พระคาถาชินบัญชร (ฉบับวัดระฆัง)

บทสวดชินบัญชรฉบับวัดระฆังครบ 15 บท พร้อมคำบูชาก่อนสวด คำอ่านทุกบรรทัด คำแปล แผนผังว่าพระองค์ใดประดิษฐานที่ส่วนใดของร่างกาย ที่มาตามหลักฐาน และคำตอบว่าควรสวดกี่จบ

พระปริตร 10 นาที อัปเดต 6 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดชินบัญชร

(ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วตั้งคำอธิษฐาน)

คำบูชาก่อนสวด

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตังธะนะกาโม ละเภ ธะนังอัตถิ กาเย กายะญายะเทวานัง ปิยะตัง สุตตะวาอิติปิ โส ภะคะวา ยะมะราชาโนท้าวเวสสุวัณโณ มะระณัง สุขังอะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ฯ

บทพระคาถาชินบัญชร

ชะยาสะนากะตา พุทธาเชตะวา มารัง สะวาหะนังจะตุสัจจาสะภัง ระสังเย ปิวิงสุ นะราสะภา ฯ

ตัณหังกะราทะโย พุทธาอัฏฐะวีสะติ นายะกาสัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหังมัตถะเก เต มุนิสสะรา ฯ

สีเส ปะติฏฐิโต มัยหังพุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเนสังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหังอุเร สัพพะคุณากะโร ฯ

หะทะเย เม อะนุรุทโธสารีปุตโต จะ ทักขิเณโกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิงโมคคัลลาโน จะ วามะเก ฯ

ทักขิเณ สะวะเน มัยหังอาสุง อานันทะราหุโลกัสสะโป จะ มะหานาโมอุภาสุง วามะโสตะเก ฯ

เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิงสุริโย วะ ปะภังกะโรนิสินโน สิริสัมปันโนโสภิโต มุนิปุงคะโว ฯ

กุมาระกัสสะโป เถโรมะเหสี จิตตะวาทะโกโส มัยหัง วะทะเน นิจจังปะติฏฐาสิ คุณากะโร ฯ

ปุณโณ อังคุลิมาโล จะอุปาลี นันทะสีวะลีเถรา ปัญจะ อิเม ชาตานะลาเฏ ติละกา มะมะ ฯ

เสสาสีติ มะหาเถราวิชิตา ชินะสาวะกาเอเตสีติ มะหาเถราชิตะวันโต ชิโนระสาชะลันตา สีละเตเชนะอังคะมังเคสุ สัณฐิตา ฯ

ระตะนัง ปุระโต อาสิทักขิเณ เมตตะสุตตะกังธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิวาเม อังคุลิมาละกัง ฯ

ขันธะโมระปะริตตัญจะอาฏานาฏิยะสุตตะกังอากาเส ฉะทะนัง อาสิเสสา ปาการะสัณฐิตา ฯ

ชินานาวะระสังยุตตาสัตตัปปาการะลังกะตาวาตะปิตตาทิสัญชาตาพาหิรัชฌัตตุปัททะวา ฯ

อะเสสา วินะยัง ยันตุอะนันตะชินะเตชะสาวะสะโต เม สะกิจเจนะสะทา สัมพุทธะปัญชะเร ฯ

ชินะปัญชะระมัชฌัมหิวิหะรันตัง มะหีตะเลสะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพเต มะหาปุริสาสะภา ฯ

อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโขชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโวธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆสังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโยสัทธัมมานุภาวะปาลิโตจะรามิ ชินะปัญชะเรติ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

คำบูชาก่อนสวด

ปุด-ตะ-กา-โม ละ-เพ ปุด-ตังทะ-นะ-กา-โม ละ-เพ ทะ-นังอัด-ถิ กา-เย กา-ยะ-ยา-ยะเท-วา-นัง ปิ-ยะ-ตัง สุด-ตะ-วาอิ-ติ-ปิ โส พะ-คะ-วา ยะ-มะ-รา-ชา-โนท้าว-เวด-สุ-วัน-โน มะ-ระ-นัง สุ-ขังอะ-ระ-หัง สุ-คะ-โต นะ-โม พุด-ทา-ยะ

คาถาที่ ๑

ชะ-ยา-สะ-นา-กะ-ตา พุด-ทาเช-ตะ-วา มา-รัง สะ-วา-หะ-นังจะ-ตุ-สัด-จา-สะ-พัง ระ-สังเย ปิ-วิง-สุ นะ-รา-สะ-พา

