โมรปริตร (บทสวดนกยูงทอง)

โมรปริตรครบทั้งบทเช้าและบทเย็น พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล เรื่องนกยูงทองในโมรชาดกที่พรานจับไม่ได้ตลอดหกรัชกาล และเหตุที่ถูกจับได้ในเช้าวันที่ไม่ได้สวด

พระปริตร 2 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดโมรปริตร

(หันทะ มะยัง โมระปะริตตัง ภะณามะ เส)

บทเช้า

อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชาหะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสังตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง ฯ

เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเมเต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุนะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยานะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยาอิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

บทเย็น

อะเปตะยัญจักขุมา เอกะราชาหะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโสตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสังตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง ฯ

เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเมเต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุนะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยานะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยาอิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร วาสะมะกัปปะยีติ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(หัน-ทะ มะ-ยัง โม-ระ-ปะ-ริด-ตัง พะ-นา-มะ เส)

บทเช้า

อุ-เท-ตะ-ยัน-จัก-ขุ-มา เอ-กะ-รา-ชาหะ-ริด-สะ-วัน-โน ปะ-ถะ-วิบ-ปะ-พา-โสตัง ตัง นะ-มัด-สา-มิ หะ-ริด-สะ-วัน-นัง ปะ-ถะ-วิบ-ปะ-พา-สังตะ-ยัด-ชะ คุด-ตา วิ-หะ-เร-มุ ทิ-วะ-สัง

เย พราม-มะ-นา เว-ทะ-คุ สับ-พะ-ทำ-เมเต เม นะ-โม เต จะ มัง ปา-ละ-ยัน-ตุนะ-มัด-ถุ พุด-ทา-นัง นะ-มัด-ถุ โพ-ทิ-ยานะ-โม วิ-มุด-ตา-นัง นะ-โม วิ-มุด-ติ-ยาอิ-มัง โส ปะ-ริด-ตัง กัด-ตะ-วา โม-โร จะ-ระ-ติ เอ-สะ-นา

บทเย็น

อะ-เป-ตะ-ยัน-จัก-ขุ-มา เอ-กะ-รา-ชาหะ-ริด-สะ-วัน-โน ปะ-ถะ-วิบ-ปะ-พา-โสตัง ตัง นะ-มัด-สา-มิ หะ-ริด-สะ-วัน-นัง ปะ-ถะ-วิบ-ปะ-พา-สังตะ-ยัด-ชะ คุด-ตา วิ-หะ-เร-มุ รัด-ติง

เย พราม-มะ-นา เว-ทะ-คุ สับ-พะ-ทำ-เมเต เม นะ-โม เต จะ มัง ปา-ละ-ยัน-ตุนะ-มัด-ถุ พุด-ทา-นัง นะ-มัด-ถุ โพ-ทิ-ยานะ-โม วิ-มุด-ตา-นัง นะ-โม วิ-มุด-ติ-ยาอิ-มัง โส ปะ-ริด-ตัง กัด-ตะ-วา โม-โร วา-สะ-มะ-กับ-ปะ-ยี-ติ

คำแปล

(เชิญเถิด มาสวดโมรปริตรกัน)

บทเช้า

พระอาทิตย์ผู้เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชามีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วปฐพี กำลังอุทัยขึ้นมาข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ผู้มีสีดังทองส่องสว่างทั่วปฐพีขอข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านคุ้มครองแล้ว พึงอยู่เป็นสุขตลอดวันนี้

ท่านผู้ลอยบาปแล้วเหล่าใด เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวงขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่ท่านเหล่านั้น และขอท่านโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมแด่พระโพธิญาณขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมนกยูงนั้นทำปริตรนี้แล้ว จึงเที่ยวไปแสวงหาอาหาร

บทเย็น

พระอาทิตย์ผู้เป็นดวงตาของโลก เป็นเอกราชามีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วปฐพี กำลังจะลาลับไปข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระอาทิตย์นั้น ผู้มีสีดังทองส่องสว่างทั่วปฐพีขอข้าพเจ้าทั้งหลายอันท่านคุ้มครองแล้ว พึงอยู่เป็นสุขตลอดคืนนี้

ท่านผู้ลอยบาปแล้วเหล่าใด เป็นผู้รู้จบในธรรมทั้งปวงขอความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีแด่ท่านเหล่านั้น และขอท่านโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอนอบน้อมแด่พระโพธิญาณขอนอบน้อมแด่ท่านผู้หลุดพ้นแล้ว ขอนอบน้อมแด่วิมุตติธรรมนกยูงนั้นทำปริตรนี้แล้ว จึงเข้าที่พักอาศัย

ความหมายของโมรปริตร

โมรปริตรคือคาถาที่พระโพธิสัตว์ครั้งเกิดเป็นนกยูงทองใช้สวดคุ้มครองตนทุกเช้าและทุกเย็น บทนี้จึงมีสองท่อนคู่กัน ท่อนเช้าขึ้นต้นว่า อุเทตะ (กำลังขึ้น) และขอให้อยู่เป็นสุขตลอด ทิวะสัง (กลางวัน) ท่อนเย็นขึ้นต้นว่า อะเปตะ (กำลังตก) และขอให้อยู่เป็นสุขตลอด รัตติง (กลางคืน) โมรปริตรเป็นบทที่ 5 ในชุดเจ็ดตำนาน สวดต่อจากขันธปริตร และก่อนธชัคคสูตร

ที่มา: โมรชาดก

คาถาทั้งสี่บทของโมรปริตรอยู่ในโมรชาดก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต ในพระไตรปิฎก ส่วนเรื่องราวของนกยูงทองเล่าไว้ในอรรถกถาชาดก ดังนี้

  • เหตุที่ทรงเล่า — ที่พระเชตวัน มีภิกษุรูปหนึ่งกระสันอยากสึกเพราะเห็นหญิงแต่งกายงดงาม พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง
  • นกยูงทอง — ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดเป็นนกยูงสีทอง อาศัยอยู่บนเขาทัณฑกหิรัญในป่าหิมพานต์ ทุกเช้าเมื่อเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นจะสวดท่อนเช้าก่อนออกหาอาหาร ทุกเย็นจะสวดท่อนเย็นก่อนเข้านอน
  • พรานจับไม่ได้ — พระนางเขมา มเหสีของพระเจ้าพาราณสี ทรงสุบินเห็นนกยูงทองแสดงธรรม จึงอยากฟัง พระราชาส่งพรานไปดักจับ แต่บ่วงไม่รัดเท้านกยูงเลย พรานพยายามอยู่เจ็ดปีจนตายไป พระนางเขมาก็สิ้นพระชนม์โดยไม่สมหวัง
  • จารึกแผ่นทอง — พระราชาทรงกริ้ว จึงให้จารึกแผ่นทองว่า ผู้ที่ได้กินเนื้อนกยูงทองจะไม่แก่ไม่ตาย กษัตริย์ที่ครองราชย์ต่อมาส่งพรานไปอีก จนผ่านไปหกรัชกาลก็ยังจับไม่ได้
  • เช้าวันที่ไม่ได้สวด — พรานในรัชกาลที่เจ็ดสังเกตว่านกยูงสวดปริตรก่อนออกหากิน จึงฝึกนางนกยูงให้ร้องตามสัญญาณ แล้วดักบ่วงไว้แต่เช้าก่อนนกยูงทองจะสวด เมื่อได้ยินเสียงนางนกยูง นกยูงทองเกิดความกำหนัดจนไม่ได้สวดปริตร จึงติดบ่วง
  • สอนธรรมแก่พระราชา — นกยูงทองถามพระราชาว่า ถ้าตนต้องตาย เนื้อของตนจะทำให้ใครไม่ตายได้อย่างไร แล้วเล่าว่าตนมีสีทองเพราะชาติก่อนเป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่รักษาศีลห้า ให้พิสูจน์ด้วยรถแก้วที่จมอยู่ใต้สระมงคลโบกขรณี เมื่อพบรถจริง พระราชาก็เลื่อมใส นกยูงทองแสดงธรรมให้ตั้งอยู่ในศีล แล้วบินกลับเขาทัณฑกหิรัญ

เมื่อจบเรื่อง ภิกษุผู้กระสันได้บรรลุพระอรหัต พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระราชาในครั้งนั้นคือพระอานนท์ และนกยูงทองคือพระองค์เอง

ความหมายของแต่ละท่อน

  • อุเทตะยัญจักขุมา เอกะราชา — ยกย่องดวงอาทิตย์ว่าเป็นดวงตาของโลกและเป็นราชาหนึ่งเดียวแห่งแสงสว่าง มีสีดังทอง ส่องสว่างทั่วแผ่นดิน
  • ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง — ขอให้ได้รับการคุ้มครองและอยู่เป็นสุขตลอดวันนี้ ท่อนเย็นเปลี่ยนเป็น รัตติง คือตลอดคืนนี้
  • เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม — นอบน้อมท่านผู้ลอยบาปแล้วและรู้แจ้งธรรมทั้งปวง อรรถกถาอธิบายว่า พราหมะณา ในที่นี้คือผู้บริสุทธิ์ที่ลอยบาปแล้ว ไม่ได้หมายถึงพราหมณ์โดยกำเนิด
  • นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา — นอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตและพระโพธิญาณ คือความตรัสรู้ของพระองค์
  • นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา — นอบน้อมท่านผู้หลุดพ้นแล้ว และวิมุตติคือความหลุดพ้น
  • อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา — ประโยคเล่าเรื่องว่า นกยูงทำปริตรนี้แล้วจึงออกหาอาหาร (ท่อนเช้า) หรือจึงเข้าที่พัก (ท่อนเย็น)

นอบน้อมดวงอาทิตย์ ผิดหลักไหม

ท่อนแรกเป็นการนอบน้อมดวงอาทิตย์ตามคติอินเดียโบราณ ชาดกเล่าตรง ๆ ว่านกยูงไหว้ดวงอาทิตย์ แต่ท่อนที่สองซึ่งเป็นสาระของปริตร หันมานอบน้อมพระพุทธเจ้า พระโพธิญาณ ผู้หลุดพ้น และความหลุดพ้น เมื่อชาวพุทธสวดบทนี้ จึงเป็นการเริ่มและจบแต่ละวันด้วยการระลึกถึงพระพุทธคุณ ไม่ใช่การบูชาดวงอาทิตย์เป็นเทพเจ้า

บทเรียนจากนกยูงทอง

ตามเรื่องในอรรถกถา นกยูงทองปลอดภัยมาตลอดเพราะสวดทุกเช้าและทุกเย็นไม่ขาด และพลาดท่าในเช้าวันเดียวที่ปล่อยให้ความกำหนัดดึงใจไปจนไม่ได้สวด พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้แก่ภิกษุที่กำลังหวั่นไหวเพราะเห็นหญิงงาม ใจความจึงอยู่ที่ ความไม่ประมาทและการรักษาใจอย่างสม่ำเสมอ มากกว่าอานุภาพของถ้อยคำ

โมรปริตรในคัมภีร์อื่น

คัมภีร์มิลินทปัญหายกโมรปริตรเป็นหนึ่งในพระปริตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ร่วมกับรัตนสูตร เมตตสูตร ขันธปริตร ธชัคคปริตร อาฏานาฏิยปริตร และอังคุลิมาลปริตร และพระคาถาชินบัญชร คาถาที่ 11 อัญเชิญโมรปริตรคู่กับขันธปริตรและอาฏานาฏิยปริตรมาเป็นหลังคากางกั้นอยู่เบื้องบน

ควรสวดตอนไหน

สวดท่อนเช้าตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน และท่อนเย็นตอนค่ำหรือก่อนนอน ตามแบบที่นกยูงทองในชาดกปฏิบัติ ถ้าสวดครั้งเดียวในการทำวัตรหรือในการสวดเจ็ดตำนาน ให้สวดทั้งสองท่อนต่อกันตามลำดับ

บทนี้สั้น จึงเหมาะกับการสวดประจำทุกวัน เช่น สวดท่อนเช้าต่อจากทำวัตรเช้า และสวดท่อนเย็นก่อนบทสวดมนต์ก่อนนอน

ความถี่ที่แนะนำ

ทุกวัน วันละ 2 ช่วง คือท่อนเช้าตอนเช้าและท่อนเย็นตอนค่ำ หรือสวดทั้งสองท่อนต่อกันในชุดเจ็ดตำนาน

คำถามที่พบบ่อย

โมรปริตร แปลว่าอะไร

โมระ แปลว่า นกยูง ปริตร แปลว่า เครื่องคุ้มครองป้องกัน โมรปริตรจึงแปลว่า ปริตรของนกยูง คือคาถาที่นกยูงทองในโมรชาดกใช้สวดคุ้มครองตน คนไทยจึงเรียกว่าคาถานกยูงทอง หรือคาถาพญานกยูงทอง

โมรปริตร มีที่มาจากไหน

คาถาทั้งสี่บทอยู่ในโมรชาดก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต ในพระไตรปิฎก ส่วนเรื่องนกยูงทองที่พรานจับไม่ได้ตลอดหกรัชกาลมาจากอรรถกถาชาดก ซึ่งเล่าว่านกยูงทองคือพระโพธิสัตว์

ต้องสวดโมรปริตรแยกเช้าและเย็นไหม

ตามเรื่องในชาดก นกยูงสวดท่อนเช้าตอนเช้าและท่อนเย็นตอนเย็น จะสวดแยกตามเวลาแบบนั้นก็ได้ ส่วนในการสวดเจ็ดตำนานและในหนังสือสวดมนต์ทั่วไปจะสวดทั้งสองท่อนต่อกัน ใช้ได้ทั้งสองแบบ

สวดโมรปริตรแล้วได้อะไร

ในชาดก นกยูงปลอดภัยจากพรานตลอดเวลาที่สวดไม่ขาด ส่วนความเชื่อว่าช่วยป้องกันภัยจากผู้คิดร้ายเป็นความเชื่อที่ถือกันมา ประโยชน์ที่เห็นได้จริงคือการเริ่มและจบวันด้วยการระลึกถึงพระพุทธคุณ ทำให้ใจตั้งมั่นและไม่ประมาท

โมรปริตรไหว้พระอาทิตย์ ผิดหลักพุทธไหม

ท่อนแรกเป็นการนอบน้อมดวงอาทิตย์ตามคติอินเดียโบราณ แต่ท่อนที่ตามมาคือการนอบน้อมพระพุทธเจ้า พระโพธิญาณ และความหลุดพ้น ซึ่งเป็นสาระของบท ผู้สวดจึงไม่ได้บูชาดวงอาทิตย์เป็นเทพเจ้า แต่ใช้การขึ้นและตกของดวงอาทิตย์เป็นเวลาระลึกถึงพระพุทธคุณ

พราหมณ์ในโมรปริตรหมายถึงใคร

อรรถกถาโมรชาดกอธิบายว่า พราหมะณา ในที่นี้คือผู้บริสุทธิ์ที่ลอยบาปแล้ว และ เวทะคุ คือผู้ถึงฝั่งแห่งความรู้ หมายถึงพระพุทธเจ้าและท่านผู้หลุดพ้น ไม่ได้หมายถึงพราหมณ์ตามชาติกำเนิด

โมรปริตรอยู่ในเจ็ดตำนานไหม

อยู่ เป็นบทที่ 5 ทั้งในเจ็ดตำนานและสิบสองตำนาน สวดต่อจากขันธปริตร ดูลำดับบทสวดทั้งชุดได้ที่ชุดสวดเจ็ดตำนาน

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทตรงกับคาถาในโมรชาดก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต (พระไตรปิฎกเล่ม ๒๗) ตรวจทานกับพระบาลีฉบับ SuttaCentral และหนังสือ A Chanting Guide ของคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา สะกดตามแบบที่ใช้ในหนังสือสวดมนต์ไทย เรื่องนกยูงทองและคำอธิบายศัพท์อ้างตามอรรถกถาโมรชาดก

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด