วัฏฏกปริตร (บทสวดกันไฟ)

วัฏฏกปริตร บทสวดกันไฟ พร้อมคำอ่านทุกบรรทัด คำแปล และเรื่องลูกนกคุ่มที่ทำสัจจกิริยาจนไฟป่าถอยกลับ จากวัฏฏกชาดกและจริยาปิฎก พร้อมความหมายของสัจจกิริยา

พระปริตร 2 นาที อัปเดต 9 ตุลาคม 2569
เริ่มโหมดสวด

บทสวดวัฏฏกปริตร

(หันทะ มะยัง วัฏฏะกะปะริตตัง ภะณามะ เส)

อัตถิ โลเก สีละคุโณสัจจัง โสเจยยะนุททะยาเตนะ สัจเจนะ กาหามิสัจจะกิริยะมะนุตตะรัง ฯ

อาวัชชิตวา ธัมมะพะลังสะริตวา ปุพพะเก ชิเนสัจจะพะละมะวัสสายะสัจจะกิริยะมะกาสะหัง ฯ

สันติ ปักขา อะปัตตะนาสันติ ปาทา อะวัญจะนามาตา ปิตา จะ นิกขันตาชาตะเวทะ ปะฏิกกะมะ ฯ

สะหะ สัจเจ กะเต มัยหังมะหาปัชชะลิโต สิขีวัชเชสิ โสฬะสะ กะรีสานิอุทะกัง ปัตวา ยะถา สิขีสัจเจนะ เม สะโม นัตถิเอสา เม สัจจะปาระมีติ ฯ

คำอ่าน

อ่านออกเสียงตามคำที่แบ่งพยางค์ไว้

(หัน-ทะ มะ-ยัง วัด-ตะ-กะ-ปะ-ริด-ตัง พะ-นา-มะ เส)

อัด-ถิ โล-เก สี-ละ-คุ-โนสัด-จัง โส-เจย-ยะ-นุด-ทะ-ยาเต-นะ สัด-เจ-นะ กา-หา-มิสัด-จะ-กิ-ริ-ยะ-มะ-นุด-ตะ-รัง

อา-วัด-ชิ-ตะ-วา ทำ-มะ-พะ-ลังสะ-ริ-ตะ-วา ปุบ-พะ-เก ชิ-เนสัด-จะ-พะ-ละ-มะ-วัด-สา-ยะสัด-จะ-กิ-ริ-ยะ-มะ-กา-สะ-หัง

สัน-ติ ปัก-ขา อะ-ปัด-ตะ-นาสัน-ติ ปา-ทา อะ-วัน-จะ-นามา-ตา ปิ-ตา จะ นิก-ขัน-ตาชา-ตะ-เว-ทะ ปะ-ติก-กะ-มะ

สะ-หะ สัด-เจ กะ-เต ไม-หังมะ-หา-ปัด-ชะ-ลิ-โต สิ-ขีวัด-เช-สิ โส-ละ-สะ กะ-รี-สา-นิอุ-ทะ-กัง ปัด-ตะ-วา ยะ-ถา สิ-ขีสัด-เจ-นะ เม สะ-โม นัด-ถิเอ-สา เม สัด-จะ-ปา-ระ-มี-ติ

คำแปล

(เชิญเถิด มาสวดวัฏฏกปริตรกัน)

คุณคือศีล ความสัตย์ ความสะอาด และความเอ็นดูมีอยู่จริงในโลกด้วยความสัตย์นั้น ข้าพเจ้าจักทำสัจจกิริยาอันยอดเยี่ยม

ข้าพเจ้าน้อมนึกถึงกำลังแห่งธรรมระลึกถึงพระชินเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนอาศัยกำลังแห่งสัจจะจึงได้ทำสัจจกิริยา

ปีกของข้าพเจ้ามีอยู่ แต่ยังบินไม่ได้เท้าทั้งสองของข้าพเจ้ามีอยู่ แต่ยังเดินไม่ได้มารดาและบิดาก็หนีภัยออกไปแล้วนี่แน่ะไฟป่า ขอท่านจงถอยกลับไปเถิด

พร้อมกับที่ข้าพเจ้าทำสัจจะเปลวไฟที่ลุกโชติช่วงอย่างใหญ่หลวงก็หลีกห่างออกไปถึงสิบหกกรีสดุจไฟที่ลามมาถึงน้ำแล้วดับไปสัจจะอื่นที่เสมอด้วยสัจจะของข้าพเจ้าย่อมไม่มีนี้คือสัจจบารมีของข้าพเจ้า

ความหมายของวัฏฏกปริตร

วัฏฏกปริตรคือคำสัจจกิริยาของพระโพธิสัตว์ครั้งเกิดเป็นลูกนกคุ่ม ที่ทำให้ไฟป่าถอยกลับ คนไทยจึงเรียกว่าบทสวดกันไฟ วัฏฏกปริตรไม่อยู่ในชุดเจ็ดตำนาน แต่เป็นบทที่ 6 ในชุดสิบสองตำนาน (มหาราชปริตร) ซึ่งขยายจากเจ็ดตำนานอีกห้าบท โดยแทรกอยู่ระหว่างโมรปริตรกับธชัคคสูตร

ที่มา: วัฏฏกชาดกและจริยาปิฎก

ตัวบทมาจากพระไตรปิฎกสองแห่ง คาถา สันติ ปักขา อะปัตตะนา... อยู่ในวัฏฏกชาดก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต ส่วนคาถาครบทั้งสี่บทอยู่ในวัฏฏกโปตกจริยา ในจริยาปิฎก ซึ่งเป็นตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าการบำเพ็ญสัจจบารมีในอดีตชาติด้วยพระองค์เอง

อรรถกถาชาดกเล่าเรื่องไว้ดังนี้

  • ไฟป่าในแคว้นมคธ — ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จจาริกในแคว้นมคธพร้อมภิกษุสงฆ์ เกิดไฟป่าลุกลามเข้ามาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภิกษุที่ยังเป็นปุถุชนบางรูปกลัวตาย จะจุดไฟตัดทางไฟ แต่ภิกษุอีกพวกชวนกันไปอยู่ใกล้พระพุทธเจ้า
  • ไฟดับเอง — เมื่อไฟลามมาถึงที่ห่างจากจุดที่พระพุทธเจ้าประทับยืนราวสิบหกกรีส ก็ดับลงเหมือนคบไฟจุ่มน้ำ ภิกษุทั้งหลายสรรเสริญพระพุทธคุณ แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่าไม่ใช่กำลังของพระองค์ในปัจจุบัน หากเป็นกำลังของสัจจกิริยาที่ทรงทำไว้ ณ ที่นั้นในอดีตชาติ
  • ลูกนกคุ่ม — ในอดีต พระโพธิสัตว์เกิดเป็นลูกนกคุ่มในแคว้นมคธ ณ ที่เดียวกันนั้น ยังเล็กจนบินไม่ได้และเดินไม่ได้ พ่อแม่ต้องคาบอาหารมาป้อนในรัง วันหนึ่งไฟป่าลุกลามมา นกทั้งหลายบินหนี พ่อแม่ของพระโพธิสัตว์ก็กลัวตายจนทิ้งลูกไว้ในรัง
  • สัจจกิริยา — ลูกนกคุ่มไม่มีทางหนี จึงระลึกถึงคุณของศีลและสัจจะ และพระพุทธเจ้าในอดีต แล้วกล่าวความจริงตามที่เป็นว่า มีปีกแต่บินไม่ได้ มีเท้าแต่เดินไม่ได้ พ่อแม่ก็หนีไปแล้ว ขอไฟจงถอยกลับ ไฟป่าก็ถอยไปสิบหกกรีสแล้วดับลงตรงนั้น

อรรถกถาเล่าต่อว่าบริเวณนั้นไฟจะไม่ไหม้ไปตลอดกัป จึงนับเป็นปาฏิหาริย์ที่ตั้งอยู่ตลอดกัป และพระพุทธเจ้าตรัสว่าพ่อแม่ของลูกนกคุ่มในครั้งนั้น คือพระพุทธบิดาและพระพุทธมารดาในชาติสุดท้ายของพระองค์

ความหมายทีละท่อน

  1. อัตถิ โลเก สีละคุโณ — ประกาศว่าคุณงามความดี คือ ศีล สัจจะ ความสะอาด และความเอ็นดู มีอยู่จริงในโลก แล้วตั้งใจทำสัจจกิริยาด้วยความจริงนั้น
  2. อาวัชชิตวา ธัมมะพะลัง — ก่อนกล่าวคำสัตย์ พระโพธิสัตว์น้อมนึกถึงกำลังของธรรมและพระพุทธเจ้าในอดีต ชิเน แปลว่า ผู้ชนะ หมายถึงพระพุทธเจ้า
  3. สันติ ปักขา อะปัตตะนา — ตัวคำสัจจะ เป็นความจริงธรรมดาที่สุดของลูกนกตัวหนึ่ง ไม่มีถ้อยคำวิเศษใด ๆ ส่วน ชาตะเวทะ เป็นชื่อเรียกไฟแบบโบราณ
  4. สะหะ สัจเจ กะเต มัยหัง — ผลของสัจจะ ไฟถอยไปสิบหกกรีสเหมือนไฟที่ลามถึงน้ำ แล้วปิดท้ายว่า นี้คือสัจจบารมีของข้าพเจ้า (กรีส เป็นหน่วยวัดพื้นที่สมัยโบราณ)

พ่อแม่ไปหาอาหาร หรือหนีไป

พระไตรปิฎกฉบับหลวงแปลวรรค มาตา ปิตา จะ นิกขันตา ว่า มารดาบิดาออกไปหาอาหาร แต่อรรถกถาวัฏฏกชาดกอธิบายว่า พ่อแม่กลัวตายจึงทิ้งลูกไว้ในรังแล้วหนีไป ตรงกับวัฏฏกโปตกจริยาที่ว่าพ่อแม่ตกใจกลัวไฟ ทิ้งลูกไว้ในรังเพื่อเอาตัวรอด และพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ ก็แปลว่า มารดาบิดาหนีภัยออกไปแล้ว หน้านี้จึงแปลตามความหมายนี้

สัจจกิริยา คืออะไร

สัจจกิริยาคือการอ้างความจริงที่ตนมีอยู่จริง แล้วอธิษฐานขอให้เกิดความสวัสดีด้วยกำลังของความจริงนั้น หลักเดียวกันนี้พบในอังคุลิมาลปริตร ที่พระองคุลิมาลอ้างความจริงว่าไม่ได้จงใจฆ่าสัตว์ตั้งแต่เกิดในอริยชาติ และในรัตนสูตร ที่ลงท้ายแต่ละคาถาด้วย เอเตนะ สัจเจนะ สุวัตถิ โหตุ (ด้วยคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดีจงมี)

จุดที่น่าสังเกตคือ ความจริงที่ลูกนกอ้างเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด คือความอ่อนแอของตัวเอง บทนี้จึงให้กำลังใจว่า แม้ในวันที่ทำอะไรไม่ได้ การยอมรับความจริงตามที่เป็นและตั้งใจไว้ให้มั่น ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำได้เสมอ

ในทางปฏิบัติ หากเกิดอัคคีภัย ต้องรีบออกจากพื้นที่และแจ้งเหตุทันที บทสวดนี้มีไว้เพื่อทบทวนคุณธรรมและตั้งสติ ไม่ใช่เครื่องป้องกันไฟ และไม่ควรใช้แทนอุปกรณ์ดับเพลิงหรือการซ้อมหนีไฟ

ควรสวดตอนไหน

นิยมสวดในการเจริญพระพุทธมนต์แบบสิบสองตำนาน และในวันพระ เพื่อระลึกถึงคุณของสัจจะ บางบ้านนิยมสวดบทนี้ในงานทำบุญบ้านด้วยความเชื่อว่าช่วยป้องกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ถือกันมา ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก

สวดเองที่บ้านได้ทุกเวลา เหมาะเป็นพิเศษกับช่วงที่รู้สึกว่าตัวเองช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเนื้อหาของบทให้กำลังใจว่า แม้ในสถานการณ์ที่จำกัดที่สุด การตั้งอยู่ในความจริงก็ยังเป็นสิ่งที่ทำได้

ความถี่ที่แนะนำ

ไม่ได้กำหนดจำนวนจบ สวด 1 จบในวันพระ งานทำบุญบ้าน หรือเมื่อต้องการทบทวนเรื่องสัจจะ

คำถามที่พบบ่อย

วัฏฏกปริตร แปลว่าอะไร

วัฏฏกะ แปลว่า นกคุ่ม ปริตร แปลว่า เครื่องคุ้มครองป้องกัน วัฏฏกปริตรจึงแปลว่า ปริตรของนกคุ่ม คือคำสัจจกิริยาของพระโพธิสัตว์ครั้งเกิดเป็นลูกนกคุ่ม ที่ทำให้ไฟป่าถอยกลับ

วัฏฏกปริตร มีที่มาจากไหน

คาถาสันติ ปักขา อะปัตตะนา อยู่ในวัฏฏกชาดก ส่วนคาถาครบทั้งสี่บทอยู่ในวัฏฏกโปตกจริยา ในจริยาปิฎก ทั้งสองแห่งอยู่ในขุททกนิกายของพระไตรปิฎก ส่วนเรื่องไฟป่าในแคว้นมคธมาจากอรรถกถาชาดก

ทำไมวัฏฏกปริตรเรียกว่าบทสวดกันไฟ

เพราะเป็นคำสัจจะที่ทำให้ไฟป่าถอยกลับในชาดก คนไทยจึงถือกันว่าช่วยป้องกันอัคคีภัย ซึ่งเป็นความเชื่อที่สืบกันมา ไม่ได้กำหนดในพระไตรปิฎก บทนี้ใช้ทบทวนคุณของสัจจะและตั้งสติ ไม่ใช่สิ่งทดแทนการป้องกันไฟจริง

วัฏฏกปริตรอยู่ในเจ็ดตำนานไหม

ไม่อยู่ในเจ็ดตำนาน แต่เป็นบทที่ 6 ในสิบสองตำนาน สวดต่อจากโมรปริตร สิบสองตำนานคือเจ็ดตำนานที่เพิ่มอีกห้าบท ได้แก่ วัฏฏกปริตร อังคุลิมาลปริตร โพชฌังคปริตร อภยปริตร และชัยปริตร

สัจจกิริยา คืออะไร

คือการอ้างความจริงที่ตนมีอยู่จริง แล้วอธิษฐานขอความสวัสดีด้วยกำลังของความจริงนั้น ในวัฏฏกปริตร ลูกนกคุ่มอ้างความจริงว่ามีปีกแต่บินไม่ได้ มีเท้าแต่เดินไม่ได้ และพ่อแม่หนีไปแล้ว

มาตา ปิตา จะ นิกขันตา แปลว่าพ่อแม่ไปหาอาหาร หรือพ่อแม่หนีไป

พระไตรปิฎกฉบับหลวงแปลว่าออกไปหาอาหาร แต่อรรถกถาชาดกอธิบายว่าพ่อแม่กลัวตายจึงทิ้งลูกหนีไป ตรงกับจริยาปิฎกและคำแปลฉบับมหาจุฬาฯ ที่ว่า หนีภัยออกไปแล้ว หน้านี้จึงแปลตามความหมายนี้

ลูกนกคุ่มในวัฏฏกปริตรคือใคร

คือพระโพธิสัตว์ หรือพระพุทธเจ้าในอดีตชาติ ท้ายชาดกพระพุทธเจ้าตรัสว่า พ่อแม่ของลูกนกคุ่มในครั้งนั้นคือพระพุทธบิดาและพระพุทธมารดาในชาติสุดท้ายของพระองค์

วัฏฏกปริตร ต้องสวดกี่จบ

ในพระไตรปิฎกไม่ได้กำหนดจำนวนจบ ลูกนกคุ่มกล่าวคำสัจจะเพียงครั้งเดียว สวด 1 จบอย่างตั้งใจและรู้ความหมายก็เพียงพอ การสวดหลายจบเป็นความนิยมของแต่ละบ้าน

แหล่งอ้างอิง

คาถา สันติ ปักขา อะปัตตะนา อยู่ในวัฏฏกชาดก ขุททกนิกาย ชาดก เอกกนิบาต (พระไตรปิฎกเล่ม ๒๗) ส่วนตัวบทครบทั้งสี่คาถาตรงกับวัฏฏกโปตกจริยา ในจริยาปิฎก ขุททกนิกาย ตรวจทานกับพระบาลีฉบับ SuttaCentral และหนังสือ A Chanting Guide ของคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา สะกดตามแบบที่ใช้ในหนังสือสวดมนต์ไทย เรื่องไฟป่าในแคว้นมคธอ้างตามอรรถกถาวัฏฏกชาดก

พร้อมสวดแล้วหรือยัง?

เปิดโหมดสวดเพื่ออ่านด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ เลื่อนอัตโนมัติ และพื้นหลังถนอมสายตา

เริ่มโหมดสวด