คาถาที่ ๒

ตัน-หัง-กะ-รา-ทะ-โย พุด-ทาอัด-ถะ-วี-สะ-ติ นา-ยะ-กาสับ-เพ ปะ-ติด-ถิ-ตา ไม-หังมัด-ถะ-เก เต มุ-นิด-สะ-รา

คาถาที่ ๓

สี-เส ปะ-ติด-ถิ-โต ไม-หังพุด-โท ทำ-โม ทะ-วิ-โล-จะ-เนสัง-โค ปะ-ติด-ถิ-โต ไม-หังอุ-เร สับ-พะ-คุ-นา-กะ-โร

คาถาที่ ๔

หะ-ทะ-เย เม อะ-นุ-รุด-โทสา-รี-ปุด-โต จะ ทัก-ขิ-เนโกน-ดัน-โย ปิด-ถิ-พา-คัด-สะ-หมิงโมก-คัน-ลา-โน จะ วา-มะ-เก

คาถาที่ ๕

ทัก-ขิ-เน สะ-วะ-เน ไม-หังอา-สุง อา-นัน-ทะ-รา-หุ-โลกัด-สะ-โป จะ มะ-หา-นา-โมอุ-พา-สุง วา-มะ-โส-ตะ-เก

คาถาที่ ๖

เก-สัน-เต ปิด-ถิ-พา-คัด-สะ-หมิงสุ-ริ-โย วะ ปะ-พัง-กะ-โรนิ-สิน-โน สิ-ริ-สำ-ปัน-โนโส-พิ-โต มุ-นิ-ปุง-คะ-โว

คาถาที่ ๗

กุ-มา-ระ-กัด-สะ-โป เถ-โรมะ-เห-สี จิด-ตะ-วา-ทะ-โกโส ไม-หัง วะ-ทะ-เน นิด-จังปะ-ติด-ถา-สิ คุ-นา-กะ-โร

คาถาที่ ๘

ปุน-โน อัง-คุ-ลิ-มา-โล จะอุ-ปา-ลี นัน-ทะ-สี-วะ-ลีเถ-รา ปัน-จะ อิ-เม ชา-ตานะ-ลา-เต ติ-ละ-กา มะ-มะ

คาถาที่ ๙

เส-สา-สี-ติ มะ-หา-เถ-ราวิ-ชิ-ตา ชิ-นะ-สา-วะ-กาเอ-เต-สี-ติ มะ-หา-เถ-ราชิ-ตะ-วัน-โต ชิ-โน-ระ-สาชะ-ลัน-ตา สี-ละ-เต-เช-นะอัง-คะ-มัง-เค-สุ สัน-ถิ-ตา

คาถาที่ ๑๐

ระ-ตะ-นัง ปุ-ระ-โต อา-สิทัก-ขิ-เน เมด-ตะ-สุด-ตะ-กังทะ-ชัก-คัง ปัด-ฉะ-โต อา-สิวา-เม อัง-คุ-ลิ-มา-ละ-กัง

คาถาที่ ๑๑

ขัน-ทะ-โม-ระ-ปะ-ริด-ตัน-จะอา-ตา-นา-ติ-ยะ-สุด-ตะ-กังอา-กา-เส ฉะ-ทะ-นัง อา-สิเส-สา ปา-กา-ระ-สัน-ถิ-ตา

คาถาที่ ๑๒

ชิ-นา-นา-วะ-ระ-สัง-ยุด-ตาสัด-ตับ-ปา-กา-ระ-ลัง-กะ-ตาวา-ตะ-ปิด-ตา-ทิ-สัน-ชา-ตาพา-หิ-รัด-ชัด-ตุ-ปัด-ทะ-วา

คาถาที่ ๑๓

อะ-เส-สา วิ-นะ-ยัง ยัน-ตุอะ-นัน-ตะ-ชิ-นะ-เต-ชะ-สาวะ-สะ-โต เม สะ-กิด-เจ-นะสะ-ทา สำ-พุด-ทะ-ปัน-ชะ-เร

คาถาที่ ๑๔

ชิ-นะ-ปัน-ชะ-ระ-มัด-ชำ-หิวิ-หะ-รัน-ตัง มะ-ฮี-ตะ-เลสะ-ทา ปา-เลน-ตุ มัง สับ-เพเต มะ-หา-ปุ-ริ-สา-สะ-พา

คาถาที่ ๑๕

อิด-เจ-วะ-มัน-โต สุ-คุด-โต สุ-รัก-โขชิ-นา-นุ-พา-เว-นะ ชิ-ตุ-ปัด-ทะ-โวทำ-มา-นุ-พา-เว-นะ ชิ-ตา-ริ-สัง-โคสัง-คา-นุ-พา-เว-นะ ชิ-ตัน-ตะ-รา-โยสัด-ทำ-มา-นุ-พา-วะ-ปา-ลิ-โตจะ-รา-มิ ชิ-นะ-ปัน-ชะ-เร-ติ

คำแปล

คำบูชาก่อนสวด

ผู้ปรารถนาบุตร ย่อมได้บุตรผู้ปรารถนาทรัพย์ ย่อมได้ทรัพย์เมื่อได้ฟังคุณอันมีอยู่ในกายนี้แล้วย่อมเป็นที่รักของเหล่าเทวดา

(ท่อนต่อจากนี้เป็นการออกนามแบบคำบูชาของไทย ไม่ได้เรียงเป็นประโยคบาลีที่แปลได้ตรงตัวแปลทีละคำได้ว่า อิติปิ โส ภะคะวา = พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น, ยะมะราชาโน = พญายม,ท้าวเวสสุวัณโณ = ท้าวเวสสุวรรณ, มะระณัง สุขัง = ความตายเป็นสุข,อะระหัง สุคะโต = ผู้ไกลกิเลส ผู้เสด็จไปดีแล้ว, นะโม พุทธายะ = ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้า)

คาถาที่ ๑ — อัญเชิญพระพุทธเจ้าผู้ทรงชนะมาร

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับบนชัยบัลลังก์ ทรงชนะพญามารพร้อมทั้งเสนาได้เสวยรสอันประเสริฐคืออริยสัจสี่ทรงเป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นกองทุกข์

คาถาที่ ๒ — พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์

ขอพระพุทธเจ้ายี่สิบแปดพระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้นผู้ทรงเป็นจอมมุนีทั้งหมดนั้นจงประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้า

คาถาที่ ๓ — พระรัตนตรัยประจำกาย

ขอพระพุทธเจ้าจงประดิษฐานอยู่บนศีรษะพระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสองพระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณทั้งปวง อยู่ที่อกของข้าพเจ้า

คาถาที่ ๔ — พระอัครสาวกประจำทิศ

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวาพระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลังและพระโมคคัลลานะอยู่เบื้องซ้าย

คาถาที่ ๕ — พระเถระประจำหู

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่ที่หูขวาพระมหากัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

คาถาที่ ๖ — พระโสภิตะ

พระโสภิตะ ผู้เป็นมุนีอันประเสริฐ สมบูรณ์ด้วยสิริดังดวงอาทิตย์ส่องแสงประดิษฐานอยู่ที่ปลายเส้นผมและด้านหลัง

คาถาที่ ๗ — พระกุมารกัสสปะ

พระกุมารกัสสปเถระ ผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่มีวาทะอันวิจิตร เป็นบ่อเกิดแห่งคุณขอจงประดิษฐานอยู่ที่ปากของข้าพเจ้าเป็นนิตย์

คาถาที่ ๘ — พระเถระห้ารูปที่หน้าผาก

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลีพระนันทะ และพระสีวลีขอพระเถระทั้งห้านี้จงปรากฏดังกระแจะเจิมที่หน้าผากของข้าพเจ้า

คาถาที่ ๙ — พระอสีติมหาสาวก

ส่วนพระมหาเถระอีกแปดสิบรูปที่เหลือผู้เป็นสาวกของพระชินเจ้า ผู้มีชัยและเป็นโอรสแห่งพระชินะล้วนรุ่งเรืองด้วยเดชแห่งศีลขอจงประดิษฐานอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

คาถาที่ ๑๐ — พระปริตรประจำทิศ

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพระเมตตสูตรอยู่เบื้องขวาพระธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลังพระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย

คาถาที่ ๑๑ — พระปริตรเป็นหลังคา

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนอากาศส่วนพระสูตรที่เหลือตั้งอยู่เป็นกำแพงล้อมรอบ

คาถาที่ ๑๒ — กำแพงเจ็ดชั้น

พระชินเจ้าทั้งหลายนอกจากที่กล่าวมาผู้ประกอบด้วยกำลังนานาชนิดทรงตั้งกำแพงเจ็ดชั้นล้อมไว้ป้องกันอุปัทวะทั้งภายนอกและภายใน อันมีลมและดีเป็นต้นเป็นเหตุ

คาถาที่ ๑๓ — ขอให้อุปัทวะพินาศ

ด้วยเดชแห่งพระอนันตชินเจ้าขออุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไปโดยไม่เหลือเมื่อข้าพเจ้าทำกิจใด ๆ อยู่ขอให้อยู่ในพระบัญชรแห่งพระสัมพุทธเจ้าเสมอ

คาถาที่ ๑๔ — ขอการอภิบาล

ขอพระมหาบุรุษผู้ประเสริฐทั้งปวงนั้นจงอภิบาลข้าพเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางพระชินบัญชรบนภาคพื้นนี้ตลอดไป

คาถาที่ ๑๕ — บทสรุป

ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้รับการคุ้มครองรักษาเป็นอย่างดีด้วยประการฉะนี้ชนะอุปัทวะด้วยอานุภาพแห่งพระชินเจ้าชนะหมู่ศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมชนะอันตรายด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ข้าพเจ้าผู้อันอานุภาพแห่งพระสัทธรรมคุ้มครองแล้วขอดำเนินชีวิตอยู่ในพระชินบัญชรเทอญ

ความหมายของชินบัญชร

ชินบัญชร แปลว่าอะไร

ชื่อ "ชินบัญชร" มาจากคำว่า ชิน แปลว่า ผู้ชนะ หมายถึงพระพุทธเจ้า และ บัญชร (ปัญชร) แปลว่า กรง หรือ ซี่กรง รวมความแล้วหมายถึง "กรงแก้วของพระชินเจ้า" คือการอัญเชิญคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ มาสถิตอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เปรียบเหมือนเกราะที่ห่อหุ้มผู้สวดไว้

แผนผังชินบัญชร พระองค์ใดอยู่ตรงไหน

  • เหนือศีรษะ — พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้น (คาถาที่ 2)
  • ศีรษะ ดวงตา และอก — พระพุทธเจ้าที่ศีรษะ พระธรรมที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ที่อก (คาถาที่ 3)
  • ใจ และรอบตัวสี่ทิศ — พระอนุรุทธะที่ใจ พระสารีบุตรเบื้องขวา พระอัญญาโกณฑัญญะเบื้องหลัง พระโมคคัลลานะเบื้องซ้าย (คาถาที่ 4)
  • หูทั้งสองข้าง — พระอานนท์และพระราหุลที่หูขวา พระกัสสปะและพระมหานามะที่หูซ้าย (คาถาที่ 5)
  • ปลายผมด้านหลัง — พระโสภิตะ ผู้รุ่งเรืองดังดวงอาทิตย์ (คาถาที่ 6)
  • ปาก — พระกุมารกัสสปะ ผู้มีวาทะไพเราะ (คาถาที่ 7)
  • หน้าผาก — พระปุณณะ พระองคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี ดังกระแจะเจิม (คาถาที่ 8)
  • ทั่วร่างกาย — พระมหาเถระอีก 80 รูปที่เหลือ (คาถาที่ 9)

จากนั้นจึงล้อมด้วยพระปริตรเป็นกำแพงรอบตัว (คาถาที่ 10–11)

พระสูตรที่เหลือเป็นกำแพงล้อมรอบ และพระชินเจ้าทั้งหลายทรงตั้งกำแพงเจ็ดชั้นไว้อีกชั้นหนึ่ง (คาถาที่ 12) พระปริตรทุกบทที่ชินบัญชรอัญเชิญมา มีหน้าเต็มพร้อมคำอ่านและคำแปลในเว็บนี้ กดอ่านได้จากรายการด้านบน

ที่มาของพระคาถาชินบัญชร

ชินบัญชรไม่ได้อยู่ในพระไตรปิฎก เป็นคาถาที่แต่งขึ้นภายหลัง เอกสาร "ตำนานพระคาถาชินบัญชร" ที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยกหลักฐานจากคัมภีร์วินยสมูหวินิจฉัยของพม่า ว่าคาถานี้แต่งขึ้นที่เมืองเชียงใหม่ สมัยพระเจ้าอโนรธา เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ระหว่าง พ.ศ. 2121–2150 ตอนนั้นชาวเชียงใหม่นิยมบูชาดาวนพเคราะห์ เจ้าผู้ครองนครจึงปรึกษาพระเถระ แล้วให้ชาวเมืองสวดชินบัญชรแทน ต่อมาคาถานี้แพร่หลายไปถึงพม่าและศรีลังกา แต่ละที่ถ่ายทอดสืบกันมาโดยถ้อยคำต่างกันเล็กน้อย

ฉบับที่คนไทยสวดกันทุกวันนี้คือฉบับวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งสืบทอดผ่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และแพร่หลายตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เรื่องที่เล่ากันว่าสมเด็จโตค้นพบคาถานี้ในคัมภีร์โบราณจากลังกาแล้วนำมาแต่งเติม เป็นเรื่องที่เล่าสืบกันมา ส่วนหลักฐานข้างต้นชี้ว่าคาถานี้มีมาก่อนสมัยของท่านหลายร้อยปี

ผู้ที่อยากศึกษาประวัติโดยละเอียด อ่านต่อได้ในหนังสือ "ประวัติคาถาชินบัญชร" พระนิพนธ์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (วัดอินทรวิหาร จัดพิมพ์ พ.ศ. 2556)

ทำไมแต่ละเล่มเขียนไม่เหมือนกัน

ชินบัญชรถ่ายทอดด้วยการคัดลอกและท่องจำสืบกันมาหลายร้อยปี ตัวสะกดในแต่ละเล่มจึงต่างกันบ้าง หน้านี้ใช้ฉบับวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งแพร่หลายที่สุดในไทย จุดที่มักเขียนต่างกัน เช่น

  • ชะยาสะนากะตา ฉบับวัดระฆังเขียนแบบนี้ ส่วนภาษาบาลีตามไวยากรณ์คือ ชยาสนาคตา (อ่านว่า ชะยาสะนาคะตา) แปลว่า "เสด็จมาสู่ชัยอาสน์" บางเล่มจึงพิมพ์ว่า คะตา
  • สัตตัปปาการะลังกะตา แปลว่า ประดับด้วยกำแพงเจ็ดชั้น บางเล่มพิมพ์เป็น สัตตะปาการะ
  • ชินานาวะระสังยุตตา บางเล่มแยกคำเป็น ชินา นานาวะระสังยุตตา

ทุกแบบมีความหมายเดียวกัน ถ้าคุ้นกับหนังสือสวดมนต์ของวัดที่ไปประจำอยู่แล้ว จะสวดตามเล่มนั้นก็ได้

สวดแล้วได้อะไร

ในแง่การปฏิบัติ การสวดบทนี้คือการทบทวนคุณของพระรัตนตรัยอย่างละเอียดทีละส่วน ผลที่ผู้สวดจำนวนมากบอกตรงกันคือ ความรู้สึกมั่นคงและไม่หวั่นไหวง่าย ซึ่งเกิดจากจิตที่ตั้งมั่นระหว่างสวด ไม่ใช่จากอำนาจภายนอก

ชินบัญชรฉบับย่อ

ฉบับย่อ สำหรับวันที่มีเวลาน้อย

ฉบับย่อที่ปรากฏในเอกสารตำนานพระคาถาชินบัญชร เป็นคำขอให้พระชินบัญชรปริตรคุ้มครอง ใช้แทนได้เมื่อสวดเต็มบทไม่ไหว แต่ถ้ามีเวลา การสวดเต็มบทพร้อมรู้ความหมายจะได้ประโยชน์มากกว่า

ชินะปัญชะระปะริตตัง มัง รักขะตุ สัพพะทา

คำอ่าน

ชิ-นะ-ปัน-ชะ-ระ-ปะ-ริด-ตัง มัง รัก-ขะ-ตุ สับ-พะ-ทา

คำแปล

ขอพระชินบัญชรปริตร จงคุ้มครองรักษาข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ควรสวดตอนไหน

สวดได้ทุกช่วงเวลา แต่ที่นิยมกันมากคือช่วงเช้าหลังตื่นนอน และก่อนออกจากบ้าน บางท่านสวดก่อนเริ่มงานสำคัญหรือก่อนเดินทางไกล เพื่อตั้งสติและทบทวนความไม่ประมาท

ก่อนสวดให้ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่าคำบูชาก่อนสวด จากนั้นจึงสวดบทพระคาถา ควรสวดในที่ที่ไม่มีสิ่งรบกวน หากมีเวลาน้อย จะสวดเฉพาะสี่บทแรกก่อนก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อจำได้มากขึ้น

ความถี่ที่แนะนำ

แนะนำให้สวดวันละ 1 ครั้งเป็นประจำ มากกว่าสวดหลายจบแต่ไม่สม่ำเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

ชินบัญชร แปลว่าอะไร

ชิน แปลว่า ผู้ชนะ หมายถึงพระพุทธเจ้า บัญชร แปลว่า กรง รวมกันหมายถึงกรงแก้วของพระพุทธเจ้า คืออัญเชิญพระพุทธเจ้า พระสาวก และพระปริตร มาประดิษฐานรอบตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้สวด

ใครแต่งพระคาถาชินบัญชร

ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง หลักฐานที่ยกไว้ในเอกสารของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยระบุว่า พระเถระชาวเชียงใหม่แต่งขึ้นราว พ.ศ. 2121–2150 แล้วแพร่ไปถึงพม่าและศรีลังกา หลักฐานนี้ชี้ว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ไม่ได้แต่งขึ้นใหม่ แต่ฉบับที่สืบทอดผ่านท่าน คือฉบับวัดระฆัง เป็นฉบับที่แพร่หลายที่สุดในไทย

ก่อนสวดชินบัญชร ต้องว่าอะไรก่อน

ตั้งนะโม 3 จบก่อน แล้วว่าคำบูชาก่อนสวด ที่ขึ้นต้นว่า ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง จากนั้นจึงเริ่มบทพระคาถาที่ ชะยาสะนากะตา พุทธา เว็บไซต์ของวัดระฆังแนะนำให้ระลึกถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ก่อนเริ่มสวดด้วย

สวดชินบัญชรกี่จบ

ในตัวบทไม่ได้กำหนดจำนวนจบ ฉบับเต็มนิยมสวดวันละ 1 จบเป็นประจำ ส่วนบางท่านสวด 3 หรือ 9 จบเมื่อมีเรื่องสำคัญ การสวดทุกวันอย่างตั้งใจได้ประโยชน์กว่าการสวดหลายจบแต่ไม่สม่ำเสมอ

ต้องสวดชินบัญชรเท่าอายุบวกหนึ่งไหม

ไม่ต้อง การสวดเท่าอายุบวกหนึ่งเป็นคำแนะนำที่นิยมใช้กับบทอิติปิโส ไม่ใช่ชินบัญชร

ควรเริ่มสวดชินบัญชรวันไหน

ตามธรรมเนียมที่เล่าสืบกันมา นิยมเริ่มสวดครั้งแรกในวันพฤหัสบดีซึ่งถือเป็นวันครู พร้อมดอกบัวขาว 9 ดอก ธูป 9 ดอก และเทียนขาว 2 เล่ม แต่เป็นความนิยม ไม่ใช่ข้อบังคับ จะเริ่มวันไหนก็ได้

สวดชินบัญชรก่อนนอนได้ไหม

ได้ สวดได้ทุกเวลา หลายคนสวดก่อนนอนเพราะใจสงบและมีเวลามากกว่าตอนเช้า

ชินบัญชรฉบับเต็มกับฉบับย่อต่างกันอย่างไร

ฉบับเต็มมี 15 บท อัญเชิญพระพุทธเจ้า พระสาวก และพระปริตรมาไว้ทีละส่วนของร่างกาย ฉบับย่อคือ ชินะปัญชะระปะริตตัง มัง รักขะตุ สัพพะทา ใช้แทนได้เมื่อมีเวลาน้อย

ชินบัญชรเป็นพระปริตรไหม

ไม่ได้เป็นหนึ่งในพระปริตรของเจ็ดตำนานหรือสิบสองตำนาน แต่ใช้แบบเดียวกับพระปริตรคือสวดเพื่อคุ้มครอง และในตัวบทเองก็อัญเชิญพระปริตรถึงเจ็ดบทมาเป็นกำแพงรอบตัว

ผู้หญิง หรือผู้ที่มีประจำเดือน สวดชินบัญชรได้ไหม

สวดได้ ในพระพุทธศาสนาไม่มีข้อห้ามเรื่องนี้ ความเชื่อว่าห้ามสวดเป็นความเชื่อพื้นบ้าน

สวดในใจ หรือสวดเบา ๆ ในหอพักได้ไหม

ได้ การสวดในใจหรือสวดเสียงเบาก็นับเป็นการสวดมนต์ สิ่งสำคัญคือใจจดจ่ออยู่กับบท

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทตามฉบับวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งสืบทอดผ่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ตรวจกับเว็บไซต์ของวัดระฆังและเอกสาร "ตำนานพระคาถาชินบัญชร" ที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตรงไหนที่เว็บไซต์วัดพิมพ์ตกหล่น ใช้ตามเอกสารของ มจร ประวัติการแต่งอ้างตามเอกสารฉบับเดียวกัน ซึ่งยกหลักฐานจากคัมภีร์วินยสมูหวินิจฉัยของพม่า

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด