งที่กายสัมผัส หรือธรรมารมณ์ คือสิ่งที่ใจรับรู้ เป็นอารมณ์หรือปรารภอารมณ์ใด ๆ ก็ตามในสมัยนั้น ผัสสะย่อมมี ... ความไม่ฟุ้งซ่านย่อมมีหรือแม้นามธรรมอื่นใดที่อาศัยกันเกิดขึ้น มีอยู่ในสมัยนั้นธรรมเหล่านี้ชื่อว่าเป็นกุศล

๒. พระวิภังค์ — การจำแนกขันธ์ ๕

ขันธ์ ๕ คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ในขันธ์ ๕ นั้น รูปขันธ์เป็นอย่างไรรูปใดก็ตาม ที่เป็นอดีต อนาคต หรือปัจจุบันเป็นภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียดเลวหรือประณีต อยู่ไกลหรืออยู่ใกล้ประมวลย่อรวมเข้าเป็นกองเดียวกันนี้เรียกว่ารูปขันธ์

๓. พระธาตุกถา — การสงเคราะห์ธรรม

การสงเคราะห์ได้ การสงเคราะห์ไม่ได้ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ได้ธรรมที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้ธรรมที่สงเคราะห์ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ได้ธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยธรรมที่สงเคราะห์ไม่ได้การประกอบกันได้ การประกอบกันไม่ได้ธรรมที่ประกอบไม่ได้ด้วยธรรมที่ประกอบได้ธรรมที่ประกอบได้ด้วยธรรมที่ประกอบไม่ได้... ที่สงเคราะห์ไม่ได้ (คำท้ายของแม่บท บทสวดข้ามหัวข้อช่วงกลางไป)

๔. พระปุคคลบัญญัติ — การบัญญัติบุคคล

บัญญัติมี ๖ อย่าง คือขันธบัญญัติ อายตนบัญญัติ ธาตุบัญญัติสัจจบัญญัติ อินทริยบัญญัติ และปุคคลบัญญัติการบัญญัติบุคคลทั้งหลายมีเพียงใดผู้หลุดพ้นเป็นครั้งคราว ผู้หลุดพ้นโดยไม่ขึ้นกับคราวผู้มีสมาบัติที่กำเริบได้ ผู้มีสมาบัติที่ไม่กำเริบผู้มีธรรมที่เสื่อมได้ ผู้มีธรรมที่ไม่เสื่อมผู้ที่ไม่เสื่อมหากหมั่นตั้งใจ ผู้ที่ไม่เสื่อมหากคอยรักษาปุถุชน ผู้อยู่ในขณะข้ามโคตรปุถุชน (โคตรภู)ผู้งดเว้นความชั่วเพราะกลัว ผู้งดเว้นโดยไม่ต้องอาศัยความกลัวผู้ควรแก่การบรรลุธรรม ผู้ไม่ควรแก่การบรรลุธรรมผู้แน่นอน ผู้ไม่แน่นอนผู้กำลังปฏิบัติอยู่ในมรรค ผู้ตั้งอยู่ในผลพระอรหันต์ และผู้ปฏิบัติเพื่อความเป็นพระอรหันต์

๕. พระกถาวัตถุ — ถามตอบชี้ความเห็นผิด

ฝ่ายถาม: บุคคลมีอยู่ ค้นพบได้จริงโดยความหมายสูงสุด (ปรมัตถ์) ใช่หรือไม่ฝ่ายตอบ: ใช่ฝ่ายถาม: บุคคลค้นพบได้โดยปรมัตถ์ อย่างเดียวกับที่สภาวะอันจริงแท้สูงสุดทั้งหลายค้นพบได้ ใช่หรือไม่ฝ่ายตอบ: ไม่ควรกล่าวอย่างนั้นฝ่ายถาม: ท่านจงยอมรับว่าถูกข่มด้วยเหตุผลแล้วถ้าบุคคลค้นพบได้จริงโดยปรมัตถ์ท่านก็ต้องกล่าวว่า บุคคลค้นพบได้อย่างเดียวกับสภาวะอันจริงแท้สูงสุดทั้งหลายดังนั้นคำตอบของท่านจึงผิด

๖. พระยมก — คำถามเป็นคู่

ธรรมเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลมูล (รากของกุศล) หรือหรือว่าธรรมเหล่าใดเป็นกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศลธรรมเหล่าใดเป็นกุศล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลร่วมกันกับกุศลมูลหรือหรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลร่วมกันกับกุศลมูล ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล

๗. พระมหาปัฏฐาน — ปัจจัย ๒๔

เหตุปัจจัย (เป็นปัจจัยโดยเป็นราก) อารัมมณปัจจัย (โดยเป็นอารมณ์)อธิปติปัจจัย (โดยเป็นใหญ่) อนันตรปัจจัย (โดยต่อเนื่องไม่มีระหว่างคั่น)สมนันตรปัจจัย (โดยต่อเนื่องทันที) สหชาตปัจจัย (โดยเกิดพร้อมกัน)อัญญมัญญปัจจัย (โดยค้ำจุนกันและกัน) นิสสยปัจจัย (โดยเป็นที่อาศัย)อุปนิสสยปัจจัย (โดยเป็นที่อาศัยอย่างมีกำลัง) ปุเรชาตปัจจัย (โดยเกิดก่อน)ปัจฉาชาตปัจจัย (โดยเกิดภายหลัง) อาเสวนปัจจัย (โดยการเสพซ้ำ)กัมมปัจจัย (โดยเป็นกรรม) วิปากปัจจัย (โดยเป็นวิบาก)อาหารปัจจัย (โดยเป็นอาหาร) อินทริยปัจจัย (โดยเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน)ฌานปัจจัย (โดยเป็นองค์ฌาน) มัคคปัจจัย (โดยเป็นองค์มรรค)สัมปยุตตปัจจัย (โดยประกอบร่วมกัน) วิปปยุตตปัจจัย (โดยไม่ประกอบร่วมกัน)อัตถิปัจจัย (โดยมีอยู่) นัตถิปัจจัย (โดยดับไปเพื่อเปิดโอกาส)วิคตปัจจัย (โดยปราศไป) อวิคตปัจจัย (โดยยังไม่ปราศไป)

ความหมายของพระอภิธรรม

พระอภิธรรมคืออะไร

อภิธรรม แปลว่า ธรรมอันยิ่ง เป็นหมวดที่สามของพระไตรปิฎก ต่อจากพระวินัยและพระสูตร พระสูตรสอนด้วยภาษาที่พูดถึงคนและเหตุการณ์ ส่วนพระอภิธรรมอธิบายชีวิตด้วยสภาวธรรมล้วน ๆ เช่น จิต เจตสิก และรูป ซึ่งเกิดดับไปตามเหตุปัจจัย โดยไม่มีตัวตนให้ยึดถือ พระอภิธรรมปิฎกมี ๗ คัมภีร์ อยู่ในพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทยเล่ม ๓๔ ถึง ๔๕ คนไทยจำชื่อย่อทั้งเจ็ดว่า สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ

บทสวดในงานศพสวดอะไรบ้าง

บทที่พระสวดในงานศพไม่ใช่พระอภิธรรมทั้งปิฎก แต่เป็นตอนต้นของแต่ละคัมภีร์ คัมภีร์ละหนึ่งตอน เรียงตามลำดับดังนี้

  • พระสังคิณี (ธัมมสังคณี) — จัดธรรมทั้งปวงเป็นหมวดหมู่ บทสวดเริ่มจากการแบ่งธรรมเป็นกุศล อกุศล และอัพยากฤต แล้วยกจิตที่เป็นกุศลดวงแรกเป็นตัวอย่าง
  • พระวิภังค์ — แยกแยะหมวดธรรมทีละเรื่อง บทสวดคือตอนต้นของขันธวิภังค์ ว่าด้วยขันธ์ ๕ และลักษณะของรูปขันธ์
  • พระธาตุกถา — จัดธรรมเข้าในขันธ์ อายตนะ และธาตุ ว่าสงเคราะห์เข้ากันได้หรือไม่ บทสวดคือหัวข้อแม่บทของคัมภีร์แบบย่อ
  • พระปุคคลบัญญัติ — ว่าด้วยบัญญัติ ๖ และการเรียกบุคคลประเภทต่าง ๆ บทสวดยกชื่อบัญญัติ ๖ และรายชื่อบุคคลช่วงต้นกับคู่สุดท้าย
  • พระกถาวัตถุ — รวมการถามตอบเพื่อชี้ความเห็นที่คลาดเคลื่อน บทสวดคือคำถามแรกของคัมภีร์ ว่าบุคคลมีอยู่จริงโดยปรมัตถ์หรือไม่ แล้วจบด้วยคำว่า มิจฉา คือความเห็นนั้นผิด
  • พระยมก — ตั้งคำถามเป็นคู่ ถามไปแล้วถามย้อนกลับ บทสวดคือคำถามสองคู่แรกเรื่องกุศลกับกุศลมูล
  • พระมหาปัฏฐาน — ว่าด้วยปัจจัย ๒๔ ที่ทำให้ธรรมทั้งหลายอาศัยกันเกิดขึ้น บทสวดคือชื่อปัจจัยทั้ง ๒๔

สังเกตว่าทั้งเจ็ดตอนไม่มีชื่อบุคคลหรือเรื่องเล่าเลย มีแต่ธรรมกับเหตุปัจจัย เนื้อหาจึงชวนผู้ฟังให้เห็นว่า สิ่งที่เราเรียกว่าคนคือขันธ์ที่เกิดดับไปตามเหตุ

ทำไมจึงสวดพระอภิธรรมในงานศพ

อรรถกถาของคัมภีร์ธัมมสังคณี (อัฏฐสาลินี) เล่าว่า พระพุทธเจ้าประทับบนแท่นบัณฑุกัมพลศิลา ใต้ต้นปาริฉัตตกะ ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แล้วทรงแสดงพระอภิธรรมแก่เทวดาทั้งหลาย โดยมีพระพุทธมารดาเป็นประธาน ต่อเนื่องสามเดือน เรื่องนี้มาจากอรรถกถา ไม่ได้อยู่ในตัวพระไตรปิฎก

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ในสาส์นสมเด็จว่า เพราะการแสดงพระธรรม ๗ คัมภีร์มีมูลมาจากเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงสนองพระคุณพระพุทธมารดา คนทั้งหลายจึงถือว่าการสวดคัมภีร์ทั้งเจ็ดเป็นการบำเพ็ญกุศลด้วยความกตัญญู เมื่อญาติสิ้นชีวิตจึงนิมนต์พระมาสวด ในสาส์นสมเด็จยังอธิบายไว้ด้วยว่า คำว่า สดับปกรณ์ ที่ใช้ในงานศพเจ้านาย มาจากคำบาลีว่า สัตตัปปะกะระณะ แปลว่าคัมภีร์ทั้งเจ็ด

บทสวดย่อจากคัมภีร์อย่างไร

ทั้งเจ็ดตอนเป็นบทย่อ พระสวดเฉพาะส่วนที่เป็นเครื่องหมายของคัมภีร์นั้น ไม่ได้สวดครบตามต้นฉบับ

  • พระสังคิณี — ในคัมภีร์ ชื่อธรรมที่เกิดร่วมกับกุศลจิตดวงนี้มีรวม ๕๖ รายการ เริ่มที่ ผัสโส โหติ บทสวดยกมาเพียงรายการแรกคือผัสสะ และรายการสุดท้ายคือ อะวิกเขโป (ความไม่ฟุ้งซ่าน)
  • พระธาตุกถา — หัวข้อแม่บทชุดแรกของคัมภีร์ (นยมาติกา) มี ๑๔ ข้อ บทสวดว่าถึงข้อที่ ๘ แล้วจบด้วยคำท้ายของข้อสุดท้าย คือ อะสังคะหิตัง
  • พระปุคคลบัญญัติ — บทสวดไล่ชื่อบุคคลถึง ผะเลฏฐิโต แล้วข้ามรายชื่อช่วงกลางไปจบที่คู่สุดท้าย คือ อะระหา อะระหัตตายะ ปะฏิปันโน
  • พระกถาวัตถุ — บทสวดตัดคำโต้แย้งช่วงท้ายออก แล้วจบด้วยคำตัดสินว่า มิจฉา
  • พระยมก — ยกมาเพียงสองคู่แรก จากคำถามเป็นคู่อีกจำนวนมากในคัมภีร์
  • พระมหาปัฏฐาน — ว่าชื่อปัจจัยครบทั้ง ๒๔ ตามบทตั้งต้นของคัมภีร์

ข้อสังเกตเรื่องตัวบท

หน้านี้ใช้ตัวบทตามหนังสือสวดมนต์ไทย ซึ่งตรงกันทุกฉบับที่ตรวจ มีบางคำที่ต่างจากพระไตรปิฎกบาลีเล็กน้อย โดยความหมายไม่เปลี่ยน

  • ยัง ทูเร วา สันติเก วา — พระไตรปิฎกบาลีเป็น ยัง ทูเร สันติเก วา มีคำว่า วา เพียงแห่งเดียว
  • สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะ — พระไตรปิฎกบาลีฉบับสยามรัฐสะกดด้วย ฏฐ เป็น สัจฉิกัฏฐะปะระมัฏเฐนะ
  • อะระหัตตายะ ปะฏิปันโน — ฉบับสยามรัฐเป็น อะระหัตตะผะละสัจฉิกิริยายะ ปะฏิปันโน แปลว่าผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอรหัตตผล ส่วนรูปสั้นที่บทสวดใช้ตรงกับฉบับบาลีของศรีลังกา
  • หนังสือบางเล่มพิมพ์พินทุใต้ตัวอักษร เช่น อัพ๎ยากะตา ตัส๎มิง หน้านี้เขียนแบบไม่มีพินทุ อ่านออกเสียงตามคำอ่านด้านบนได้เลย

ฟังพระสวดอย่างไรให้ได้ประโยชน์

พระมักสวดเป็นทำนอง เช่น ทำนองสังโยคหรือทำนองมคธ เสียงจึงลากยาวและเว้นจังหวะ ไม่เร็วเหมือนสวดมนต์ทั่วไป ถ้าถือบทตามแล้วหลงบรรทัด ให้จับคำขึ้นต้นของแต่ละคัมภีร์ ได้แก่ กุสะลา ธัมมา ปัญจักขันธา สังคะโห ฉะ ปัญญัตติโย ปุคคะโล เย เกจิ และ เหตุปัจจะโย

ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำ ญาติและแขกเพียงนั่งสงบ ประนมมือ ตั้งใจฟัง และระลึกถึงความดีของผู้ล่วงลับ เมื่อพระสวดจบและอนุโมทนา จึงตั้งใจอุทิศส่วนกุศลด้วยบทกรวดน้ำ

ลำดับพิธีงานสวดพระอภิธรรมแต่ละคืน

  1. เจ้าภาพเตรียมงานก่อนพระมาถึง

    ติดต่อวัดเพื่อนัดเวลาและจำนวนพระ จัดอาสน์สงฆ์และโต๊ะหมู่บูชา เตรียมไทยธรรมหรือซองปัจจัยตามจำนวนพระ ถ้าจะทอดผ้าบังสุกุลหลังสวด ให้เตรียมผ้าและภูษาโยงไว้ด้วย

  2. พระสงฆ์ขึ้นนั่งอาสน์ เจ้าภาพจุดธูปเทียน

    เจ้าภาพหรือประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยที่โต๊ะหมู่บูชาก่อน แล้วจุดธูปเทียนที่หน้าศพตามที่จัดไว้

  3. อาราธนาศีลและรับศีล

    งานส่วนใหญ่มีการอาราธนาศีลก่อนพระเริ่มสวด ผู้นำกล่าวคำอาราธนาศีล พระให้ศีล ผู้ร่วมงานรับศีลพร้อมกัน

  4. พระสวดพระอภิธรรม

    พระตั้งนะโม ๓ จบ แล้วสวดทั้งเจ็ดคัมภีร์ตามบทด้านบน ระหว่างนี้ญาติและแขกนั่งสงบ ประนมมือ ไม่สนทนาและไม่ใช้โทรศัพท์

  5. ถวายไทยธรรม

    เมื่อพระสวดจบ เจ้าภาพหรือแขกที่ได้รับเชิญถวายไทยธรรมแด่พระ บางงานทอดผ้าบังสุกุลในช่วงนี้ แล้วพระชักผ้าพร้อมว่าบท อะนิจจา วะตะ สังขารา ซึ่งมีหน้าบังสุกุลอธิบายไว้แยกต่างหาก

  6. พระอนุโมทนา ญาติกรวดน้ำ

    ขณะพระสวดอนุโมทนา ให้กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้ล่วงลับ ใช้บทกรวดน้ำได้ ถ้าอยากอุทิศให้กว้างขึ้น สวดบทอิมินาหรือสัพพปัตติทานคาถาต่อได้

  7. กราบพระ เสร็จพิธีของคืนนั้น

    เจ้าภาพกราบพระแล้วส่งพระกลับ คืนต่อไปทำตามลำดับเดิมจนครบจำนวนคืนที่กำหนด

ควรสวดตอนไหน

พระสวดบทนี้ในงานบำเพ็ญกุศลช่วงที่ตั้งศพไว้ ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า งานสวดพระอภิธรรม หรือ งานสวดหน้าศพ นิยมสวดตอนค่ำ ตามจำนวนคืนที่เจ้าภาพกำหนดกับวัด

บทนี้พระเป็นผู้สวด ญาติโยมไม่ต้องสวดตาม เมื่อถึงวันทำบุญอุทิศหรือวันฌาปนกิจ พระมักสวดบทมาติกาแล้วชักผ้าบังสุกุล ทั้งสองเรื่องมีหน้าบทสวดมาติกาและหน้าบังสุกุลอธิบายไว้แยกต่างหากในเว็บนี้

ความถี่ที่แนะนำ

สวดทุกคืนตลอดช่วงที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล จำนวนคืนและจำนวนจบในแต่ละคืนแล้วแต่เจ้าภาพตกลงกับวัด

คำถามที่พบบ่อย

สวดพระอภิธรรม แปลว่าอะไร

อภิธรรม แปลว่า ธรรมอันยิ่ง เป็นหมวดที่สามของพระไตรปิฎก การสวดพระอภิธรรมในงานศพคือการที่พระสวดตอนต้นของคัมภีร์ทั้ง ๗ ในพระอภิธรรมปิฎก ซึ่งว่าด้วยสภาวธรรมที่เกิดดับไปตามเหตุปัจจัย

พระอภิธรรม 7 คัมภีร์ มีอะไรบ้าง

ได้แก่ สังคิณี (ธัมมสังคณี) วิภังค์ ธาตุกถา ปุคคลบัญญัติ กถาวัตถุ ยมก และปัฏฐาน คนไทยจำชื่อย่อว่า สัง วิ ธา ปุ กะ ยะ ปะ บทสวดในงานศพยกตอนต้นของแต่ละคัมภีร์มาเรียงต่อกัน

สวดพระอภิธรรมกี่คืน

ไม่มีข้อกำหนดตายตัว จำนวนคืนแล้วแต่เจ้าภาพตกลงกับวัด หลายงานสวด ๓ คืน ๕ คืน หรือ ๗ คืน และบางงานตั้งศพบำเพ็ญกุศลนานกว่านั้น

สวดพระอภิธรรม ต้องนิมนต์พระกี่รูป

ที่นิยมคือ ๔ รูป สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าว่า ถ้าทำเต็มรูปแบบจะตั้งเตียงนิมนต์พระ ๔ รูปมาสวด ถ้าทำโดยย่อจะนิมนต์พระที่มาชักบังสุกุลให้สวดด้วย จำนวนจริงจึงแล้วแต่เจ้าภาพและวัด

ญาติต้องทำอะไรระหว่างพระสวด

ญาติและแขกไม่ต้องสวดตาม เพียงนั่งสงบ ประนมมือ และตั้งใจฟัง ก่อนพระสวด เจ้าภาพจุดธูปเทียนและนำรับศีล หลังพระสวดจบจึงถวายไทยธรรม และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลขณะพระอนุโมทนา

ทำไมงานศพต้องสวดพระอภิธรรม

อรรถกถาเล่าว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ คนไทยจึงถือว่าการสวดพระอภิธรรมเป็นการบำเพ็ญกุศลด้วยความกตัญญูต่อผู้ล่วงลับ เรื่องนี้มาจากอรรถกถา ไม่ได้อยู่ในตัวพระไตรปิฎก ส่วนเนื้อหาของบทเองก็เตือนผู้ฟังให้เห็นความไม่เที่ยงของชีวิต

สวดพระอภิธรรมกับสวดมาติกาต่างกันอย่างไร

สวดพระอภิธรรมคือการสวดตอนต้นของคัมภีร์ทั้ง ๗ นิยมสวดในคืนที่ตั้งศพ ส่วนสวดมาติกาคือการสวดแม่บทของคัมภีร์ธัมมสังคณีครบ ๒๒ หมวด บางฉบับต่อด้วยวิปัสสนาภูมิปาฐะหรือปัจจัย ๒๔ นิยมสวดในงานทำบุญอุทิศหรือก่อนฌาปนกิจ แล้วตามด้วยการชักผ้าบังสุกุล

เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ติดต่อวัดเพื่อนัดวันเวลาและจำนวนพระ เตรียมโต๊ะหมู่บูชา ธูปเทียน เครื่องดื่มรับรองพระ และไทยธรรมหรือซองปัจจัยตามจำนวนพระ ถ้าจะทอดผ้าบังสุกุลหลังสวด ให้เตรียมผ้าบังสุกุลและภูษาโยงไว้ด้วย

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทเทียบจากสี่แหล่งที่ตรงกันทุกคำ ได้แก่ หนังสือมนต์พิธี ฉบับสำนักเรียนวัดราษฎร์บำรุง จังหวัดชลบุรี ของพระครูสมุห์เอี่ยม สิริวณฺโณ หนังสือบทสวดอภิธรรมและมาติกาบังสุกุลของวัดจากแดง (พ.ศ. 2561) เว็บไซต์วัดป่ามหาชัย และเว็บไซต์วัดพิชโสภาราม ตรวจทุกตอนกับพระไตรปิฎกบาลีฉบับสยามรัฐ (เล่ม ๓๔ ๓๕ ๓๖ ๓๗ ๓๘ และ ๔๐) และฉบับฉัฏฐสังคายนา และตรงกับบทสวดสังคายนาในหนังสือ A Chanting Guide ซึ่งอิงหนังสือสวดมนต์ฉบับหลวง เรื่องพระพุทธเจ้าแสดงพระอภิธรรมในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อ้างนิทานกถาในอรรถกถาธัมมสังคณี (อัฏฐสาลินี) คำอธิบายเรื่องสดับปกรณ์และการนิมนต์พระ ๔ รูป อ้างพระอธิบายของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพในสาส์นสมเด็จ ตามที่นิตยสารศิลปวัฒนธรรมยกมาจากหนังสือธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย ของนนทพร อยู่มั่งมี

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด