ไตรสรณคมน์ (สรณคมนปาฐะ)

ไตรสรณคมน์ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ครบ 3 รอบ พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปลทีละคำ ที่มาในพระไตรปิฎก และลำดับการว่าตามพระในพิธีรับศีล

บทบูชา 1 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดไตรสรณคมน์

(ตั้งนะโม ๓ จบ ก่อนเริ่มสวด)

(หันทะ มะยัง ติสะระณะคะมะนะปาฐัง ภะณามะ เส)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิธัมมัง สะระณัง คัจฉามิสังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(หัน-ทะ มะ-ยัง ติ-สะ-ระ-นะ-คะ-มะ-นะ-ปา-ถัง พะ-นา-มะ เส)

พุด-ทัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิทำ-มัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิสัง-คัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิ

ทุ-ติ-ยำ-ปิ พุด-ทัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิทุ-ติ-ยำ-ปิ ทำ-มัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิทุ-ติ-ยำ-ปิ สัง-คัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิ

ตะ-ติ-ยำ-ปิ พุด-ทัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิตะ-ติ-ยำ-ปิ ทำ-มัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิตะ-ติ-ยำ-ปิ สัง-คัง สะ-ระ-นัง คัด-ฉา-มิ

คำแปล

(เชิญเถิด มาสวดบทถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะกัน)

ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งแม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งแม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่งแม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถึงพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

ความหมายของไตรสรณคมน์

แปลทีละคำ

  • พุทธัง (พุทฺธํ) — พระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้
  • ธัมมัง (ธมฺมํ) — พระธรรม คำสอนและความจริงที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ
  • สังฆัง (สงฺฆํ) — พระสงฆ์ หมู่สาวกผู้ปฏิบัติตามพระธรรม
  • สะระณัง (สรณํ) — ที่พึ่ง ที่ระลึก
  • คัจฉามิ (คจฺฉามิ) — ข้าพเจ้าถึง ข้าพเจ้าไปหา
  • ทุติยัมปิ (ทุติยมฺปิ) — แม้ครั้งที่สอง
  • ตะติยัมปิ (ตติยมฺปิ) — แม้ครั้งที่สาม

รวมกันจึงแปลว่า "ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง" แล้วเปลี่ยนเป็นพระธรรมและพระสงฆ์ในบรรทัดถัดไป ชื่อ ไตรสรณคมน์ (อ่านว่า ไตร-สะ-ระ-นะ-คม) มาจาก ไตร (สาม) สรณ (ที่พึ่ง) และคมน์ (การถึง) แปลว่า การถึงที่พึ่งทั้งสาม คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ที่มาในพระไตรปิฎก

คำถึงสรณะชุดนี้เป็นถ้อยคำในพระไตรปิฎกโดยตรง ไม่ได้แต่งขึ้นภายหลัง

  • ขุททกปาฐะ บทแรกชื่อ สรณคมน์ (ขุททกนิกาย พระไตรปิฎกเล่ม 25) มีคำถึงสรณะครบสามรอบตามที่สวดกันทุกวันนี้ และในฉบับบาลี คัมภีร์นี้ขึ้นต้นด้วยคำนอบน้อม นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ก่อน
  • พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่าว่าพ่อค้าสองคนชื่อ ตปุสสะ และ ภัลลิกะ ถวายสัตตุผงและสัตตุก้อนแด่พระพุทธเจ้าผู้เพิ่งตรัสรู้ แล้วขอถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมเป็นที่พึ่ง เป็นอุบาสกคู่แรกของโลกที่ถึงสรณะสอง เพราะขณะนั้นยังไม่มีพระสงฆ์
  • ต่อมา บิดาของพระยสะ ฟังธรรมแล้วขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระภิกษุสงฆ์เป็นที่พึ่ง พระวินัยบันทึกว่าท่านเป็นอุบาสกคนแรกในโลกที่ถึงสรณะครบสาม ส่วนมารดาและภรรยาเก่าของพระยสะเป็นอุบาสิกาคู่แรกที่ถึงสรณะครบสาม
  • ในมหาขันธกะเช่นกัน พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้บวชด้วยการว่าไตรสรณคมน์ครบสามรอบ ต่อมาทรงเปลี่ยนการอุปสมบทพระภิกษุเป็นแบบญัตติจตุตถกรรม แต่การบรรพชาสามเณรยังคงใช้ไตรสรณคมน์ ดังที่พระสารีบุตรบรรพชาราหุลกุมาร

สรณะ หมายถึงอะไร

อรรถกถาขุททกปาฐะอธิบายว่า พระรัตนตรัยได้ชื่อว่าสรณะ เพราะ กำจัดภัย คือความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ทุกข์ และทุคติ ของผู้ที่ถึงสรณะ และอธิบายด้วยอุปมาหลายข้อ เช่น พระพุทธเจ้าเหมือนแพทย์ผู้ฉลาด พระธรรมเหมือนยาที่ปรุงไว้ถูกต้อง พระสงฆ์เหมือนผู้ที่หายป่วยเพราะใช้ยานั้น หรือพระพุทธเจ้าเหมือนผู้ชี้ทาง พระธรรมเหมือนทางที่ปลอดภัย พระสงฆ์เหมือนผู้เดินทางที่ไปถึงที่ปลอดภัยแล้ว

ประเด็นสำคัญคือ การถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่การมอบชีวิตให้สิ่งภายนอกจัดการแทน แต่เป็นการยอมรับว่าจะเดินตามทางที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ ใช้ปัญญาแก้ทุกข์ด้วยตนเอง โดยมีพระธรรมเป็นแผนที่ และมีพระสงฆ์เป็นตัวอย่างของผู้ที่เดินทางไปก่อน

ที่พึ่งอันเกษมในธรรมบท

ในธรรมบท พุทธวรรค (คาถาที่ 188–192) พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนจำนวนมากเมื่อถูกภัยคุกคาม ก็ถือเอาภูเขา ป่า สวน ต้นไม้ และเจดีย์เป็นที่พึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ที่พึ่งอันเกษม ส่วนผู้ที่ถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เป็นสรณะ แล้วเห็นอริยสัจสี่ด้วยปัญญาชอบ คือ ทุกข์ เหตุเกิดทุกข์ ความดับทุกข์ และมรรคมีองค์แปด นั่นคือที่พึ่งอันเกษมและสูงสุด ที่ทำให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวง (อรรถกถาธรรมบทเล่าว่าตรัสในเรื่องอัคคิทัตตพราหมณ์)

ทำไมต้องว่าซ้ำ 3 ครั้ง

ถ้อยคำ ทุติยัมปิ และ ตะติยัมปิ (แม้ครั้งที่สอง แม้ครั้งที่สาม) มีอยู่ในตัวบทในพระไตรปิฎกเอง ทั้งในขุททกปาฐะและในพระวินัยที่ทรงกำหนดวิธีบวชด้วยไตรสรณคมน์ พระไตรปิฎกไม่ได้อธิบายเหตุผลไว้ แต่การทำซ้ำสามครั้งเป็นแบบแผนของพิธีในพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับนะโม 3 จบ เพื่อแสดงความตั้งใจจริง และให้ใจได้ยืนยันซ้ำจนมั่นคง

ไตรสรณคมน์อยู่ตรงไหนในพิธี

  • รับศีล 5 หรือศีล 8 — หลังอาราธนาศีล พระว่านะโม 3 จบนำ ผู้รับศีลว่าตาม แล้วจึงว่าไตรสรณคมน์ตามพระทีละบรรทัด ก่อนรับศีลทีละข้อ (ดูขั้นตอนด้านล่าง)
  • บวชสามเณร — ผู้บวชว่าไตรสรณคมน์ตามพระ ตามที่พระวินัยกำหนดให้บรรพชาสามเณรด้วยไตรสรณคมน์
  • งานบุญต่าง ๆ — เช่น ทอดกฐิน และทอดผ้าป่า ซึ่งมีการรับศีลก่อนกล่าวคำถวาย
  • สวดมนต์ประจำวัน — หนังสือสวดมนต์หลายเล่มจัดไว้ต่อจากนะโม 3 จบ เช่น บทสวดมนต์ก่อนนอน

ไตรสรณคมน์ ภาษาบาลีและอักษรโรมัน

ภาษาบาลีแบบมีพินทุ (อักษรไทย)

เขียนตามพระไตรปิฎกฉบับบาลีอักษรไทย เล่ม 25 จุดใต้ตัวอักษร (พินทุ) หมายถึงตัวนั้นไม่มีสระ พยัญชนะที่ไม่มีรูปสระให้อ่านมีเสียง อะ และวงกลมเล็กบนตัวอักษร (นิคหิต) อ่านเป็นเสียง อัง เช่น สรณํ อ่านว่า สะระณัง จึงอ่านออกมาเหมือนบทข้างบนทุกคำ

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิสงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

อักษรโรมัน

สำหรับผู้ที่อ่านอักษรไทยไม่คล่อง หรือใช้คู่กับหนังสือสวดมนต์ภาษาอังกฤษ

Buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmiDhammaṁ saraṇaṁ gacchāmiSaṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi

Dutiyampi buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmiDutiyampi dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmiDutiyampi saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi

Tatiyampi buddhaṁ saraṇaṁ gacchāmiTatiyampi dhammaṁ saraṇaṁ gacchāmiTatiyampi saṅghaṁ saraṇaṁ gacchāmi

ไตรสรณคมน์ในพิธีรับศีล

  1. อาราธนาศีล

    ผู้ร่วมพิธีประนมมือ กล่าวคำอาราธนาศีลพร้อมกัน 3 ครั้ง ในคำอาราธนามีคำว่า ติสะระเณนะ สะหะ แปลว่า ขอศีลพร้อมทั้งไตรสรณะ

  2. ว่านะโม 3 จบตามพระ

    พระสงฆ์ว่านะโม ตัสสะนำทีละวรรค ผู้รับศีลว่าตามจนครบ 3 จบ

  3. ว่าไตรสรณคมน์ตามพระทีละบรรทัด

    ว่าตามพระตั้งแต่ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ จนครบสามรอบ ถึง ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ไม่ต้องว่าล่วงหน้า รอให้พระว่าจบแต่ละบรรทัดก่อน

  4. รับว่า อามะ ภันเต

    พระว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง แปลว่า การถึงไตรสรณะจบแล้ว ผู้รับศีลตอบพร้อมกันว่า อามะ ภันเต แปลว่า ครับ (ค่ะ) ท่านผู้เจริญ

  5. รับศีลทีละข้อ

    ว่าศีลตามพระทีละข้อจนครบ เมื่อพระกล่าวสรุปอานิสงส์ของศีลจบ ให้รับว่า สาธุ แล้วกราบ 3 ครั้ง

ควรสวดตอนไหน

ว่าต่อจากนะโม 3 จบเสมอ ทั้งเมื่อสวดมนต์เองและในพิธี ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที จึงสวดได้ทุกวัน ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน วันที่มีเวลาน้อยมาก การว่านะโม 3 จบกับไตรสรณคมน์ ก็เป็นการทบทวนหลักของชาวพุทธที่ครบในตัว

ในพิธีรับศีล ให้ว่าตามพระทีละบรรทัด เมื่อพระว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง ให้รับว่า อามะ ภันเต

ความถี่ที่แนะนำ

สวดทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ต่อจากนะโม 3 จบ และทุกครั้งที่รับศีล

คำถามที่พบบ่อย

ไตรสรณคมน์ แปลว่าอะไร

แปลว่า การถึงที่พึ่งทั้งสาม มาจาก ไตร (สาม) สรณะ (ที่พึ่ง) และคมน์ (การถึง) หมายถึงการประกาศว่าถือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งของชีวิต

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ แปลว่าอะไร

แปลว่า "ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง" บรรทัดถัดไปเปลี่ยนเป็นธัมมัง (พระธรรม) และสังฆัง (พระสงฆ์) แล้วว่าซ้ำอีกสองรอบโดยขึ้นต้นด้วย ทุติยัมปิ (แม้ครั้งที่สอง) และตะติยัมปิ (แม้ครั้งที่สาม)

ทำไมต้องว่าไตรสรณคมน์ 3 รอบ

ถ้อยคำสามรอบมีในพระไตรปิฎกเอง ทั้งในขุททกปาฐะและในพระวินัยที่ทรงกำหนดวิธีบวชด้วยไตรสรณคมน์ การว่าซ้ำสามครั้งเป็นแบบแผนของพิธีในพระพุทธศาสนา แสดงความตั้งใจจริงและความมั่นคง เช่นเดียวกับนะโม 3 จบ

ต้องว่านะโมก่อนไตรสรณคมน์ไหม

ในพิธีรับศีลจะว่านะโม 3 จบก่อนเสมอ แล้วจึงว่าไตรสรณคมน์ นะโมเป็นการนอบน้อมพระพุทธเจ้า ส่วนไตรสรณคมน์เป็นการประกาศถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เป็นคนละบทแต่ใช้ต่อกัน

ใครเป็นคนแรกที่ถึงไตรสรณคมน์

พระวินัยปิฎก มหาวรรค บันทึกว่าบิดาของพระยสะเป็นอุบาสกคนแรกในโลกที่ถึงสรณะครบสาม ก่อนหน้านั้นพ่อค้าตปุสสะและภัลลิกะถึงเพียงพระพุทธเจ้าและพระธรรม เพราะขณะนั้นยังไม่มีพระสงฆ์

ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง ต้องตอบว่าอะไร

ตอบว่า อามะ ภันเต พระจะว่า ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง (การถึงไตรสรณะจบแล้ว) หลังผู้รับศีลว่าไตรสรณคมน์ครบสามรอบ แล้วจึงให้ศีลทีละข้อต่อไป

ไตรสรณคมน์อยู่ในพระไตรปิฎกไหม

อยู่ เป็นบทแรกของขุททกปาฐะชื่อสรณคมน์ และปรากฏในพระวินัยปิฎก มหาวรรค ตอนที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตการบวชด้วยไตรสรณคมน์

สวดไตรสรณคมน์เองที่บ้าน หรือก่อนนอนได้ไหม

ได้ หนังสือสวดมนต์หลายเล่มจัดบทนี้ไว้ต่อจากนะโม 3 จบ ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที เป็นการทบทวนทุกวันว่าเราถือสิ่งใดเป็นที่พึ่งของชีวิต

แหล่งอ้างอิง

ถ้อยคำตรงกับพระบาลีในขุททกปาฐะ บทสรณคมน์ (พระไตรปิฎกเล่ม ๒๕) และในพระวินัยปิฎก มหาวรรค มหาขันธกะ ที่ทรงอนุญาตการบวชด้วยไตรสรณคมน์ (พระไตรปิฎกเล่ม ๔) ตรวจกับหนังสือ A Chanting Guide ของคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา และหนังสือสวดมนต์ภาษาไทย ลำดับในพิธีรับศีลตามหนังสือสวดมนต์ภาษาไทยที่เผยแพร่ใน dhammatalks.org

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด