บทกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศล

บทกรวดน้ำแบบสั้น อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ และแบบระบุผู้รับทีละกลุ่ม พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล ที่มาจากติโรกุฑฑสูตร วิธีกรวดน้ำตอนพระสวดยถา และคำตอบว่ากรวดน้ำไม่มีน้ำได้ไหม

กรวดน้ำ 3 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดบทกรวดน้ำ

บทกรวดน้ำแบบสั้น

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุสุขิตา โหนตุ ญาตะโย ฯ

บทกรวดน้ำแบบระบุผู้รับ

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุสุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุสุขิตา โหนตุ ญาตะโย

อิทัง เม คะรูปัชฌายาจะริยานัง โหตุสุขิตา โหนตุ คะรูปัชฌายาจะริยา

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุสุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุสุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุสุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุสุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา ฯ

คำอุทิศภาษาไทย

ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้บำเพ็ญแล้วนี้แด่บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ญาติทั้งหลายทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้วตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งปวงขอทุกท่านจงได้รับส่วนบุญนี้และจงมีความสุขความเจริญโดยทั่วกันเทอญ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

บทกรวดน้ำแบบสั้น

อิ-ทัง เม ยา-ตี-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ ยา-ตะ-โย

บทกรวดน้ำแบบระบุผู้รับ

อิ-ทัง เม มา-ตา-ปิ-ตู-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ มา-ตา-ปิ-ตะ-โร

อิ-ทัง เม ยา-ตี-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ ยา-ตะ-โย

อิ-ทัง เม คะ-รู-ปัด-ชา-ยา-จะ-ริ-ยา-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ คะ-รู-ปัด-ชา-ยา-จะ-ริ-ยา

อิ-ทัง สับ-พะ-เท-วะ-ตา-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ สับ-เพ เท-วา

อิ-ทัง สับ-พะ-เป-ตา-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ สับ-เพ เป-ตา

อิ-ทัง สับ-พะ-เว-รี-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ สับ-เพ เว-รี

อิ-ทัง สับ-พะ-สัด-ตา-นัง โห-ตุสุ-ขิ-ตา โหน-ตุ สับ-เพ สัด-ตา

คำอุทิศภาษาไทย (อ่านตามตัวเขียน)

ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนบุญกุศลที่ได้บำเพ็ญแล้วนี้แด่บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ญาติทั้งหลายทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ล่วงลับไปแล้วตลอดจนเจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งปวงขอทุกท่านจงได้รับส่วนบุญนี้และจงมีความสุขความเจริญโดยทั่วกันเทอญ

คำแปล

บทกรวดน้ำแบบสั้น

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าขอญาติทั้งหลายจงมีความสุขเถิด

บทกรวดน้ำแบบระบุผู้รับ

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้าขอมารดาบิดาจงมีความสุข

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้าขอญาติทั้งหลายจงมีความสุข

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครู อุปัชฌาย์ และอาจารย์ของข้าพเจ้าขอครู อุปัชฌาย์ และอาจารย์จงมีความสุข

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งปวงขอเทวดาทั้งปวงจงมีความสุข

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งปวงขอเปรตทั้งปวงจงมีความสุข

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ผู้มีเวรต่อกันทั้งปวงขอผู้มีเวรต่อกันทั้งปวงจงมีความสุข

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งปวงขอสัตว์ทั้งปวงจงมีความสุขเถิด

คำอุทิศภาษาไทย

(เป็นภาษาไทยอยู่แล้ว ว่าตามบทด้านบนได้เลย)

ความหมายของบทกรวดน้ำ

กรวดน้ำคืออะไร

การกรวดน้ำคือการตั้งใจ อุทิศ บุญที่ตนทำแล้วให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ล่วงลับ พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ อธิบายว่าน้ำที่รินเป็นเครื่องหมาย และเป็นเครื่องช่วยรวมใจที่ตั้งใจอุทิศให้แน่วแน่ น้ำจึงไม่ใช่ตัวบุญ ถ้าไม่มีน้ำหรือรินไม่สะดวก การตั้งใจอุทิศพร้อมว่าบทกรวดน้ำก็ครบถ้วนแล้ว

ที่มาในพระไตรปิฎก

คำกรวดน้ำแบบสั้นมาจากคาถาใน ติโรกุฑฑสูตร ขุททกปาฐะ ขุททกนิกาย ซึ่งปรากฏในเปตวัตถุด้วย ในพระบาลีเป็น อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย แปลว่า "ขอทานนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลาย ขอญาติทั้งหลายจงเป็นสุขเถิด" คำว่า โว ในที่นี้อรรถกถาอธิบายว่าเป็นเพียงคำเสริม คำกรวดน้ำที่ใช้กันจึงใส่ เม (ของข้าพเจ้า) หรือ โน (ของเราทั้งหลาย) แทน

อรรถกถาติโรกุฑฑสูตรเล่าว่า ญาติเก่าของ พระเจ้าพิมพิสาร ไปเกิดเป็นเปรต วันแรกที่ท้าวเธอถวายทานแด่พระพุทธเจ้า ท้าวเธอไม่ได้อุทิศให้ใคร เปรตเหล่านั้นผิดหวังจึงส่งเสียงน่ากลัวในพระราชวังตอนกลางคืน พระพุทธเจ้าทรงบอกเหตุ วันรุ่งขึ้นพระเจ้าพิมพิสารจึงถวายทานอีกครั้ง ทรงถวายน้ำทักษิโณทกแล้วอุทิศว่า "ขอทานนี้จงมีแก่พวกญาติของเรา" จากนั้นถวายอาหาร ผ้า และเสนาสนะ พร้อมอุทิศทุกครั้ง อรรถกถาเล่าว่าเปรตได้สระน้ำ อาหาร และผ้าทิพย์ตามลำดับ แล้วพระพุทธเจ้าตรัสติโรกุฑฑสูตรเป็นการอนุโมทนา เรื่องนี้จึงมักถูกเล่าเป็นที่มาของการกรวดน้ำ

บท ยะถา วาริวะหา ปูรา ที่พระสวดขณะญาติโยมกรวดน้ำ ก็มาจากพระสูตรเดียวกัน ใจความว่า ห้วงน้ำที่เต็มย่อมไหลไปเติมทะเลให้เต็มฉันใด ทานที่ให้จากโลกนี้ย่อมสำเร็จแก่ผู้ล่วงลับฉันนั้น

แปลทีละคำ

  • อิทัง — บุญนี้ คือส่วนบุญที่เพิ่งทำ
  • เม — ของข้าพเจ้า ถ้าว่าพร้อมกันหลายคนใช้ โน แปลว่า ของเราทั้งหลาย
  • ญาตีนัง — แก่ญาติทั้งหลาย บางเล่มเขียน ญาตินัง ให้เข้ากับจังหวะคาถา ความหมายเดียวกัน
  • โหตุ — จงมี จงถึง ใช้รูปนี้เพราะ อิทัง เป็นเอกพจน์
  • สุขิตา — เป็นผู้มีความสุข
  • โหนตุ — จงเป็น ใช้รูปนี้เพราะ ญาตะโย เป็นพหูพจน์
  • ญาตะโย — ญาติทั้งหลาย
  • สัพพะเวรีนัง — แก่ผู้มีเวรต่อกันทั้งปวง ที่คนไทยมักเรียกว่าเจ้ากรรมนายเวร

กรวดน้ำ อิมินา และสัพพปัตติทาน ต่างกันอย่างไร

  • บทกรวดน้ำ (หน้านี้) — สั้นที่สุด อุทิศให้ญาติ หรือระบุผู้รับทีละกลุ่ม ใช้ได้ทุกครั้งที่ทำบุญ
  • บทอิมินา — ยาวกว่า อุทิศให้ผู้มีพระคุณไล่ไปจนถึงเทวดาและผู้มีเวร แล้วต่อด้วยคำอธิษฐานขอให้ตัดกิเลสได้
  • สัพพปัตติทานคาถา — แผ่ส่วนบุญแก่สัตว์ไม่มีประมาณ ทั้งที่เคยเห็นและไม่เคยเห็น และขอให้เทวดาช่วยบอกผู้ที่ยังไม่รู้

ผู้ล่วงลับได้รับจริงไหม

ใน ชาณุสโสณิสูตร (อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต) พราหมณ์ทูลถามว่าทานที่อุทิศให้ญาติผู้ล่วงลับไปถึงจริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าสำเร็จแก่ญาติที่ไปเกิดเป็นเปรต ส่วนผู้ที่ไปเกิดในภูมิอื่นดำรงอยู่ด้วยอาหารของภูมินั้น และตรัสว่าตลอดเวลาที่ยาวนาน ย่อมไม่มีทางที่จะไม่มีญาติไปเกิดเป็นเปรตเลย ทั้งผู้ให้เองก็ไม่ได้ทำทานโดยไร้ผล การกรวดน้ำจึงไม่สูญเปล่า ทั้งต่อผู้รับและต่อผู้ให้

บทยถา ที่พระสวดขณะเรากรวดน้ำ

บทยถา (อนุโมทนารัมภคาถา)

บทนี้พระสงฆ์เป็นผู้สวด ญาติโยมไม่ต้องว่าตาม ให้รินน้ำไปตลอดบท สี่บรรทัดแรกมาจากติโรกุฑฑสูตร เมื่อพระเปลี่ยนไปสวดบท สัพพีติโย... ซึ่งเป็นการให้พรผู้ทำบุญ ให้หยุดรินแล้วประนมมือรับพร

ยะถา วาริวะหา ปูราปะริปูเรนติ สาคะรังเอวะเมวะ อิโต ทินนังเปตานัง อุปะกัปปะติอิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหังขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุสัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปาจันโท ปัณณะระโส ยะถามะณิ โชติระโส ยะถา ฯ

คำอ่าน

ยะ-ถา วา-ริ-วะ-หา ปู-ราปะ-ริ-ปู-เรน-ติ สา-คะ-รังเอ-วะ-เม-วะ อิ-โต ทิน-นังเป-ตา-นัง อุ-ปะ-กับ-ปะ-ติอิด-ฉิ-ตัง ปัด-ถิ-ตัง ตุม-หังขิบ-ปะ-เม-วะ สะ-มิด-ชะ-ตุสับ-เพ ปู-เรน-ตุ สัง-กับ-ปาจัน-โท ปัน-นะ-ระ-โส ยะ-ถามะ-นิ โช-ติ-ระ-โส ยะ-ถา

คำแปล

ห้วงน้ำที่เต็มย่อมไหลไปเติมสาครให้เต็มฉันใดทานที่ให้แล้วจากโลกนี้ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับไปแล้วฉันนั้นขอสิ่งที่ท่านปรารถนาและตั้งใจไว้จงสำเร็จโดยเร็วขอความดำริทั้งปวงจงเต็มบริบูรณ์ดุจพระจันทร์วันเพ็ญดุจแก้วมณีอันสว่างไสว

วิธีกรวดน้ำให้ถูกต้อง

  1. เตรียมน้ำสะอาดและภาชนะรอง

    ใช้แก้ว ขวด หรือคนโทเล็ก ๆ ใส่น้ำสะอาด และมีภาชนะรองรับน้ำ ถ้าไม่มีน้ำ จะตั้งใจอุทิศในใจอย่างเดียวก็ได้ ที่เรียกกันว่ากรวดน้ำแห้ง

  2. เริ่มรินเมื่อพระเริ่มสวดยถา

    เมื่อพระองค์หัวหน้าเริ่มอนุโมทนาว่า ยะถา วาริวะหา ปูรา... ให้เริ่มรินน้ำช้า ๆ พร้อมว่าบทกรวดน้ำในใจ และนึกถึงผู้ที่จะอุทิศให้ จะออกชื่อผู้ล่วงลับด้วยก็ได้

  3. รินให้หมดเมื่อพระเริ่มสวดสัพพี

    รินน้ำให้หมดเมื่อพระองค์หัวหน้าสวดบทยถาจบที่ มะณิ โชติระโส ยะถา และพระทั้งหมดเริ่มสวด สัพพีติโย... พร้อมกัน จากนั้นวางภาชนะลงแล้วประนมมือรับพรจนจบ

  4. นำน้ำไปเทที่โคนต้นไม้

    นิยมนำน้ำที่กรวดแล้วไปเทที่โคนต้นไม้หรือบนพื้นดิน เป็นธรรมเนียมที่ทำสืบกันมา บางคนอธิบายว่าเพื่อให้พระแม่ธรณีเป็นพยาน ซึ่งเป็นความเชื่อพื้นบ้าน ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก

  5. ถ้ากรวดน้ำเองที่บ้าน

    หลังสวดมนต์หรือใส่บาตร ให้ว่าบทกรวดน้ำด้านบนพร้อมรินน้ำไปจนจบบท ถ้าอยากอุทิศให้กว้างขึ้น สวดบทอิมินาหรือสัพพปัตติทานคาถาต่อได้

ควรสวดตอนไหน

กรวดน้ำหลังทำบุญทุกครั้ง เช่น หลังใส่บาตร ถวายสังฆทาน ทอดกฐิน หรือทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ ถ้ามีพระสงฆ์ ให้กรวดน้ำระหว่างที่พระสวดอนุโมทนาบทยถา ตามขั้นตอนด้านบน

ถ้าสวดมนต์เองที่บ้าน นิยมสวดบทแผ่เมตตาก่อน แล้วจึงกรวดน้ำเป็นบทปิดท้าย ลำดับนี้เป็นความนิยม ไม่ใช่ข้อบังคับ

หากเพิ่งเริ่มต้น ว่าคำอุทิศภาษาไทยควบคู่ไปด้วยก็ได้ การอุทิศด้วยภาษาที่เข้าใจ ช่วยให้ตั้งใจได้ตรงกว่าการท่องอย่างเดียว

ความถี่ที่แนะนำ

กรวดน้ำทุกครั้งหลังทำบุญหรือหลังสวดมนต์

คำถามที่พบบ่อย

กรวดน้ำ เริ่มรินน้ำตอนไหน

เริ่มรินเมื่อพระองค์หัวหน้าเริ่มสวดบท ยะถา วาริวะหา ปูรา และรินให้หมดเมื่อสวดบทนี้จบ พอพระทั้งหมดเริ่มสวด สัพพีติโย พร้อมกัน ให้วางภาชนะแล้วประนมมือรับพร ขั้นตอนนี้ตรงกับที่พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ อธิบายไว้

กรวดน้ำไม่มีน้ำได้ไหม

ได้ เรียกกันว่ากรวดน้ำแห้ง คือตั้งใจอุทิศในใจพร้อมว่าบทกรวดน้ำ น้ำเป็นเพียงเครื่องหมายและเครื่องช่วยรวมใจ บุญอยู่ที่เจตนาอุทิศ ไม่ได้อยู่ที่น้ำ

กรวดน้ำให้ใครได้บ้าง

ให้ได้ทั้งผู้ล่วงลับและผู้ที่ยังมีชีวิต เช่น มารดาบิดา ญาติ ครูอาจารย์ เทวดา เปรต ผู้มีเวรต่อกัน และสัตว์ทั้งปวง ตามบทแบบระบุผู้รับด้านบน ถ้าตั้งใจอุทิศให้ผู้ล่วงลับคนใดโดยเฉพาะ ให้นึกถึงหรือออกชื่อท่านขณะกรวดน้ำ

คนตายได้รับบุญที่กรวดน้ำจริงไหม

ในชาณุสโสณิสูตร พระพุทธเจ้าตรัสว่าทานที่อุทิศให้สำเร็จแก่ญาติที่ไปเกิดเป็นเปรต และตลอดเวลาที่ยาวนานย่อมมีญาติไปเกิดในภูมินั้นเสมอ ส่วนผู้ให้เองก็ได้บุญจากการให้ ไม่สูญเปล่า

กรวดน้ำเสร็จแล้วเทน้ำที่ไหน

นิยมเทที่โคนต้นไม้หรือบนพื้นดิน เป็นธรรมเนียมที่ทำสืบกันมา ส่วนความเชื่อว่าเทเพื่อให้พระแม่ธรณีเป็นพยาน เป็นความเชื่อพื้นบ้าน ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก

กรวดน้ำต้องใช้นิ้วรองน้ำไหม

ไม่จำเป็น จะรินน้ำลงภาชนะตรง ๆ ให้น้ำไหลไม่ขาดสายก็ได้ การใช้นิ้วรองหรือไม่เป็นธรรมเนียมของแต่ละบ้าน

บทกรวดน้ำกับบทอิมินาต่างกันอย่างไร

บทกรวดน้ำสั้นและเน้นการอุทิศ ส่วนบทอิมินายาวกว่า อุทิศให้ผู้มีพระคุณไปจนถึงผู้มีเวร แล้วต่อด้วยคำอธิษฐานขอให้ตัดกิเลสได้ จะสวดต่อจากบทกรวดน้ำก็ได้

กรวดน้ำกับแผ่เมตตาต่างกันอย่างไร

กรวดน้ำคือการอุทิศบุญที่ทำแล้วให้ผู้อื่น ส่วนแผ่เมตตาคือการส่งความปรารถนาดีให้ผู้อื่นเป็นสุข ไม่ต้องมีบุญที่ทำไว้ก่อน นิยมแผ่เมตตาก่อนแล้วจึงกรวดน้ำปิดท้าย

แหล่งอ้างอิง

บทกรวดน้ำแบบสั้นมาจากคาถาในติโรกุฑฑสูตร ขุททกปาฐะ (พระไตรปิฎก เล่ม ๒๕) ซึ่งในพระบาลีเป็น อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย เรื่องพระเจ้าพิมพิสารอ้างตามอรรถกถาติโรกุฑฑสูตร (ปรมัตถโชติกา) บทแบบระบุผู้รับเทียบจากหนังสือสวดมนต์ของกรมควบคุมโรค ไทยรัฐออนไลน์ และพีพีทีวี เนื้อความตรงกันทุกบรรทัด ต่างกันเพียงการสะกดคำเรียกครูอาจารย์ หน้านี้ใช้ตามฉบับกรมควบคุมโรค วิธีกรวดน้ำตามพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) บทยถาตรวจกับบทอนุโมทนาในหนังสือ A Chanting Guide และฉบับที่ไทยรัฐเผยแพร่โดยอ้างข้อมูลสำนักงานราชบัณฑิตยสภา เรื่องผู้ล่วงลับได้รับทานอ้างชาณุสโสณิสูตร อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด