โพชฌังคปริตร (บทสวดโพชฌงค์ ๗)

บทสวดโพชฌังคปริตรฉบับเต็ม พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล ความหมายโพชฌงค์ 7 ที่มาจากคิลานสูตรในพระไตรปิฎก และวิธีสวดให้ผู้ป่วยอย่างเข้าใจ

พระปริตร 3 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดโพชฌังคปริตร

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

(หันทะ มะยัง โพชฌังคะปะริตตัง ภะณามะ เส)

โพชฌังโค สะติสังขาโตธัมมานัง วิจะโย ตะถาวิริยัมปีติปัสสัทธิโพชฌังคา จะ ตะถาปะเรสะมาธุเปกขะโพชฌังคาสัตเตเต สัพพะทัสสินามุนินา สัมมะทักขาตาภาวิตา พะหุลีกะตาสังวัตตันติ อะภิญญายะนิพพานายะ จะ โพธิยาเอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต โหตุ สัพพะทา ฯ

เอกัสมิง สะมะเย นาโถโมคคัลลานัญจะ กัสสะปังคิลาเน ทุกขิเต ทิสวาโพชฌังเค สัตตะ เทสะยิเต จะ ตัง อะภินันทิตวาโรคา มุจจิงสุ ตังขะเณเอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต โหตุ สัพพะทา ฯ

เอกะทา ธัมมะราชาปิเคลัญเญนาภิปีฬิโตจุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะภะณาเปตวานะ สาทะรังสัมโมทิตวา จะ อาพาธาตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโสเอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต โหตุ สัพพะทา ฯ

ปะหีนา เต จะ อาพาธาติณณันนัมปิ มะเหสินังมัคคาหะตะกิเลสา วะปัตตานุปปัตติธัมมะตังเอเตนะ สัจจะวัชเชนะโสตถิ เต โหตุ สัพพะทา ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(หัน-ทะ มะ-ยัง โพด-ชัง-คะ-ปะ-ริด-ตัง พะ-นา-มะ เส)

โพด-ชัง-โค สะ-ติ-สัง-ขา-โตทำ-มา-นัง วิ-จะ-โย ตะ-ถาวิ-ริ-ยำ-ปี-ติ-ปัด-สัด-ทิโพด-ชัง-คา จะ ตะ-ถา-ปะ-เรสะ-มา-ทุ-เปก-ขะ-โพด-ชัง-คาสัด-เต-เต สับ-พะ-ทัด-สิ-นามุ-นิ-นา สำ-มะ-ทัก-ขา-ตาพา-วิ-ตา พะ-หุ-ลี-กะ-ตาสัง-วัด-ตัน-ติ อะ-พิน-ยา-ยะนิบ-พา-นา-ยะ จะ โพ-ทิ-ยาเอ-เต-นะ สัด-จะ-วัด-เช-นะโสด-ถิ เต โห-ตุ สับ-พะ-ทา

เอ-กัด-สะ-หมิง สะ-มะ-เย นา-โถโมก-คัน-ลา-นัน-จะ กัด-สะ-ปังคิ-ลา-เน ทุก-ขิ-เต ทิด-สะ-วาโพด-ชัง-เค สัด-ตะ เท-สะ-ยิเต จะ ตัง อะ-พิ-นัน-ทิด-ตะ-วาโร-คา มุด-จิง-สุ ตัง-ขะ-เนเอ-เต-นะ สัด-จะ-วัด-เช-นะโสด-ถิ เต โห-ตุ สับ-พะ-ทา

เอ-กะ-ทา ทำ-มะ-รา-ชา-ปิเค-ลัน-เย-นา-พิ-ปี-ลิ-โตจุน-ทัด-เถ-เร-นะ ตัน-เย-วะพะ-นา-เป-ตะ-วา-นะ สา-ทะ-รังสำ-โม-ทิด-ตะ-วา จะ อา-พา-ทาตำ-หา วุด-ถา-สิ ถา-นะ-โสเอ-เต-นะ สัด-จะ-วัด-เช-นะโสด-ถิ เต โห-ตุ สับ-พะ-ทา

ปะ-ฮี-นา เต จะ อา-พา-ทาติน-นัน-นำ-ปิ มะ-เห-สิ-นังมัก-คา-หะ-ตะ-กิ-เล-สา วะปัด-ตา-นุบ-ปัด-ติ-ทำ-มะ-ตังเอ-เต-นะ สัด-จะ-วัด-เช-นะโสด-ถิ เต โห-ตุ สับ-พะ-ทา

คำแปล

(เชิญเถิด มาสวดโพชฌังคปริตรกัน)

บทที่ ๑ — โพชฌงค์ ๗

โพชฌงค์ คือองค์แห่งการตรัสรู้ ได้แก่ สติ ธัมมวิจยะ (การเลือกเฟ้นธรรม)วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ และอุเบกขาธรรมเจ็ดประการนี้ พระมุนีผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวงตรัสไว้ชอบแล้วเมื่อบุคคลเจริญและทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อพระนิพพาน และเพื่อความตรัสรู้ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านตลอดกาลทุกเมื่อ

บทที่ ๒ — พระโมคคัลลานะและพระมหากัสสปะ

สมัยหนึ่ง พระผู้เป็นที่พึ่งทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะและพระมหากัสสปะอาพาธได้รับทุกขเวทนา จึงทรงแสดงโพชฌงค์เจ็ดประการแก่ท่านทั้งสองเมื่อท่านทั้งสองชื่นชมยินดีในธรรมนั้น ก็หายจากโรคในขณะนั้นด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านตลอดกาลทุกเมื่อ

บทที่ ๓ — พระพุทธเจ้าทรงหายประชวร

ครั้งหนึ่ง แม้พระธรรมราชาเองก็ทรงประชวรหนักรับสั่งให้พระจุนทเถระกล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นเองถวายโดยเคารพทรงบันเทิงพระทัย แล้วหายจากพระอาการประชวรนั้นโดยพลันด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านตลอดกาลทุกเมื่อ

บทที่ ๔ — บทสรุป

อาพาธของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้งสามพระองค์นั้น หายไปแล้วไม่กลับมาอีกเปรียบดังกิเลสที่ถูกอริยมรรคกำจัดแล้ว ย่อมไม่เกิดขึ้นอีกเป็นธรรมดาด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านตลอดกาลทุกเมื่อ

ความหมายของโพชฌังคปริตร

โพชฌังคปริตรเป็นบทที่คนไทยนิยมสวดให้ผู้ป่วยมากที่สุด เนื้อหาคือการกล่าวถึงโพชฌงค์ 7 แล้วอ้างเหตุการณ์ในพระไตรปิฎกสามครั้ง ที่ผู้ป่วยหนักหายจากอาพาธหลังได้ฟังธรรมหมวดนี้ ทุกคาถาลงท้ายด้วยคำสัตย์เดียวกัน ขอให้ผู้ฟังมีความสวัสดีทุกเมื่อ

โพชฌงค์ 7 คืออะไร

โพชฌงค์ แปลว่า องค์แห่งการตรัสรู้ คือธรรมเจ็ดประการที่เมื่อเจริญให้มากแล้ว นำไปสู่การรู้แจ้ง

  1. สติ — ความระลึกรู้ ไม่เผลอ
  2. ธัมมวิจยะ — การพิจารณาเลือกเฟ้นธรรม แยกแยะว่าสิ่งใดเป็นกุศล สิ่งใดเป็นอกุศล
  3. วิริยะ — ความเพียร
  4. ปีติ — ความอิ่มใจ
  5. ปัสสัทธิ — ความสงบระงับกายและใจ
  6. สมาธิ — ความตั้งมั่นของจิต
  7. อุเบกขา — ความวางใจเป็นกลาง

คาถาแรกของบทสวดเรียกชื่อธรรมทั้งเจ็ดตามลำดับนี้ ตั้งแต่ โพชฌังโค สะติสังขาโต จนถึง สะมาธุเปกขะโพชฌังคา

ที่มาในพระไตรปิฎก: คิลานสูตร 3 สูตร

เรื่องที่บทสวดอ้างถึงมาจากพระสูตรสามสูตรที่อยู่ติดกัน คือคิลานสูตรที่ 1–3 ในโพชฌงคสังยุต สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (พระไตรปิฎกเล่ม 19) ทั้งสามเรื่องเกิดขณะพระพุทธเจ้าประทับที่พระวิหารเวฬุวัน ใกล้กรุงราชคฤห์

  • คิลานสูตรที่ 1 — พระมหากัสสปะอาพาธหนักอยู่ที่ถ้ำปิปผลิ พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากที่หลีกเร้นในเวลาเย็นไปเยี่ยม ตรัสถามอาการ แล้วตรัสโพชฌงค์ 7 พระมหากัสสปะชื่นชมพระภาษิต และหายจากอาพาธนั้น
  • คิลานสูตรที่ 2 — พระมหาโมคคัลลานะอาพาธหนักอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ พระพุทธเจ้าเสด็จไปเยี่ยมและตรัสโพชฌงค์ 7 เช่นเดียวกัน พระมหาโมคคัลลานะก็หายจากอาพาธ
  • คิลานสูตรที่ 3 — คราวนี้พระพุทธเจ้าเองทรงประชวรหนัก พระมหาจุนทะเข้าไปเฝ้า พระองค์ตรัสให้ท่านกล่าวโพชฌงค์ เมื่อท่านกล่าวจบ พระศาสดาทรงพอพระทัย และทรงหายจากประชวรนั้น

ในพระไตรปิฎก เรื่องพระมหากัสสปะกับเรื่องพระมหาโมคคัลลานะเป็นสองเหตุการณ์ที่เกิดต่างสถานที่กัน แต่บทสวดรวมไว้ในคาถาเดียว (คาถาที่ 2) พระสูตรเล่าว่าพระเถระ ชื่นชมพระภาษิต และพระศาสดา ทรงพอพระทัย ก่อนจะหายจากอาพาธ บทสวดจึงใช้คำว่า อะภินันทิตวา และ สัมโมทิตวา ซึ่งแปลว่า ชื่นชมยินดีแล้ว ตามเรื่องเดิม

ใครแต่งบทโพชฌังคปริตร

ถ้อยคำของคาถาที่สวดกันไม่ได้อยู่ในพระไตรปิฎกโดยตรง เป็นคาถาที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นภายหลัง โดยสรุปเรื่องจากคิลานสูตรทั้งสามสูตร แล้วลงท้ายแต่ละคาถาด้วยคำสัตย์ ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง ในหนังสือมหาปริตรของศรีลังกา คาถานี้อยู่ในหมวดบทสวดเพิ่มเติม ส่วนพระสูตรเต็มทั้งสามสูตรอยู่ในหมวดพระสูตรหลักและสวดกันด้วย ในเมืองไทย โพชฌังคปริตรเป็นบทที่ 10 ของสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) สวดต่อจากอังคุลิมาลปริตร และก่อนอภยปริตร จึงไม่ได้อยู่ในชุดเจ็ดตำนาน

ความหมายทีละคาถา

  • คาถาที่ 1 — ประกาศว่าโพชฌงค์ 7 เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ชอบแล้ว เมื่อเจริญให้มากย่อมนำไปสู่ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และพระนิพพาน ตรงกับถ้อยคำในพระสูตร
  • คาถาที่ 2 — เล่าเรื่องพระโมคคัลลานะและพระมหากัสสปะ ผู้หายจากโรคหลังได้ฟังโพชฌงค์
  • คาถาที่ 3 — เล่าเรื่องพระพุทธเจ้าทรงหายประชวรเมื่อพระจุนทะกล่าวโพชฌงค์ถวาย
  • คาถาที่ 4 — สรุปว่าอาพาธของท่านทั้งสามหายไปไม่กลับมาอีก เหมือนกิเลสที่อริยมรรคละได้แล้วย่อมไม่เกิดขึ้นอีก

ทุกคาถาลงท้ายว่า เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา แปลว่า "ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทุกเมื่อ" การอ้างความจริงเพื่อขอให้เกิดสิ่งดีงามเช่นนี้เรียกว่า สัจจกิริยา และคำว่า เต แปลว่า "แก่ท่าน" บทนี้จึงเป็นบทที่สวดให้ผู้อื่นโดยตรง

ทำไมฟังโพชฌงค์แล้วหายป่วย

พระสูตรบันทึกว่าท่านทั้งสามหายจากอาพาธ แต่ไม่ได้อธิบายกลไก จุดที่ควรสังเกตคือในทุกเรื่อง ผู้ป่วย ฟังแล้วเข้าใจและชื่นชมยินดีในธรรม ไม่ใช่เพียงได้ยินเสียงสวด ในทางปฏิบัติ ปีติและปัสสัทธิที่เกิดจากใจที่สงบ ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ทุรนทุราย พักผ่อนได้ดีขึ้น และช่วยประคองใจทั้งผู้ป่วยและญาติ

พระสูตรเล่าเหตุการณ์ที่เกิดกับท่านทั้งสาม ไม่ได้รับรองว่าใครสวดหรือฟังแล้วจะหายป่วยทุกครั้ง ความเชื่อว่าสวดแล้วหายป่วยแน่นอนเป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมา บทสวดนี้ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษาทางการแพทย์ ควรสวดควบคู่ไปกับการรักษาของแพทย์เสมอ ในฐานะเครื่องประคองใจ

บทขัดโพชฌังคปริตร

บทขัด (บทนำก่อนสวดโพชฌังคปริตร)

บทขัดคือบทนำที่พระสงฆ์สวดก่อนเข้าตัวบท เมื่อเจริญพระพุทธมนต์สิบสองตำนาน ตัวบทนี้ตามเอกสารบทสวดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งตรงกับฉบับบาลีของศรีลังกาเกือบทุกคำ หนังสือบางเล่มพิมพ์ต่างกันเล็กน้อย เช่น มาระเสนัปปะมัททิโน เยปิเม หรือ โพชฌังคันตัมภะณามะ เห ความหมายเหมือนกัน ถ้าสวดเองที่บ้าน จะสวดบทขัดก่อนหรือเริ่มที่ตัวบทเลยก็ได้

สังสาเร สังสะรันตานังสัพพะทุกขะวินาสะเนสัตตะ ธัมเม จะ โพชฌังเคมาระเสนาปะมัททะเนพุชฌิตวา เย จิเม สัตตาติภะวา มุตตะกุตตะมาอะชาติมะชะราพยาธิงอะมะตัง นิพภะยัง คะตาเอวะมาทิคุณูเปตังอะเนกะคุณะสังคะหังโอสะถัญจะ อิมัง มันตังโพชฌังคัง ตัง ภะณามะ เห ฯ

คำอ่าน

สัง-สา-เร สัง-สะ-รัน-ตา-นังสับ-พะ-ทุก-ขะ-วิ-นา-สะ-เนสัด-ตะ ทำ-เม จะ โพด-ชัง-เคมา-ระ-เส-นา-ปะ-มัด-ทะ-เนพุด-ชิ-ตะ-วา เย จิ-เม สัด-ตาติ-พะ-วา มุด-ตะ-กุด-ตะ-มาอะ-ชา-ติ-มะ-ชะ-รา-พะ-ยา-ทิงอะ-มะ-ตัง นิบ-พะ-ยัง คะ-ตาเอ-วะ-มา-ทิ-คุ-นู-เป-ตังอะ-เน-กะ-คุ-นะ-สัง-คะ-หังโอ-สะ-ถัน-จะ อิ-มัง มัน-ตังโพด-ชัง-คัง ตัง พะ-นา-มะ เห

คำแปล

โพชฌงค์เจ็ดประการ เป็นธรรมที่ทำลายทุกข์ทั้งปวงของสัตว์ผู้เวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏและย่ำยีกองทัพมารสัตว์ผู้ประเสริฐเหล่าใดรู้แจ้งธรรมเจ็ดประการนี้ ย่อมพ้นจากภพทั้งสามถึงพระนิพพานอันไม่มีการเกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย และไม่มีภัยเราทั้งหลายจงสวดโพชฌงค์ อันประกอบด้วยคุณเช่นนี้เป็นต้นเป็นที่รวมแห่งคุณเป็นอันมาก เป็นทั้งโอสถและมนต์

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดข้างเตียงผู้ป่วย สวดให้ผู้ที่กำลังพักฟื้น หรือสวดให้ตนเองในวันที่ไม่สบาย ถ้าผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ควรอ่านคำแปลหรือเล่าเรื่องในพระสูตรให้ฟังด้วย เพราะในพระสูตร ท่านหายหลังจากได้ฟังและชื่นชมในธรรม

ก่อนสวดให้ตั้งนะโม 3 จบ ถ้าสวดในโรงพยาบาล ให้สวดเสียงเบาเพื่อไม่รบกวนผู้ป่วยเตียงอื่น พระสงฆ์สวดบทนี้ในงานทำบุญอายุ และในการเจริญพระพุทธมนต์สิบสองตำนาน

ความถี่ที่แนะนำ

สวดเมื่อมีผู้เจ็บป่วยหรือกำลังพักฟื้น วันละ 1 จบหรือมากกว่า และสวดในวันพระร่วมกับบทอื่นได้

คำถามที่พบบ่อย

โพชฌังคปริตร แปลว่าอะไร

โพชฌงค์ แปลว่า องค์แห่งการตรัสรู้ ส่วนปริตร แปลว่า เครื่องป้องกันคุ้มครอง โพชฌังคปริตรจึงหมายถึงบทสวดคุ้มครองที่อ้างโพชฌงค์ 7 และเรื่องที่พระเถระสองรูปกับพระพุทธเจ้าหายจากอาพาธหลังได้ฟังธรรมหมวดนี้

โพชฌงค์ 7 มีอะไรบ้าง

ได้แก่ สติ ธัมมวิจยะ (การเลือกเฟ้นธรรม) วิริยะ ปีติ ปัสสัทธิ (ความสงบกายใจ) สมาธิ และอุเบกขา ทั้งเจ็ดข้ออยู่ในคาถาแรกของบทสวด ที่ขึ้นต้นว่า โพชฌังโค สะติสังขาโต

สวดโพชฌังคปริตรแล้วหายป่วยไหม

ในพระไตรปิฎกมีเรื่องพระมหากัสสปะ พระมหาโมคคัลลานะ และพระพุทธเจ้า หายจากอาพาธหลังได้ฟังโพชฌงค์ แต่ไม่ได้รับรองว่าใครสวดแล้วจะหายทุกครั้ง ผลที่เห็นได้คือใจที่สงบลงของผู้ป่วยและญาติ จึงควรสวดควบคู่กับการรักษาของแพทย์ ไม่ใช่ทดแทน

สวดโพชฌังคปริตรกี่จบ

ตัวบทไม่ได้กำหนดจำนวนจบ สวด 1 จบอย่างตั้งใจก็ครบบทแล้ว ถ้าต้องการสวดหลายจบก็ทำได้ตามสะดวก แต่จำนวนจบไม่ได้กำหนดไว้ทั้งในตัวบทและในพระไตรปิฎก

ใครสวดโพชฌงค์ถวายพระพุทธเจ้า

พระมหาจุนทะ ตามคิลานสูตรที่ 3 ในสังยุตตนิกาย พระพุทธเจ้าทรงประชวรหนักและตรัสให้ท่านกล่าวโพชฌงค์ เมื่อท่านกล่าวจบ พระศาสดาทรงพอพระทัยและทรงหายจากประชวร ในบทสวดเรียกท่านว่าพระจุนทเถระ

โพชฌังคปริตรอยู่ในเจ็ดตำนานหรือสิบสองตำนาน

อยู่ในสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) เป็นบทที่ 10 สวดต่อจากอังคุลิมาลปริตร ไม่ได้อยู่ในชุดเจ็ดตำนาน

สวดให้คนป่วยที่โรงพยาบาล หรือคนที่ไม่รู้สึกตัว ทำอย่างไร

สวดเสียงเบาข้างเตียงหรือสวดในใจก็ได้ ถ้าผู้ป่วยยังรับรู้ได้ ให้อ่านคำแปลหรือเล่าเรื่องในพระสูตรให้ฟัง ถ้าผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว การสวดยังช่วยให้ญาติที่เฝ้าไข้ใจสงบลง ซึ่งช่วยให้ดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้นด้วย

สวดให้ตัวเอง ต้องเปลี่ยน "เต" เป็น "เม" ไหม

บทมาตรฐานใช้ เต (แก่ท่าน) เพราะเป็นบทสวดให้ผู้อื่น หนังสือสวดมนต์บางเล่มให้เปลี่ยนเป็น เม (แก่ข้าพเจ้า) เมื่อสวดให้ตนเองในบทที่ลงท้ายด้วยคำสัตย์แบบเดียวกัน ทำได้ทั้งสองแบบ ถ้าสวดพร้อมผู้อื่นให้ว่าตามบทมาตรฐาน

แหล่งอ้างอิง

ตัวคาถาตรงกับหนังสือสวดมนต์ไทย (ตรวจกับฉบับของวัดป่ามหาชัย วัดพิชโสภาราม และหนังสือสวดมนต์ภาษาไทยที่เผยแพร่ใน dhammatalks.org) และตรงกับฉบับบาลีของศรีลังกาในหนังสือ Safeguard Recitals ตัวคาถาแต่งขึ้นภายหลัง โดยสรุปเรื่องจากคิลานสูตรที่ ๑–๓ ในโพชฌงคสังยุต สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค (พระไตรปิฎกเล่ม ๑๙) บทขัดตามเอกสารบทสวดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด