ขันธปริตร (บทแผ่เมตตาแก่พญางูสี่ตระกูล)

ขันธปริตร (วิรูปักเขหิ เม เมตตัง) ฉบับเต็ม พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล เรื่องภิกษุถูกงูกัดที่เป็นที่มาในพระไตรปิฎก ความหมายของพญางูสี่ตระกูล และควรสวดเมื่อไร

พระปริตร 2 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดขันธปริตร

(หันทะ มะยัง ขันธะปะริตตัง ภะณามะ เส)

วิรูปักเขหิ เม เมตตังเมตตัง เอราปะเถหิ เมฉัพยาปุตเตหิ เม เมตตังเมตตัง กัณหาโคตะมะเกหิ จะ ฯ

อะปาทะเกหิ เม เมตตังเมตตัง ทิปาทะเกหิ เมจะตุปปะเทหิ เม เมตตังเมตตัง พะหุปปะเทหิ เม ฯ

มา มัง อะปาทะโก หิงสิมา มัง หิงสิ ทิปาทะโกมา มัง จะตุปปะโท หิงสิมา มัง หิงสิ พะหุปปะโท ฯ

สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณาสัพเพ ภูตา จะ เกวะลาสัพเพ ภัทรานิ ปัสสันตุมา กิญจิ ปาปะมาคะมา ฯ

อัปปะมาโณ พุทโธอัปปะมาโณ ธัมโมอัปปะมาโณ สังโฆปะมาณะวันตานิ สิริงสะปานิอะหิ วิจฉิกา สะตะปะทีอุณณานาภี สะระพู มูสิกา ฯ

กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตาปะฏิกกะมันตุ ภูตานิโสหัง นะโม ภะคะวะโตนะโม สัตตันนัง สัมมาสัมพุทธานัง ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(หัน-ทะ มะ-ยัง ขัน-ทะ-ปะ-ริด-ตัง พะ-นา-มะ เส)

วิ-รู-ปัก-เข-หิ เม เมด-ตังเมด-ตัง เอ-รา-ปะ-เถ-หิ เมฉับ-พะ-ยา-ปุด-เต-หิ เม เมด-ตังเมด-ตัง กัน-หา-โค-ตะ-มะ-เก-หิ จะ

อะ-ปา-ทะ-เก-หิ เม เมด-ตังเมด-ตัง ทิ-ปา-ทะ-เก-หิ เมจะ-ตุบ-ปะ-เท-หิ เม เมด-ตังเมด-ตัง พะ-หุบ-ปะ-เท-หิ เม

มา มัง อะ-ปา-ทะ-โก หิง-สิมา มัง หิง-สิ ทิ-ปา-ทะ-โกมา มัง จะ-ตุบ-ปะ-โท หิง-สิมา มัง หิง-สิ พะ-หุบ-ปะ-โท

สับ-เพ สัด-ตา สับ-เพ ปา-นาสับ-เพ พู-ตา จะ เก-วะ-ลาสับ-เพ พัด-ทะ-รา-นิ ปัด-สัน-ตุมา กิน-จิ ปา-ปะ-มา-คะ-มา

อับ-ปะ-มา-โน พุด-โทอับ-ปะ-มา-โน ทำ-โมอับ-ปะ-มา-โน สัง-โคปะ-มา-นะ-วัน-ตา-นิ สิ-ริง-สะ-ปา-นิอะ-หิ วิด-ฉิ-กา สะ-ตะ-ปะ-ทีอุน-นา-นา-พี สะ-ระ-พู มู-สิ-กา

กะ-ตา เม รัก-ขา กะ-ตา เม ปะ-ริด-ตาปะ-ติก-กะ-มัน-ตุ พู-ตา-นิโส-หัง นะ-โม พะ-คะ-วะ-โตนะ-โม สัด-ตัน-นัง สำ-มา-สำ-พุด-ทา-นัง

คำแปล

(เชิญเถิด มาสวดขันธปริตรกัน)

ข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลวิรูปักขะข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลเอราปถะข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลฉัพยาปุตตะและข้าพเจ้ามีเมตตาต่อพญางูตระกูลกัณหาโคตมกะ

ข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์ไม่มีเท้าข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์สองเท้าข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์สี่เท้าข้าพเจ้ามีเมตตาต่อสัตว์หลายเท้า

ขอสัตว์ไม่มีเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้าขอสัตว์สองเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้าขอสัตว์สี่เท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้าขอสัตว์หลายเท้าอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า

ขอสัตว์ทั้งปวง ผู้มีลมหายใจทั้งปวงและภูตทั้งหลายทั้งสิ้นจงพบแต่ความเจริญอย่าได้ประสบสิ่งชั่วร้ายใด ๆ เลย

พระพุทธเจ้ามีคุณอันประมาณมิได้พระธรรมมีคุณอันประมาณมิได้พระสงฆ์มีคุณอันประมาณมิได้ส่วนสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายนั้นมีประมาณได้แก่ งู แมงป่อง ตะขาบ แมงมุม ตุ๊กแก และหนู

ข้าพเจ้าได้ทำการรักษาไว้แล้ว ได้ทำปริตรไว้แล้วขอสัตว์ทั้งหลายจงหลีกไปเถิดข้าพเจ้านั้นขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าขอนอบน้อมแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์

ความหมายของขันธปริตร

ขันธปริตรคือบทแผ่เมตตาที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้ภิกษุใช้คุ้มครองตนจากงูและสัตว์มีพิษ จุดเด่นของบทนี้คือวิธีป้องกันภัยที่ทรงสอน ไม่ใช่การขับไล่หรือทำร้ายสัตว์ แต่คือ การแผ่เมตตาให้ก่อน แล้วจึงระลึกถึงพระรัตนตรัย ขันธปริตรเป็นบทที่ 4 ในชุดเจ็ดตำนาน สวดต่อจากกรณียเมตตสูตร และก่อนโมรปริตร

ที่มาในพระไตรปิฎก

ในอหิราชสูตร อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ขณะพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่พระเชตวัน เมืองสาวัตถี มีภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดถึงแก่มรณภาพ ภิกษุจำนวนมากจึงไปกราบทูลเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ภิกษุรูปนั้นคงไม่ได้แผ่เมตตาจิตไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่ คือ วิรูปักขะ เอราปถะ ฉัพยาปุตตะ และกัณหาโคตมกะ หากได้แผ่เมตตาไปแล้ว ก็จะไม่ถูกงูกัดถึงตาย จากนั้นทรงอนุญาตให้ภิกษุแผ่เมตตาแก่ตระกูลพญางูทั้งสี่ เพื่อคุ้มครองตน รักษาตน และป้องกันตน (อัตตะคุตติยา อัตตะรักขายะ อัตตะปะริตตายะ) พร้อมตรัสคาถาที่เป็นตัวบทขันธปริตรนี้

เรื่องเดียวกันนี้บันทึกไว้ในพระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกวัตถุขันธกะ ด้วยถ้อยคำเกือบตรงกัน

ในขันธปริตตชาดก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต ก็มีคาถาชุดนี้ครบทุกบท อรรถกถาชาดกเล่าว่า ภิกษุรูปหนึ่งกำลังผ่าฟืนอยู่ที่ประตูเรือนไฟ งูเลื้อยออกมาจากไม้ผุกัดนิ้วเท้า ภิกษุนั้นมรณภาพในที่นั้นเอง พระพุทธเจ้าจึงทรงเล่าว่า ในอดีตชาติพระองค์เป็นฤๅษีผู้เป็นอาจารย์ของคณะฤๅษีที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในป่าหิมพานต์ เมื่อมีฤๅษีถูกงูกัดตายหลายรูป พระองค์จึงสอนคาถาชุดนี้ให้เจริญเมตตาและระลึกถึงพระพุทธคุณ จนงูทั้งหลายหลีกไป

ความหมายทีละท่อน

  1. วิรูปักเขหิ เม เมตตัง — แผ่เมตตาเจาะจงไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่ ซึ่งเป็นชื่อตระกูลงูตามคติอินเดียโบราณ ปัจจุบันไม่ทราบแน่ชัดว่าตรงกับงูชนิดใด
  2. อะปาทะเกหิ เม เมตตัง — ขยายเมตตาไปถึงสัตว์ทุกชนิด โดยแบ่งตามจำนวนเท้า คือ ไม่มีเท้า สองเท้า สี่เท้า และหลายเท้า ครอบคลุมสัตว์ทั้งหมดโดยไม่ต้องไล่ชื่อทีละชนิด
  3. มา มัง อะปาทะโก หิงสิ — ขอสัตว์ทั้งสี่จำพวกนั้นอย่าได้เบียดเบียนข้าพเจ้า
  4. สัพเพ สัตตา สัพเพ ปาณา — แผ่เมตตาแบบไม่เจาะจง ขอให้สัตว์ทั้งปวงพบแต่ความเจริญ ไม่มีผู้ใดต้องประสบสิ่งชั่วร้าย
  5. อัปปะมาโณ พุทโธ — คุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ประมาณไม่ได้ ส่วนงู แมงป่อง ตะขาบ แมงมุม ตุ๊กแก และหนูเป็นสัตว์ที่มีประมาณ อรรถกถาชาดกอธิบายว่าสัตว์เหล่านั้นชื่อว่ามีประมาณ เพราะยังมีกิเลสอย่างราคะอยู่ในใจ
  6. กะตา เม รักขา กะตา เม ปะริตตา — ประกาศว่าได้ทำเครื่องคุ้มครองแล้ว ขอให้สัตว์ทั้งหลายหลีกไป แล้วนอบน้อมพระผู้มีพระภาคและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ นิยมอธิบายว่าคือพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ที่มีพระนามในมหาปทานสูตรและอาฏานาฏิยสูตร ได้แก่ พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระโคตมะ บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าชุดนี้แบบเต็มอยู่ในอาฏานาฏิยปริตร

ป้องกันภัยด้วยเมตตา

สิ่งที่พระสูตรกล่าวไว้คือ ผู้ที่แผ่เมตตาไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่จะไม่ถูกงูกัดถึงตาย และทรงอนุญาตบทนี้ไว้เพื่อคุ้มครองตน ในทางปฏิบัติ การแผ่เมตตาทำให้ใจไม่ตื่นตระหนกและไม่คิดทำร้ายสัตว์ ซึ่งเป็นท่าทีที่ปลอดภัยกว่าเมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีสัตว์มีพิษ ส่วนท่อนที่เทียบคุณอันประมาณไม่ได้ของพระรัตนตรัยกับสัตว์ที่มีประมาณ ช่วยให้ความกลัวในใจผู้สวดเล็กลง

คัมภีร์มิลินทปัญหายกขันธปริตรเป็นหนึ่งในพระปริตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ และอธิบายว่าพระปริตรคุ้มครองผู้ที่ยังมีอายุเหลืออยู่และไม่มีกรรมเป็นเครื่องกั้น พระนาคเสนเปรียบว่า ทั้งยาและพระปริตรไม่อาจช่วยผู้ที่สิ้นอายุแล้ว หากถูกงูพิษกัดจริง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที บทสวดนี้มีไว้ตั้งสติและเจริญเมตตา ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษา

ขันธปริตรในชินบัญชร

พระคาถาชินบัญชร คาถาที่ 11 อัญเชิญขันธปริตรคู่กับโมรปริตรและอาฏานาฏิยปริตร มาเป็นหลังคากางกั้นอยู่เบื้องบน ในวรรคที่ว่า ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง

ทำไมบางเล่มสะกดต่างกัน

หน้านี้สะกดตามหนังสือสวดมนต์ไทย ซึ่งต่างจากพระบาลีบางฉบับเล็กน้อย เช่น ทิปาทะเกหิ (บางฉบับเป็น ทวิปาทเกหิ) มา กิญจิ (บางฉบับเป็น มา กัญจิ) และ สิริงสะปานิ (บางฉบับเป็น สรีสปานิ) ทุกแบบแปลเหมือนกัน

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดก่อนเข้าป่า ก่อนค้างแรมนอกบ้าน หรือเมื่อต้องอยู่ในที่ที่มีงูและสัตว์มีพิษชุกชุม ซึ่งตรงกับเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตบทนี้ไว้ และสวดเป็นบทที่ 4 ในการสวดเจ็ดตำนาน

ที่บ้านก็สวดได้ โดยเฉพาะหน้าฝนที่งูและสัตว์เลื้อยคลานมักเข้าบ้าน ขณะสวดให้ตั้งใจแผ่เมตตาจริง ๆ ตามถ้อยคำในบท และควรดูแลบ้านให้โล่ง ไม่มีที่ให้สัตว์หลบซ่อนควบคู่กันไป

ความถี่ที่แนะนำ

ไม่ได้กำหนดจำนวนจบ สวด 1 จบก่อนเข้าป่าหรือค้างแรมนอกบ้าน หรือสวดประจำในวันพระพร้อมชุดเจ็ดตำนาน

คำถามที่พบบ่อย

ขันธปริตร แปลว่าอะไร

ปริตร แปลว่า เครื่องคุ้มครองป้องกัน ชื่อขันธปริตรตรงกับชื่อขันธปริตตชาดกในพระไตรปิฎก ซึ่งมีคาถาชุดนี้ครบทุกบท เนื้อหาเป็นการแผ่เมตตาแก่พญางูสี่ตระกูลและสัตว์ทั้งปวง คนไทยจึงเรียกกันว่าบทสวดกันงู

ขันธปริตร มีที่มาจากไหน ใครเป็นผู้สอน

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ที่พระเชตวัน เมืองสาวัตถี หลังจากภิกษุรูปหนึ่งถูกงูกัดถึงแก่มรณภาพ เรื่องนี้อยู่ในอหิราชสูตร อังคุตตรนิกาย และในพระวินัยปิฎก จุลวรรค ส่วนชาดกเล่าว่าในอดีตชาติพระองค์เคยสอนคาถานี้แก่คณะฤๅษี

สวดขันธปริตรแล้วได้อะไร

พระสูตรกล่าวว่าผู้ที่แผ่เมตตาไปยังตระกูลพญางูทั้งสี่จะไม่ถูกงูกัดถึงตาย และทรงอนุญาตบทนี้ไว้เพื่อคุ้มครองตน ในทางปฏิบัติช่วยให้ใจสงบ ไม่ตื่นกลัว และไม่คิดร้ายต่อสัตว์ ส่วนความเชื่อว่ากันงูได้ทุกกรณีเป็นความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ไม่ควรใช้แทนความระมัดระวัง

พญางูสี่ตระกูลในขันธปริตรคืออะไร

คือ วิรูปักขะ เอราปถะ ฉัพยาปุตตะ และกัณหาโคตมกะ เป็นชื่อตระกูลพญางูตามคติอินเดียโบราณที่พระสูตรระบุไว้ ไม่ทราบแน่ชัดว่าตรงกับงูชนิดใดในปัจจุบัน

ควรสวดขันธปริตรตอนไหน กี่จบ

นิยมสวดก่อนเข้าป่า ก่อนค้างแรมนอกบ้าน หรือเมื่ออยู่ในที่ที่มีสัตว์มีพิษ พระสูตรไม่ได้กำหนดจำนวนจบ สวด 1 จบอย่างตั้งใจพร้อมแผ่เมตตาจริง ๆ ก็ตรงตามที่พระสูตรสอนแล้ว

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ ท้ายบทขันธปริตรคือใคร

นิยมอธิบายว่าคือพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ที่มีพระนามในพระไตรปิฎก ได้แก่ พระวิปัสสี พระสิขี พระเวสสภู พระกกุสันธะ พระโกนาคมนะ พระกัสสปะ และพระโคตมะซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์แบบเต็มอยู่ในอาฏานาฏิยปริตร

ขันธปริตรกับกรณียเมตตสูตร ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองบทเป็นบทเมตตา กรณียเมตตสูตรสอนคุณสมบัติของผู้เจริญเมตตาและวิธีแผ่เมตตาไปทั่วทุกทิศ ส่วนขันธปริตรเจาะจงไปที่งูและสัตว์ทั้งหลาย แล้วปิดด้วยการระลึกถึงพระรัตนตรัย ในเจ็ดตำนานจะสวดกรณียเมตตสูตรก่อน แล้วต่อด้วยขันธปริตร

ถูกงูกัด สวดขันธปริตรแทนการรักษาได้ไหม

ไม่ได้ ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที แม้คัมภีร์มิลินทปัญหาก็อธิบายว่าพระปริตรไม่อาจช่วยผู้ที่สิ้นอายุแล้ว เช่นเดียวกับยา ให้ใช้บทนี้ตั้งสติระหว่างทาง และแผ่เมตตาเป็นประจำเพื่อให้ใจไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอสัตว์มีพิษ

แหล่งอ้างอิง

ตัวบทตรงกับพระบาลีในอหิราชสูตร (พระไตรปิฎกฉบับหลวงเรียกว่า อหิสูตร) อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ข้อความชุดเดียวกันปรากฏในพระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกวัตถุขันธกะ และในขันธปริตตชาดก ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต ตรวจทานกับพระบาลีฉบับ SuttaCentral และหนังสือ A Chanting Guide ของคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา สะกดตามแบบที่ใช้ในหนังสือสวดมนต์ไทย เรื่องในอดีตชาติอ้างตามอรรถกถาขันธปริตตชาดก

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด