บทชินบัญชร

บทชินบัญชร พร้อมคำอ่านแบบคำต่อคำ คำแปลภาษาไทย ความหมาย และคำแนะนำว่าควรสวดตอนไหน เป็นบทที่คนไทยนิยมสวดเพื่อความมั่นใจและกำลังใจ

พระปริตร 10 นาที อัปเดต 1 กรกฎาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดชินบัญชร

(ตั้งนะโม ๓ จบ แล้วตั้งคำอธิษฐาน)

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตังธะนะกาโม ละเภ ธะนังอัตถิ กาเย กายะญายะเทวานัง ปิยะตัง สุตตะวาอิติปิ โส ภะคะวา ยะมะราชาโนท้าวเวสสุวัณโณ มะระณัง สุขังอะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ฯ

เริ่มบทพระคาถาชินบัญชร

ชะยาสะนากะตา พุทธาเชตวา มารัง สะวาหะนังจะตุสัจจาสะภัง ระสังเย ปิวิงสุ นะราสะภา ฯ

ตัณหังกะราทะโย พุทธาอัฏฐะวีสะติ นายะกาสัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหังมัตถะเก เต มุนิสสะรา ฯ

สีเส ปะติฏฐิโต มัยหังพุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเนสังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหังอุเร สัพพะคุณากะโร ฯ

หะทะเย เม อะนุรุทโธสารีปุตโต จะ ทักขิเณโกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิงโมคคัลลาโน จะ วามะเก ฯ

ทักขิเณ สะวะเน มัยหังอาสุง อานันทะราหุโลกัสสะโป จะ มะหานาโมอุภาสุง วามะโสตะเก ฯ

เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิงสุริโย วะ ปะภังกะโรนิสินโน สิริสัมปันโนโสภิโต มุนิปุงคะโว ฯ

กุมาระกัสสะโป เถโรมะเหสี จิตตะวาทะโกโส มัยหัง วะทะเน นิจจังปะติฏฐาสิ คุณากะโร ฯ

ปุณโณ อังคุลิมาโล จะอุปาลี นันทะสีวะลีเถรา ปัญจะ อิเม ชาตานะลาเต ติละกา มะมะ ฯ

เสสาสีติ มะหาเถราวิชิตา ชินะสาวะกาเอเตสีติ มะหาเถราชิตะวันโต ชิโนระสาชะลันตา สีละเตเชนะอังคะมังเคสุ สัณฐิตา ฯ

ระตะนัง ปุระโต อาสิทักขิเณ เมตตะสุตตะกังธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิวาเม อังคุลิมาละกัง ฯ

ขันธะโมระปะริตตัญจะอาฏานาฏิยะสุตตะกังอากาเส ฉะทะนัง อาสิเสสา ปาการะสัณฐิตา ฯ

ชินนานา วะระสังยุตตาสัตตะปาการะลังกะตาวาตะปิตตาทิสัญชาตาพาหิรัชฌัตตุปัททะวา ฯ

อะเสสา วินะยัง ยันตุอะนันตะชินะเตชะสาวะสะโต เม สะกิจเจนะสะทา สัมพุทธะปัญชะเร ฯ

ชินะปัญชะระมัชฌัมหิวิหะรันตัง มะฮีตะเลสะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพเต มะหาปุริสาสะภา ฯ

อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโขชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโวธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆสังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโยสัทธัมมานุภาวะปาลิโตจะรามิ ชินะปัญชะเรติ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

คำอธิษฐานนำ

ปุด-ตะ-กา-โม ละ-เพ ปุด-ตังทะ-นะ-กา-โม ละ-เพ ทะ-นังอัด-ถิ กา-เย กา-ยะ-ยา-ยะเท-วา-นัง ปิ-ยะ-ตัง สุด-ตะ-วา

คาถาที่ ๑

ชะ-ยา-สะ-นา-กะ-ตา พุด-ทาเชด-วา มา-รัง สะ-วา-หะ-นังจะ-ตุ-สัด-จา-สะ-พัง ระ-สังเย ปิ-วิง-สุ นะ-รา-สะ-พา

คาถาที่ ๒

ตัน-หัง-กะ-รา-ทะ-โย พุด-ทาอัด-ถะ-วี-สะ-ติ นา-ยะ-กาสับ-เพ ปะ-ติด-ถิ-ตา ไม-หังมัด-ถะ-เก เต มุ-นิด-สะ-รา

คาถาที่ ๓

สี-เส ปะ-ติด-ถิ-โต ไม-หังพุด-โท ทำ-โม ทะ-วิ-โล-จะ-เนสัง-โค ปะ-ติด-ถิ-โต ไม-หังอุ-เร สับ-พะ-คุ-นา-กะ-โร

คาถาที่ ๔

หะ-ทะ-เย เม อะ-นุ-รุด-โทสา-รี-ปุด-โต จะ ทัก-ขิ-เนโกน-ดัน-โย ปิด-ถิ-พา-คัด-สะ-หมิงโมก-คัน-ลา-โน จะ วา-มะ-เก

(คาถาที่ ๕–๑๕ อ่านตามคำสวดในหน้าบทสวดโดยออกเสียงพยางค์ท้ายที่มีตัวสะกดให้ชัดเจน)

คำแปล

คำอธิษฐานนำ

ผู้ปรารถนาบุตร ย่อมได้บุตรผู้ปรารถนาทรัพย์ ย่อมได้ทรัพย์เมื่อได้ฟังคุณอันมีอยู่ในกายนี้แล้วย่อมเป็นที่รักของเหล่าเทวดา

คาถาที่ ๑ — อัญเชิญพระพุทธเจ้าผู้ทรงชนะมาร

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับบนชัยบัลลังก์ ทรงชนะพญามารพร้อมทั้งเสนาได้เสวยรสอันประเสริฐคืออริยสัจสี่ทรงเป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นกองทุกข์

คาถาที่ ๒ — พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์

ขอพระพุทธเจ้ายี่สิบแปดพระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้นผู้ทรงเป็นจอมมุนีทั้งหมดนั้นจงประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้าของข้าพเจ้า

คาถาที่ ๓ — พระรัตนตรัยประจำกาย

ขอพระพุทธเจ้าจงประดิษฐานอยู่บนศีรษะพระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสองพระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดแห่งคุณทั้งปวง อยู่ที่อกของข้าพเจ้า

คาถาที่ ๔ — พระอัครสาวกประจำทิศ

พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวาพระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลังและพระโมคคัลลานะอยู่เบื้องซ้าย

คาถาที่ ๕ — พระเถระประจำหู

พระอานนท์กับพระราหุลอยู่ที่หูขวาพระมหากัสสปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย

คาถาที่ ๖ — พระโสภิตะ

พระโสภิตะ ผู้เป็นมุนีอันประเสริฐ สมบูรณ์ด้วยสิริดังดวงอาทิตย์ส่องแสงประดิษฐานอยู่ที่ปลายเส้นผมและด้านหลัง

คาถาที่ ๗ — พระกุมารกัสสปะ

พระกุมารกัสสปเถระ ผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่มีวาทะอันวิจิตร เป็นบ่อเกิดแห่งคุณขอจงประดิษฐานอยู่ที่ปากของข้าพเจ้าเป็นนิตย์

คาถาที่ ๘ — พระเถระห้ารูปที่หน้าผาก

พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลีพระนันทะ และพระสีวลีขอพระเถระทั้งห้านี้จงปรากฏดังกระแจะเจิมที่หน้าผากของข้าพเจ้า

คาถาที่ ๙ — พระอสีติมหาสาวก

ส่วนพระมหาเถระอีกแปดสิบรูปที่เหลือผู้เป็นสาวกของพระชินเจ้า ผู้มีชัยและเป็นโอรสแห่งพระชินะล้วนรุ่งเรืองด้วยเดชแห่งศีลขอจงประดิษฐานอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่

คาถาที่ ๑๐ — พระปริตรประจำทิศ

พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้าพระเมตตสูตรอยู่เบื้องขวาพระธชัคคสูตรอยู่เบื้องหลังพระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย

คาถาที่ ๑๑ — พระปริตรเป็นหลังคา

พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนอากาศส่วนพระสูตรที่เหลือตั้งอยู่เป็นกำแพงล้อมรอบ

คาถาที่ ๑๒ — กำแพงเจ็ดชั้น

พระชินเจ้าทั้งหลายนอกจากที่กล่าวมาผู้ประกอบด้วยกำลังนานาชนิดทรงตั้งกำแพงเจ็ดชั้นล้อมไว้ป้องกันอุปัทวะทั้งภายนอกและภายใน อันมีลมและดีเป็นต้นเป็นเหตุ

คาถาที่ ๑๓ — ขอให้อุปัทวะพินาศ

ด้วยเดชแห่งพระอนันตชินเจ้าขออุปัทวะทั้งหลายจงพินาศไปโดยไม่เหลือเมื่อข้าพเจ้าทำกิจใด ๆ อยู่ขอให้อยู่ในพระบัญชรแห่งพระสัมพุทธเจ้าเสมอ

คาถาที่ ๑๔ — ขอการอภิบาล

ขอพระมหาบุรุษผู้ประเสริฐทั้งปวงนั้นจงอภิบาลข้าพเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางพระชินบัญชรบนภาคพื้นนี้ตลอดไป

คาถาที่ ๑๕ — บทสรุป

ข้าพเจ้าเป็นผู้ได้รับการคุ้มครองรักษาเป็นอย่างดีด้วยประการฉะนี้ชนะอุปัทวะด้วยอานุภาพแห่งพระชินเจ้าชนะหมู่ศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมชนะอันตรายด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ข้าพเจ้าผู้อันอานุภาพแห่งพระสัทธรรมคุ้มครองแล้วขอดำเนินชีวิตอยู่ในพระชินบัญชรเทอญ

ความหมายของชินบัญชร

ชื่อ "ชินบัญชร" มาจากคำว่า ชิน แปลว่า ผู้ชนะ หมายถึงพระพุทธเจ้า และ บัญชร แปลว่า กรง หรือ ซี่กรง รวมความแล้วหมายถึง "กรงแก้วของพระชินเจ้า" คือการอัญเชิญคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ มาสถิตอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เปรียบเหมือนเกราะที่ห่อหุ้มผู้สวดไว้

โครงสร้างของบทนี้จึงไล่เรียงอย่างเป็นระบบ เริ่มจากอัญเชิญพระพุทธเจ้าในอดีตให้สถิตบนศีรษะ พระธรรมที่ดวงตา พระสงฆ์ที่อก แล้วจึงอัญเชิญพระอรหันตสาวกและพระสูตรสำคัญมาประจำในทิศต่าง ๆ

ในแง่การปฏิบัติ การสวดบทนี้คือการทบทวนคุณของพระรัตนตรัยอย่างละเอียดทีละส่วน ผลที่ผู้สวดจำนวนมากบอกตรงกันคือ ความรู้สึกมั่นคงและไม่หวั่นไหวง่าย ซึ่งเกิดจากจิตที่ตั้งมั่นระหว่างสวด ไม่ใช่จากอำนาจภายนอก

ควรสวดตอนไหน

สวดได้ทุกช่วงเวลา แต่ที่นิยมกันมากคือช่วงเช้าหลังตื่นนอน และก่อนออกจากบ้าน บางท่านสวดก่อนเริ่มงานสำคัญหรือก่อนเดินทางไกล เพื่อตั้งสติและทบทวนความไม่ประมาท

ก่อนสวดให้ตั้งนะโม ๓ จบ เสมอ และควรสวดในที่ที่ไม่มีสิ่งรบกวน หากมีเวลาน้อย จะสวดเฉพาะบทตั้งต้นสี่บทแรกก่อนก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มเมื่อจำได้มากขึ้น

ความถี่ที่แนะนำ

แนะนำให้สวดวันละ 1 ครั้งเป็นประจำ มากกว่าสวดหลายจบแต่ไม่สม่ำเสมอ

แหล่งอ้างอิง

พระคาถาชินบัญชร ฉบับที่แพร่หลายในประเทศไทย สืบทอดผ่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม — สำนวนคำสวดมีความต่างกันเล็กน้อยตามแต่ละสำนัก

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด