อภยปริตร (บทสวดแก้ฝันร้าย)
อภยปริตร (ยันทุนนิมิตตัง) บทสวดแก้ฝันร้ายและลางร้าย ครบสามรอบพร้อมคำอ่าน คำแปลทีละคำ ที่มาของบทซึ่งไม่ได้อยู่ในพระไตรปิฎก และมุมมองพระพุทธศาสนาเรื่องลางบอกเหตุ
บทสวดอภยปริตร
(หันทะ มะยัง อะภะยะปะริตตัง ภะณามะ เส)
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโทปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตังพุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโทปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตังธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะโย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโทปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตังสังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ ฯ
คำอ่าน
อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้
(หัน-ทะ มะ-ยัง อะ-พะ-ยะ-ปะ-ริด-ตัง พะ-นา-มะ เส)
ยัน-ทุน-นิ-มิด-ตัง อะ-วะ-มัง-คะ-ลัน-จะโย จา-มะ-นา-โป สะ-กุ-นัด-สะ สัด-โทปา-ปัก-คะ-โห ทุด-สุ-ปิ-นัง อะ-กัน-ตังพุด-ทา-นุ-พา-เว-นะ วิ-นา-สะ-เมน-ตุ
ยัน-ทุน-นิ-มิด-ตัง อะ-วะ-มัง-คะ-ลัน-จะโย จา-มะ-นา-โป สะ-กุ-นัด-สะ สัด-โทปา-ปัก-คะ-โห ทุด-สุ-ปิ-นัง อะ-กัน-ตังทำ-มา-นุ-พา-เว-นะ วิ-นา-สะ-เมน-ตุ
ยัน-ทุน-นิ-มิด-ตัง อะ-วะ-มัง-คะ-ลัน-จะโย จา-มะ-นา-โป สะ-กุ-นัด-สะ สัด-โทปา-ปัก-คะ-โห ทุด-สุ-ปิ-นัง อะ-กัน-ตังสัง-คา-นุ-พา-เว-นะ วิ-นา-สะ-เมน-ตุ
คำแปล
(เชิญเถิด มาสวดอภยปริตรกัน)
ลางร้ายใด ๆ สิ่งอวมงคลใด ๆเสียงนกที่ไม่น่าพอใจใด ๆเคราะห์ร้ายจากดวงดาว และฝันร้ายที่ไม่น่าปรารถนาใด ๆขอสิ่งเหล่านั้นจงพินาศไปด้วยพระพุทธานุภาพ
ลางร้ายใด ๆ สิ่งอวมงคลใด ๆเสียงนกที่ไม่น่าพอใจใด ๆเคราะห์ร้ายจากดวงดาว และฝันร้ายที่ไม่น่าปรารถนาใด ๆขอสิ่งเหล่านั้นจงพินาศไปด้วยพระธรรมานุภาพ
ลางร้ายใด ๆ สิ่งอวมงคลใด ๆเสียงนกที่ไม่น่าพอใจใด ๆเคราะห์ร้ายจากดวงดาว และฝันร้ายที่ไม่น่าปรารถนาใด ๆขอสิ่งเหล่านั้นจงพินาศไปด้วยพระสังฆานุภาพ
ความหมายของอภยปริตร
อภยปริตร แปลว่า ปริตรที่ทำให้ไม่มีภัย (อภยะ แปลว่า ความไม่มีภัย) เป็นบทสั้นที่ขอให้ลางร้าย เสียงนกร้องที่ฟังแล้วไม่สบายใจ เคราะห์ร้าย และฝันร้าย พินาศไปด้วยอานุภาพของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ตัวบทมีสามรอบ ต่างกันเพียงคำเดียว คือ พุทธานุภาเวนะ ธัมมานุภาเวนะ และ สังฆานุภาเวนะ
ที่มา: ไม่ได้อยู่ในพระไตรปิฎก
อภยปริตรต่างจากพระปริตรส่วนใหญ่ เพราะ ไม่ได้มาจากพระไตรปิฎก ไม่ใช่พระพุทธพจน์ แต่เป็นคาถาที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ทราบผู้แต่งและยุคสมัยที่แต่งแน่ชัด ถ้อยคำในบทไม่พบในพระบาลีพระไตรปิฎก และตำราไทยที่อธิบายที่มาของพระปริตรก็ระบุว่าอภยปริตรไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก
แม้กระนั้นก็เป็นบทที่ใช้สวดกันแพร่หลาย เป็นบทที่ 11 ในสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) ของไทย ซึ่งขยายจากชุดเจ็ดตำนาน และอยู่ในหนังสือสวดพระปริตรของศรีลังกาด้วย
ความหมายทีละคำ
- ยันทุนนิมิตตัง (ยัง + ทุนนิมิตตัง) — ลางร้ายใด ๆ
- อะวะมังคะลัญจะ — และสิ่งอัปมงคล
- โย จามะนาโป สะกุณัสสะ สัทโท — และเสียงนกร้องที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งคนโบราณถือว่าเป็นลาง
- ปาปัคคะโห — ดาวร้าย คือเคราะห์ร้ายตามความเชื่อทางโหราศาสตร์
- ทุสสุปินัง อะกันตัง — ฝันร้ายที่ไม่น่าปรารถนา
- พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ — ขอสิ่งเหล่านั้นจงพินาศไปด้วยพระพุทธานุภาพ รอบที่สองและสามเปลี่ยนเป็นพระธรรมานุภาพและพระสังฆานุภาพ
พระพุทธศาสนามองเรื่องลางร้ายอย่างไร
พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เชื่อลางบอกเหตุ ในมงคลสูตร เมื่อมีผู้ทูลถามว่าอะไรคือมงคล พระพุทธเจ้าตรัสตอบด้วยการกระทำและคุณธรรม 38 ประการ ไม่มีข้อใดเป็นฤกษ์ยามหรือลาง และในจัณฑาลสูตร อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ทรงสอนว่าอุบาสกที่ดี "ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล" ส่วนอุบาสกที่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อมงคลแต่ไม่เชื่อกรรม ทรงเรียกว่าอุบาสกจัณฑาล
เมื่ออ่านคู่กับหลักนี้ อภยปริตรจึงไม่ได้ยืนยันว่าลางร้ายมีอำนาจจริง แต่ใช้ในยามที่ใจหวั่นไหวกับลางหรือฝันร้าย เพื่อดึงใจออกจากความกลัว กลับมาระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พึ่งที่แท้จริง
ใช้อย่างไรเมื่อฝันร้าย
เมื่อตื่นจากฝันร้ายแล้วใจไม่สงบ การสวดบทสั้นที่ซ้ำสามรอบช่วยให้ใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน จากนั้นต่อด้วยบทแผ่เมตตา ก่อนหลับต่อ ฝันร้ายมักสัมพันธ์กับความเครียดและการนอนไม่พอ หากฝันร้ายบ่อยผิดปกติหรือรบกวนการนอนมาก ควรปรึกษาแพทย์ควบคู่ไปด้วย
ควรสวดตอนไหน
สวดเมื่อตื่นจากฝันร้าย ก่อนนอนในคืนที่ใจไม่สงบ หรือเมื่อเห็นสิ่งที่ทำให้กังวลว่าเป็นลางไม่ดี บทสั้นมาก จึงสวดได้แม้ในยามที่ยังง่วงหรือใจยังไม่นิ่ง
แนะนำให้สวดต่อด้วยบทแผ่เมตตา หรือบทสวดมนต์ก่อนนอน ส่วนในการสวดสิบสองตำนาน อภยปริตรเป็นบทที่ 11 สวดต่อจากโพชฌังคปริตร
ความถี่ที่แนะนำ
สวดเมื่อฝันร้ายหรือรู้สึกกังวล ครั้งละ 1 จบ (ครบสามรอบตามตัวบท) และสวดในการเจริญพระพุทธมนต์สิบสองตำนาน
คำถามที่พบบ่อย
อภยปริตร แปลว่าอะไร
อภยะ แปลว่า ความไม่มีภัย ปริตร แปลว่า เครื่องคุ้มครองป้องกัน อภยปริตรจึงแปลว่า ปริตรที่ทำให้ปราศจากภัย เนื้อหาขอให้ลางร้าย เสียงนกร้องอัปมงคล เคราะห์ร้าย และฝันร้าย พินาศไปด้วยอานุภาพของพระรัตนตรัย
อภยปริตรอยู่ในพระไตรปิฎกไหม
ไม่อยู่ อภยปริตรเป็นคาถาที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ทราบผู้แต่งแน่ชัด ไม่ใช่พระพุทธพจน์ แต่ใช้สวดแพร่หลายทั้งในสิบสองตำนานของไทยและในการสวดพระปริตรของศรีลังกา
ฝันร้ายควรสวดบทไหน
บทที่นิยมคืออภยปริตร เพราะเนื้อหากล่าวถึงฝันร้ายโดยตรง สวดเมื่อตื่นจากฝันร้ายหรือก่อนนอน แล้วต่อด้วยบทแผ่เมตตา เพื่อให้ใจผ่อนคลายก่อนหลับต่อ
อภยปริตรต้องสวดกี่จบ
ตัวบทมีสามรอบอยู่แล้ว คือรอบพระพุทธ รอบพระธรรม และรอบพระสงฆ์ สวดครบสามรอบนับเป็น 1 จบ ไม่มีการกำหนดจำนวนจบไว้ การสวดหลายจบเป็นความนิยมของแต่ละคน
ฝันร้ายเป็นลางบอกเหตุจริงไหม
พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้เชื่อลางบอกเหตุ ในจัณฑาลสูตร พระพุทธเจ้าทรงสอนให้อุบาสกเชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคลตื่นข่าว การสวดอภยปริตรจึงเป็นการดึงใจออกจากความกลัว กลับมาระลึกถึงพระรัตนตรัย มากกว่าการแก้ลาง
ยันทุนนิมิตตัง อ่านว่าอะไร แปลว่าอะไร
อ่านว่า ยัน-ทุน-นิ-มิด-ตัง มาจาก ยัง (ใด ๆ) กับ ทุนนิมิตตัง (ลางร้าย) แปลรวมว่า ลางร้ายใด ๆ เป็นคำขึ้นต้นของอภยปริตร จึงมีผู้เรียกบทนี้ตามคำขึ้นต้นว่า บทยันทุนนิมิตตัง
อภยปริตรกับบทแผ่เมตตา ต่างกันอย่างไร
อภยปริตรอ้างคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้สิ่งร้ายพินาศไป ส่วนบทแผ่เมตตาเป็นการส่งความปรารถนาดีให้ตนเองและผู้อื่น สองบทนี้สวดต่อกันได้ดี โดยเฉพาะหลังตื่นจากฝันร้าย
แหล่งอ้างอิง
อภยปริตรไม่ปรากฏในพระไตรปิฎก เป็นคาถาที่โบราณาจารย์แต่งขึ้นภายหลัง ไม่ทราบผู้แต่งแน่ชัด ใช้สวดเป็นบทที่ 11 ในสิบสองตำนานของไทย และอยู่ในหนังสือสวดพระปริตรของศรีลังกาด้วย ตัวบทตรวจกับหนังสือ A Chanting Guide ของคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา และหนังสือ Safeguard Recitals (ฉบับศรีลังกา) ตรงกันทุกคำ สะกดตามแบบที่ใช้ในหนังสือสวดมนต์ไทย
พร้อมสวดแล้วหรือยัง?
เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา
กำลังสวดตามชุด
สิบสองตำนาน
บทที่ 12 จาก 13
-
นมการสิทธิคาถา
-
มงคลสูตร
-
รัตนสูตร
-
กรณียเมตตสูตร
-
ขันธปริตร
-
โมรปริตร
-
วัฏฏกปริตร
-
ธชัคคสูตร
-
อาฏานาฏิยปริตร
-
อังคุลิมาลปริตร
-
โพชฌังคปริตร
-
อภยปริตร
-
มหาการุณิโก